หลังจากสื่อหนังสือพิมพ์ข่าวสด ได้ออกข่าว"สาวคนเก่ง แห่งตำบลพรานกระต่าย ปลูกดาวเรือง สร้างรายได้ดี"ไปเมื่อหลายวันก่อน ทำให้มีคนสนใจการปลูกดาวเรืองมากมาย เพราะปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย รายได้ดี มีตลาดรองรับ และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรที่สนใจในการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเพื่อสร้างรายได้เสริม จากพืชเศรษฐกิจหลัก งานนี้ออกไปเยี่ยม"ครอบครัวของพี่ดอกพุด"ณ แปลงปลูกดอกไม้ นามว่า"ดาวเรือง"ส่วนภาษาทางภาคเหนือ(บ้านผม)เรียก "ดอกคำปู้จู้" บันทึกนี้ขอส่งต่อภาษาถิ่นให้กับผู้อ่านด้วยก็แล้วกันนะคร้าบ!!!!

-วันนี้ขอนำเสนอคำว่า"ดอกคำปู้จู้"ครับ....สำหรับท่านผู้อ่านท่านใดเป็นคนทาง"ภาคเหนือ"ก็คงพอจะทราบชื่อดอกไม้ชนิดนี้ดี....หากแต่ผู้อ่านท่านใดอยู่ภาคอื่นๆ ก็คงจะทำเอา"สงสัย"ได้ว่า"ดอกคำปู้จู้"ที่กำลังพูดถึงอยู่นี้มันคือดอกอะไร?....ก่อนอื่นขอนำเอาคำจำกัดความสั้น ๆ ของ"ดอกคำปู้จู้"มาบอกเล่ากันก่อนก็แล้วกันนะครับ...."เป็นดอกไม้ที่มีกลีบสีเหลืองเหมือนกับทอง ซึ่งภาคเหนือจะเรียก"ทอง"ว่า"คำ" มีกลิ่นเหม็นจึงมักจะไม่ค่อยถูกใจกับผู้ชื่นชอบกลิ่นหอมของมวลดอกไม้ แต่กลับได้รับความนิยมในการนำเอามาบูชาพระและใช้ในพิธีต่าง ๆ ด้วยชื่อที่มีความหมายดี ที่คนทั่วไปรู้จักในนามว่า"ดอกดาวเรือง"นั่นเองคร้าบ!!!!!5555

1.ดอกสีเหลือง ปลูกแซมอยู่กลาง"ไร่มันสำปะหลัง"ระหว่างเส้นทางกำแพงเพชร-พรานกระต่าย หากท่านใดผ่านมาทางนี้จะเห็น"ดอกคำปู้จู้"กำลังเบ่งบาน ในพื้นที่ประมาณ 2 งานเศษ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูก"ดอกคำปู้จู้"เพื่อส่งขายให้กับแม่ค้าปากคลองตลาด เมืองหลวงของประเทศบ้านเรานั่นเองครับ...ว่าแต่แปลงปลูก"ดอกคำปู้จู้"นี้จะเป็นของใคร...เอาเป็นว่าตามผมไปเยี่ยมชมและทำความรู้จักไปพร้อมๆ กันได้แล้วครับ....

2.ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับ"พี่ดอกพุด"เจ้าของแปลง"ดอกคำปู้จู้"กันก่อนครับ...แปลงดอกสวย ๆ แปลงนี้อยู่ที่ บ้านหนองน้ำใส หมู่ที่ 6 ตำบลพรานกระต่าย ครับ...พืิ้นที่ประมาณ 2 งานเศษ นี้ เดิมทีครอบครัวของ"พี่ดอกพุด"ปลูกพืชเศรษฐกิจนามว่า"มันสำปะหลังโรงงาน"ครับ...แต่ด้วยระยะเวลาการตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวต้องรอเวลาถึง 8-12 เดือน ถึงจะสามารถขุดมันสำปะหลังได้ ประกอบกับราคาที่มักจะผันผวนอยู่ตลอดเวลาและผลผลิตที่ได้มักจะไม่ค่อยจะคุ้มกับการลงทุน ดังนั้น "พี่ดอกพุุด"จึงหา"พืชชนิดใหม่"ที่สามารถสร้างรายได้ในระยะสั้นได้ เพราะว่ามีแหล่งน้ำอยู่ใกล้ๆ สามารถสูบขึ้นมาเพื่อใช้ในการปลูกพืชอายุสั้นได้ ดังนั้น"ดอกคำปู้จู้"จึงเป็นพืชตัวใหม่ที่"พี่ดอกพุด"นำเอามาทดลองปลูกแทนแปลง"มันสำปะหลัง"ครับ..."พี่ดอกพุด"เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ก็ปลูก"ดอกคำปู้จู้"มาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผลผลิตเพราะว่าต้องลองถูกลองผิดก่อน และเรียนรู้ถึงวิธีการปลูก"ดอกคำปู้จู้"กับผู้มีประสบการณ์...และรอบที่ 2 นี้"พี่ดอกพุด"ก็ได้ผลผลิตเพื่อเก็บจำหน่ายได้แล้วล่ะครับ...

