วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2558
ดิฉันไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายกเหมือนทุกเดือน วันนี้ตื่นสายเลยออกเดินทางจากบ้านที่กรุงเทพฯ เกือบ 09.00 น. แล้ว รถราในถนนจึงค่อนข้างมากตลอดเส้นทาง คลองริมถนนรังสิต-นครนายกมีน้ำเกือบเต็ม ตอนที่แล้งเรามองเห็นพื้นดินที่ก้นคลอง จึงรู้ว่าคลองสายนี้ไม่ลึกมาก
ต้นไม้ริมถนนและที่เกาะกลางถนนมีใบดกเขียว สภาพที่บอกว่าที่ผ่านมาคงมีฝนมากพอก็คือหญ้าที่ขึ้นมากมายโดยเฉพาะบริเวณเกาะกลางถนน ที่เกาะกลางถนนเลยแยกองครักษ์ไปจนก่อนถึงบ้านนามีต้นเฟื่องฟ้าออกดอกสีสดใส ริมคลองด้านซ้ายมือก็มีดอกสีม่วงของตะแบกแซมให้เห็นบ้าง ท้องฟ้ามีเมฆมากแต่ก็ยังมีแสงแดด
ดิฉันแวะเข้าไปที่ตลาดบ้านนาเพื่อซื้อขนมกุยช่ายร้านเจ้หงอที่ขึ้นชื่อ มีคนมารอต่อแถวซื้อกันหลายคน ต้องรอเป็นครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้ของ ระหว่างยืนรอมองเข้าไปในร้านเห็นผู้สูงอายุหญิงรายหนึ่งกำลังห่อขนมกุยช่ายอยู่อย่างคล่องแคล่ว ถามคนหนุ่มสาวที่จัดขนมใส่กล่องให้ลูกค้าอยู่หน้าร้าน ได้ความว่าคนที่กำลังห่อขนมอยู่นั้นมีอายุ 70 กว่าปีแล้ว เก่งจริงๆ เพราะทำงานโดยไม่ต้องใส่แว่นตาเลย
ดิฉันไปถึงบ้านแม่เมื่อ 11 น. กว่าแล้ว แม่นอนหลับอยู่ เมื่อตื่นขึ้นมาน้องสาวก็เอาขนมกุยช่ายไปป้อนสองชิ้น แม่คงจะเวียนหรือมึนศีรษะ แต่บอกว่าเมาจัง บ่นว่าไม่ได้ไปกินเหล้ากินยาที่ไหนทำไมถึงเมาได้...น้องสาวเอายาหม่องมาทาและให้ดม สักพักแม่ก็นอนลงได้ น้องสาวบอกช่วงนี้แม่มักจะตื่นตอนดึกๆ แล้วไม่หลับ แต่ไม่ค่อยเรียกหาของกินแล้ว บ่ายต้นๆ แม่กินข้าวอีกหนแล้วก็นอนหลับ
ช่วงนี้ที่คลองหน้าบ้านมีต้นโสนออกดอกเหลืองเต็มไปหมด น้องสาวเก็บมาทำขนมดอกโสนเอาไว้ให้กิน ซื้อแป้งที่มีขายมาใช้ รสสัมผัสไม่เหมือนแป้งสมัยก่อนที่ชาวบ้านเขาตำแป้งกันเอง
ดอกโสนริมคลองหน้าบ้าน
ดิฉันเข้าไปในสวน ทุ่งนาข้างๆ สวนมีน้ำเต็ม มีดอกบัวขาวแซมอยู่ นึกถึงสมัยที่ยังเป็นเด็ก ย่าจะพายเรือเข้าไปเก็บดอกบัวขาวตามทุ่งนา เอามาตากแห้งส่งไปให้ลุง (ลูกชายคนโตของย่า) ใช้ปรุงยาไทย พวกเด็กๆ ก็มักจะพายหรือถ่อเรือเข้าไปตกปลาในทุ่งนากัน ปลาที่ตกได้ก็เป็นปลาหมอกลมเสียส่วนใหญ่ ในทุ่งนาก็ยังมีผักบุ้ง สายบัว ให้เก็บไปกินได้
