ชีวิตที่พอเพียง : ๒๕๑๙. เรียนรู้จักรวาล


ภาพยนตร์ บีบีซี เรื่อง Wonders of Universeให้ความรู้ที่เข้าใจยาก เอามาอธิบายให้เข้าใจง่าย และสวยงาม ได้แก่เรื่อง entropy, arrow of time, Wonders of Universe ทั้งสามตอนนั้นโดย Prof. Brian Cox รวมประมาณ ๑ ชั่วโมง

แล้วกลไกใน YouTube ก็ต่อไปยังอีก เรื่องหนึ่ง คือ Something from Nothing ที่เป็นโปรแกรมโชว์ทางปัญญา สองชั่วโมงเต็ม โดยการสนทนาระหว่าง Richard Dawkins กับ Lawrence Krauss ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องวิวัฒนาการ ของสิ่งมีชีวิต และไม่ใช่เริ่มจากไม่มีอะไรเลย ต้องมีอณูที่เพิ่มตัวเองได้ เป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งก็คือวิชาพันธุศาสตร์

หนังยาวเรื่องนี้ จึงเริ่มจากฟิสิกส์ เกี่ยวกับจักรวาล มาลงท้ายที่ชีววิทยา ซึ่งหมายความว่า จริงๆแล้ว วิทยาศาสตร์มันไม่มีขอบเขตวิชา เพราะฟิสิกส์โยงกับเคมี โยงกับชีววิทยา

แต่ที่น่างงคือความคิดของ Lawrence Krauss ในหนังสือ A Universe from Nothing : Why There Is Something Rather Than Nothing ของเขา ว่า “สิ่ง” เกิดจากความว่างเปล่าได้

ฟังแล้ว ผมเกิดความเข้าใจว่า วิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมเติมความรู้เข้าไปในช่องว่าง โดยที่ก่อนจะมีความรู้ ทางวิทยาศาสตร์เข้าไปเติมช่องว่างนั้น ก็จะมีคนเอาเทพเจ้าเข้าไปสิงสถิต ที่ Richard Dawkins เรียกว่า God of the gap โดยต้องไม่ลืมว่า Dawkins ประกาศตัวไม่เชื่อในพระเจ้า

สองคนพูดกัน ในห้องประชุมใหญ่มากที่เท็กซัส มีคนมาฟังถึง ๓ พันคน สะท้อนภาพสังคมเรียนรู้ ผู้คนสนใจประเด็นทางปัญญา และเมื่อเอาขึ้น YouTube มีคนเข้าไปชมกว่า ๑.๕ ล้านคนแล้ว

ในที่สุดเขาก็โต้กันเรื่องพระเจ้า เรื่องความเชื่อ การแยกความเชื่อออกจากการปฏิบัติ การโกหกเพื่อให้ได้รับ เลือกตั้ง ที่ Richard Dawkins เป็นฝ่ายยืนยันในความถูกต้องแบบบริสุทธิ์ ไม่ยอมรับสภาพปากอย่างใจอย่าง หรือใจอย่าง ปฏิบัติอย่าง เขายกรูปธรรมเป็นหมอ และนักการเมือง และในตอนถามตอบ Dawkins เรียกร้องให้ผู้คนกล้าออกมาพูด ความเชื่อของตน เน้นที่ความกล้าหาญที่จะพูดความเชื่อ ผมแปลกใจที่ได้ยินเช่นนี้ เพราะผมเข้าใจว่าฝรั่งเขากล้าที่จะ พูดตรงๆ เพิ่งมาเข้าใจว่า เรื่องไม่เชื่อพระเจ้า เป็นเรื่องที่ฝรั่งไม่กล้าพูด

ผมเคยเขียนไว้หลายครั้งแล้วว่า ผมเป็นคนไม่เชื่อในพระเจ้าตามภาพวาด ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้าที่มีตัวตน ที่จะบันดาล อะไรให้แก่คนที่อ้อนวอนได้ แต่ก็เชื่อใน “พระเจ้าในตน” คือความเชื่อในความดีงาม ว่ามีพลังทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้สำเร็จได้

และผมก็ชอบที่ Krauss พูดว่า “ความไร้เหตุผล” (irrationality) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ มนุษย์ไม่ได้อยู่ กับเหตุผลเท่านั้น ซึ่งผมตีความว่า เป็นเรื่องด้านอารมณ์ และความเชื่อ

ผมชอบใจ ที่ Dawkins พูดว่า Teaching is a honourable career. และคนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ ควรสอนเมื่อ มีโอกาส แต่ตกใจที่ Krauss พูดว่าร้อยละ ๘๐ ของครูวิทย์ใน สรอ. ไม่ได้จบมาทางสายวิทย์

จากการดูภาพยนตร์สองชุด ผมตระหนักว่า เวลานี้วงการดาราศาสตร์รู้ว่าจักรวาลใหญ่กว่าที่เราเคยคิดมากมาย หลายล้านเท่า และผมก็ตระหนักทั้งจากประสบการณ์ชีวิตส่วนตัว และจากการเรียนรู้เรื่อง entropy ว่าสรรพสิ่งเคลื่อนตัว ไปสู่สภาพที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นเสมอ และไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นอย่างเดิมได้

และตัวผมมีสองจักรวาล คือจักวาลนอกตน กับจักรวาลในตน

ขอขอบคุณ นพ. ปรีดา มาลาสิทธิ์ ที่มอบภาพยนตร์เรื่องแรก ซึ่งเมื่อเขียน บล็อก และชมภาพยนตร์จาก YouTube มีการเชื่อมไปยังเรื่องที่สองโดยอัตโนมัติ ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องจักรวาลจากสองมุม



วิจารณ์ พานิช

๑๔ ก.ย. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)