3.หลังจากดูแปลงปลูก"ดอกคำปู้จู้"แล้ว ต่อไปผมจะพาทุกท่านไปดูการ"คัดแยก"และ"บรรจุ"ดอกกันครับ...และต้องทำความรู้จักกับ"พี่อนันต์"กันก่อน...."พี่อนันต์"คู่ชีวิตของ"พี่ดอกพุด"กำลังสำคัญในการทำแปลงปลูก"ดอกคำปู้จู้"ครับ...วันนี้จะพาเราไปชมการคัดดอกและการเตรียมการขนส่งดอกไม้ไปยังตลาดคร้าบ...555

4.หลังจากตัด"ดอกคำปู้จู้"มาแล้ว ก็นำเอามาคัดแยกขนาดกันก่อน ซึ่งผมได้เขียนตัวอย่างเอาไว้ตามรู้แล้ว หลังจากคัดดอกตามขนาดแล้วก็นำมาบรรจุถุง ดอกใหญ่ก็ใส่ถุงละ 50 ดอก ดอกเล็กก็บรรจุ 100 ดอก ส่วนราคาก็ตามขนาดของดอกไม้ครับ..ขอบอกว่า ณ เวลานี้ราคา"ดาว"กำลังดีทีเดียวเลยล่ะครับ...ว่าแต่รายได้จะมากน้อยแค่ไหนเดี๋ยวจะบอกในตอนท้ายนะคร้าบ 5555

5.เรื่องรายได้ของการปลูก"ดอกคำปู้จู้"วันนี้การันตีด้วยภาพข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้ว สามารถติดตามอ่านได้จากที่นี่ครับ ปลูกดาวเรืองจำหน่าย(หนังสือพิมพ์ข่าวสด) และที่น่าสนใจก็คือ"ครอบครัวของ"พี่ดอกพุด"จะขยายพื้นที่ปลูกและชักชวนให้ผู้สนใจปลูกดอกไม้เพื่อสร้างรายได้ในช่วงฤดูแล้งนี้ด้วยล่ะครับ...

6.ไหน ๆ ก็มาเยี่ยมชม"ดอกคำปู้จู้สวย ๆ"ทั้งที...งานนี้ต้องขอ Check in ณ บ้านหนองน้ำใส หมู่ 6 ตำบลพรานกระต่ายกันสักหน่อยก็แล้วกันนะคร้าบ!!!!55555

ชมดอกไม้สวย ๆ แล้ว...ก็หิวกันเลยทีเดียว อิๆ ไปทำเมนูพื้นบ้านนามว่า"น้ำพริกดำ เห็ดนึ่ง"กันต่อดีกว่า...

7.ได้เห็ดป่าสดๆ มา ทางเหนือบ้านผม(เถิน,ลำปาง,เหนือ)เรียกว่า"เห็ดขะหล่านขะเหลือง/เห็ดข๊อบเห็ดแข๊บ/เห็ดป่าแดง"มาจากบ้าน"ป้าแป้น"ครับ..นำมาล้างให้สะอาดแล้วก็นำมานึ่งให้สุกเพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วล่ะครับ....

8."น้ำพริกดำ"มีส่วนผสมไม่มากนัก มีพริกแห้ง/กระเทียม/หอมแดง/กะปิ/มะนาว/น้ำปลา"ทำตามภาพเลยก็แล้วกันนะครับ....ตาม Style การทำอาหารง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ทำได้คร้าบ 5555

9.เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ...เมนูอาหารพื้นบ้านง่าย ๆ สำหรับมื้อเย็นนี้ ณ Hi Hug House@หนองราง คร้าบ......

สำหรับวันนี้...

สวัสดีครับ

เพชรน้ำหนึ่ง

21/10/2558

ปล.ขอขอบคุณภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด www.khaosod.co.th มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