ดอกบัวขาวในทุ่งนา
พื้นดินในสวนชุ่มชื้นดีเพราะปกคลุมด้วยใบไม้ ฟางข้าว เศษต้นหญ้า และต้นผักตบชวาที่ดีงขึ้นมาจากในบ่อ เจอเห็ดที่กินไม่ได้สองชนิด ตอนที่เดินเข้าไปในสวน นกที่อยู่บนต้นไม้หรือตามต้นไม้ริมน้ำคงได้ยินเสียงคนจึงบินหนี ที่มองเห็นคือนกกระยาง ฝูงนกที่ดูแล้วน่าจะเป็นนกเขา โชคดีเจอนกเป็ดน้ำที่หนีลงน้ำในบ่อหนึ่งตัว เขาอยู่ในน้ำไม่นาน ถ่ายรูปได้เพียงสองรูปเท่านั้น ก็ไม่รู้หายไปทางไหนแล้ว
เห็ดในสวน
นกเป็ดน้ำ
ต้นกล้วยยังอุดมสมบูรณ์ ต้นมะม่วงน้ำดอกไม้ต้นเดียวที่รอดชีวิตจากน้ำท่วมเมื่อหลายปีก่อนก็ดูแข็งแรงดีเพราะธรรมชาติดูแล บริเวณโคนต้นมะม่วงมีต้นผักข้าวสารขึ้นอยู่หลายต้น ทุกปีก็เจอแบบนี้ เราพยายามให้เขาเรื้อยขึ้นไปที่ต้นมะม่วงแต่ยังไม่สำเร็จ
ทางเดินในสวน
ต้นมะม่วงน้ำดอกไม้ต้นเก่งของเรา
ต้นผักข้าวสาร
พื้นที่ขอบบ่อด้านหนึ่งของสวน เพื่อนบ้านขอใช้ปลูกผัก ตอนนี้เขาปลูกฟักทอง งามมากทีเดียว ออกดอกออกลูกมากมาย ดีกว่าทิ้งให้รกเฉยๆ เคยได้กินฟักทองของเขาแล้ว เนื้อแน่นและเหนียวดี
ฟักทอง
กลับออกจากสวนก็มาเก็บผักรอบๆ บ้าน ได้ยอดชะอม ดอกโสน พริก มะเขือ เพียงพอสำหรับเอาไปกินกับน้ำพริกเป็นอาหารมื้อเย็นที่บ้านกรุงเทพฯ น้องสาวสั่งซื้อหน่อไม้ไผ่ตงจากสวนที่ดงละครให้ 3 หน่อใหญ่ น้ำหนักรวม 9 กก. ราคากิโลกรัมละ 15 บาท เอามาหั่นต้มและทำหน่อไม้ดองเก็บไว้
ผักที่เก็บจากพื้นที่รอบๆ บ้านแม่
ดิฉันออกจากบ้านแม่เมื่อเกือบบ่ายสามโมงแล้ว มาถึงที่ด่านธัญบุรีตอน 16 น. กว่า รถติดยาว ต้องใช้เวลาสิบกว่านาทีกว่าจะผ่านนี้ไปได้ เจ้าหน้าที่ประกาศว่าเป็นช่วงเวลาที่รถติดเป็นปกติ
วัลลา ตันตโยทัย
บันทึกเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2558
ความร่ำรวยจากผืนดินและจากธรรมชาติทั้งปวงจริงๆนะคะ
ความสุขมีอยู่รอบๆ บ้านเลยครับ
นอกจากอาจารย์ได้มากอดคุณแม่แล้ว อาจารย์ยังได้ให้ธรรมชาติมาโอบกอดด้วยนะครับ