ชีวิต...มีอะไรที่เราต้องเรียนรู้อีกมากมาย...กับการที่ได้เกิดมาบนโลกมนุษย์
เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของการใช้ชีวิต...การเอาตัวรอดในสังคม...การรู้เท่าทัน
คนบนโลกนี้...การแข่งขันกันของมนุษย์...กระบวนการคิดที่แตกต่างกัน...
พื้นฐานของความอบอุ่นของครอบครัว ซึ่งเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตที่ทำให้
ชีวิตเกิดความแข็งแกร่ง มีภูมิคุ้มกันที่ดี...หากพื้นฐานของครอบครัวไม่ดี
ยามโตขึ้น...อาจทำให้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ทำให้เกิดปัญหาในองค์กรนั้น ๆ
เพราะกระบวนการคิดที่แตกต่างกับกฎเกณฑ์ กติกาของสังคม ทำให้เกิดปัญหา
ยามตอนเป็นเด็ก ๆ คนเราก็จะมีชีวิตอีกแบบหนึ่ง...ต้องหมั่นศึกษา รู้จักหน้าที่
ของตนเองว่ามีหน้าที่ความรับผิดชอบสิ่งใด...ยามเป็นผู้ใหญ่ ก็มีชีวิตอีกแบบหนึ่ง
รู้จักว่า เป็นผู้ใหญ่มีหน้าที่อย่างไร...ควรกระทำตนอย่างไร...เป็นที่พึ่งให้กับผู้อื่น
หรือเด็ก ๆ ได้หรือไม่...สังคมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก กับการที่ต้องอยู่ด้วยกัน
ในระบบ พี่ - น้อง...ทุกเรื่องนำเรื่องการแข่งขัน แก่งแย่งเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน
เรียกว่า...เป็นปัญหาในการใช้ชีวิตให้มีความสุข...ทุกย่างก้าวมีแต่ความระมัดระวังตัว
กัน ขาดความจริงใจซึ่งกันและกัน...ไม่ไว้ใจกัน...ซึ่งพื้นฐานต่าง ๆ เหล่านี้
สมัยก่อนได้สร้างไว้ในสังคมไทย...การจะคิด ทำ สิ่งใด ที่ไม่ดี ก็ให้พยายาม ละ ลด เลิก
มีสิ่งใดก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำด้วยใจต่อกัน มีอะไรก็พูดคุยกัน...แต่มา ณ บัดนี้
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ขาดหายไปจากสังคมไทยมาก ๆ...มีแต่จะเอาชนะ แม้แต่เด็กอายุ
น้อยมากในสายตาของฉัน...ก็พยายามสร้างฐานอำนาจให้กับตนเองเพื่อดูดี
โดยนำเอาการศึกษาที่จบระดับปริญญามาเป็นข้อกำหนดว่า ตนเองมีความรู้
จะคิดจะทำอะไร ย่อมได้...ฉันคิดว่า แบบนี้อันตรายต่อองค์กรมาก ๆ...เพราะการอยู่ร่วมกัน
ในองค์กร ต้องอาศัยหลักต่าง ๆ ข้างต้น ในการทำงานด้วย...ไม่ใช่เรื่องความรู้อย่างเดียว
ต้องมีคุณธรรม...ใช่ว่าจะใช้ความคิดของตนเองตัดสินใจได้อย่างเดียว โดยไม่ฟังใคร...
มีอะไรในชีวิตนี้ที่พวกคุณจะต้องเรียนรู้อีกมากมายค่ะ ใช่ว่า เรื่องของการมีความรู้อย่างเดียว...
บางครั้งก็บอกอะไรไม่ได้...นอกจาก ให้เขาได้เรียนรู้ได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง
สักวัน...สิ่งที่เขาเรียนรู้ ก็จะเป็นบทเรียน หรือประสบการณ์สอนพวกเขาเอง
นี่คือ ชีวิตที่อยู่ร่วมกันในสังคมของการทำงาน...
...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๘
ชีวิตมีความหลากหลายจริงๆครับ
...เพราะการอยู่ร่วมกันในองค์กร ต้องอาศัยหลักต่าง ๆ ข้างต้น ในการทำงานด้วย...ไม่ใช่เรื่องความรู้อย่างเดียวต้องมีคุณธรรม...
เห็นด้วยครับ สังคมต้องมีพื้นฐานด้านสาธารณจิตด้วย (จิตอาสา) แต่นี่คือ กระแสเชิงอุดมคติเท่านั้น สภาพความจริงของสังคมกำลังไหลไปตามกระแสตะวันตก และถือตนเป็นใหญ่ อารมณ์เป็นประธาน ขาดความเคารพเกรงใจกัน ผมว่า ยิ่งผู้คนมากเท่าใด ปริมาณคนจะเป็นปัจจัยให้เกิดการแข่งขันแบบตัวใครตัวมัน เพื่อความอยู่รอดของตนเอง แต่สังคมกลับขาดหลักฐานการค้ำจุนด้านจิตใจและคุณภาพด้านสุทัศนะของคนกลับลดน้อยลง
ดังนั้น เราควรแนะนำเด็กยุคใหม่ให้เห็นเหรียญสองด้านเสมอ เด็กคืออนาคตของมนุษย์เงินเดือน ที่จะมุ่งหาอำนาจทางวัตถุ จนไม่คำนึงถึงเกียรติของมนุษย์คนหนึ่ง และไม่รู้ตัวจิตที่จะพัฒนาตัวเองให้หนีจากคำว่า คน ในโลกได้ เขาจึงถูกเยื่อใยโลกครอบงำเอา แหละนั่นแหละที่หมุดหมายปลายฝันของเขา และสังคมต่อไป
เป็นหน้าที่ผู้ใหญ่ต้องสอน พูดคุย เขียน บรรยาย ฯ เพื่อรั้งหรือเปรียบเทียบให้เห็นมุมอดีตที่เป็นอุดมคติของมนุษย์ มิฉะนั้น เราเองก็จะถูกด่าว่า บรรพบุรุษเราขาดวิสัยทัศน์ ทำดี อยู่ที่แรงใจในทัศนะที่สุขุมและมั่นคงครับ
ใช่ค่ะ อาจารย์ต้น
ใช่แล้วค่ะ คุณ ส.
จิตมนุษย์ เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ค่ะ ในยุคสมัยนี้ เพราะเท่าที่พี่สัมผัสน่ากลัวกว่าคนในสมัยก่อนมาก ๆ เลยค่ะ...ดูแล้วว่าขาด "หลักธรรม" มาก ๆ เลยค่ะ จึงทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมไงค่ะ...เพราะเหตุที่เข้าใจว่าให้ความสำคัญกับความรู้ เพียงอย่างเดียวไม่มีคุณธรรมประจำใจเลยละค่ะ
ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทุก ๆ ท่านค่ะ
จิตมนุษย์ ยากแท้ หยั่งถึง ในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน อาจจะต้องใช้คำสอนของท่านพุทธทาสที่ว่า มองแต่แง่ดีเถิด นะคะ ใจของเราถึงจะสบายขึ้นได้ค่ะ http://www.sathit.com/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0/%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%94/
ใช่ค่ะ พี่ใบบุญ...ขอบคุณค่ะ