ป้าสงวนเคยปวดศรีษะมาก ไม่รู้ว่าเป็นความดันโลหิตสูงหรือเปล่า หลังจากนั้นป้าใช้วิธีดูแลร่างกายมากขึ้นโดยเน้นหลักธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้มีโรคต่างๆเข้ามาเมื่ออายุมากขึ้น เริ่มตั้งแต่การเลือกอาหารที่ไม่มีไขมันมาก เลี่ยงหวานมัน คอยชั่งน้ำหนักอยู่เสมอและตรวจสุขภาพ ป้าจะมาร.พเพื่อเข้ากลุ่มแนะนำเพื่อนคนอื่น เพราะอยากให้เพื่อนๆแข็งแรงสุขภาพดีเหมือนตัวเอง ป้ามีท่าออกกำกายที่ทำเป็นประจำทุกวันมาสาธิต กล้ามเนื้อป้ายืดหยุ่นตัวได้ดีมาก

 

ป้าไข่แก้วเป็นเบาหวานและความดันรักษามาหลายที่ หลายแบบ แต่รู้ว่าการเข้ากลุ่มพูดคุยกับเพื่อนที่ป่วยเหมือนเรา ใครมีวิธีแบบไหนที่ทำแล้วได้ผลก็นำมาบอกเพื่อน ก่อนนี้ไม่อยากเข้ากลุ่ม เพราะไม่อยากฟังที่หมอบอกว่าอย่างนี้กินไม่ได้ จนรู้สึกท้อแท้ แต่เมื่อเข้ากลุ่มฟังคนอื่นๆพูด รู้สึกสนุก ติดใจ แล้วได้ทดลองนำวิธีที่เพื่อนบอกว่าถ้าอยากกินก็กินแต่น้อยเท่านั้นได้รับความรู้เพิ่มเรื่อยๆ ทุกวันนี้สุขภาพดีขึ้น  เบาหวาน  น้ำตาลลดลง ไม่ต้องกินยาความดันแล้ว

 

ป้าสงวนเคยปวดศรีษะมาก ไม่รู้ว่าเป็นความดันโลหิตสูงหรือเปล่า หลังจากนั้นป้าใช้วิธีดูแลร่างกายมากขึ้นโดยเน้นหลักธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้มีโรคต่างๆเข้ามาเมื่ออายุมากขึ้น เริ่มตั้งแต่การเลือกอาหารที่ไม่มีไขมันมาก เลี่ยงหวานมัน คอยชั่งน้ำหนักอยู่เสมอและตรวจสุขภาพ ป้าจะมาร.พเพื่อเข้ากลุ่มแนะนำเพื่อนคนอื่น เพราะอยากให้เพื่อนๆแข็งแรงสุขภาพดีเหมือนตัวเอง ป้ามีท่าออกกำกายที่ทำเป็นประจำทุกวันมาสาธิต กล้ามเนื้อป้ายืดหยุ่นตัวได้ดีมาก

 

ป้าประจวบ เคยเป็นความดันโลหิตสูง เพราะกินอาหารรสจัดและเค็มมาตลอด (ป้าชอบกินแกงไตปลา)วันแรกที่มาร.พ ป้าปวดศรีษะมาก ความดันโลหิตสูงมาก หลังได้ยาไปกิน ป้ามาเข้ากลุ่มพูดคุยกับคนที่เป็นโรคความดัน จึงได้รู้ว่าการเลือกอาหารต้องให้เหมาะกับโรคด้วย ตอนนี้ไม่ต้องกินยาแล้ว แต่ยังต้องมาพบเพื่อนๆเข้ากลุ่ม มาฟังเรื่องราวคนอื่น แล้วยังได้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกลับไปทุกครั้ง

  ป้าสุรินทร์(อายุ73ปี) เป็นทั้งเบาหวานและความดัน ป้ามีเคล็ดลับที่อยู่กับโรคทั้งสองอย่างสันติ เพราะยึดหลักการดูแลสุขภาพ เลือกอาหารที่เป็นประโยชน์กินสม่ำเสมอเช่น กินงาดำ กินผักสดๆประจำและโดยเฉพาะคึ้นไช่ ช่วยลดความดันโลหิต ส่วนเรื่องออกกำลังกายป้าก็จะมีวิธีเปิดเพลงสนุกๆแล้วเต้นอยู่ที่บ้าน ทำทุกวันๆละ30-40 นาที ป้ามีเรื่องราวดีๆมาบอกทุกครั้งที่เข้ากลุ่ม

และนี่เป็นสิ่งยืนยันความสำเร็จเล็กๆในการดูแลสุขภาพ แต่สามารถทำให้เกิดผลสำเร็จที่ขยายใหญ่ต่อไปได้อย่างไม่มีสิ้นสุด  และนำผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการมาเปรียบเทียบ  พบดังนี้ การจัดระดับของความรู้และการรับรู้สภาวะโรค
ระดับที่5 สนใจรับรู้เรื่องสุขภาพ สามารถปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องเห็นผลชัดเจน เป็นตัวอย่างและถ่ายทอดวิธีปฏิบัติแก่ผู้อื่นได้
ระดับที่4 สนใจรับรู้เรื่องสุขภาพ สามารถปฏิบัติได้ต่อเนื่อง เห็นผลชัดเจน เป็นตัวอย่างแก่ผู้อื่น
ระดับที่3 สนใจและรับรู้เรื่องสุขภาพ เริ่มนำไปปฏิบัติแต่ยังไม่สม่ำเสมอ เห็นผลไม่ชัดเจน
ระดับที่2 สนใจและรับรู้เรื่องสุขภาพแต่ไม่สามารถปฏิบัติได้
ระดับที่1 ไม่สนใจที่จะรับรู้เรื่องสุขภาพ    
ผลการประเมินตัวเองจากปัจจัยความสำเร็จเรื่องการมีความรู้และรับรู้สภาวะโรค(ในปัจจุบัน) ระดับ4-5 ที่เป็นผู้พร้อมให้มีถึง32คน(จาก75คน)