ผมเคยวาดฝันไว้ว่า เมื่อผมได้ทำงานพอจะมั่นคงในระบบชีวิตพอจะอยู่ได้แล้ว ก็อยากจะช่วยสังคมและชุมชนที่ยังอ่อนแออย่างเต็มความสามารถ มาวันนี้ ผมมีโอกาสที่ใกล้เคียงมาก ได้มาทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาเชิงนโยบายการจัดการน้ำเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ที่ต้องมีการสร้างเครือข่ายของกลุ่มเกษตรกร ชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรภาคประชาชน องค์กรปกครองท้องถิ่น หน่วยงานราชการระดับภูมิภาค ส่วนกลาง นักการเมือง ผู้บริหารระดับสูง และ องค์กรต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสหารือ และวางแนวทางในการทำงานที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด มีการจัดกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงกัน เป็เส้นทางการประสานงานที่บางทีคนในก็ไม่มีโอกาสได้ทำ จึงถือได้ว่า น่าจะเป็นตัวอย่างหนึ่งของการสร้างเครือข่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการ ซึ่งมีตัวอย่างรูปแบบโครงสร้างการจัดการและประสานงานดังต่อไปนี้ ก. การประสานงานในแนวระนาบเดียวกัน ของกลุ่มเกษตรกร และผู้ปฏิบัติอย่างได้ผลในระดับชุมชน เพื่อสร้างตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ทดสอบ แลกเปลี่ยน เรียนรู้ทั้งในระดับแปลง ครัวเรือน และลุ่มน้ำ แต่ยังอยู่ในระดับการปฏิบัติ ข. การประสานงานในระดับการยายผล ไปในพื้นที่ต่างๆ และเริ่มเชื่อมโยงกับนักวิชาการในท้องถิ่นบ้าง เพื่อเตรียมการขยายผลในวงกว้าง เครือข่ายส่วนนี้จะมีทั้งระดับครัวเรือน ชุมชน กลุ่ม และหน่วยงานสนับสนุนทางวิชาการระดับพื้นที่ด้านที่เกี่ยวข้อง ค. การพัฒนาเชื่อมโยงกับฝ่ายแผนและนโยบาย ที่สามารถนำไปสู่การขยายผลระดับประเทศ โดยการเชื่อมโยงกับฝ่ายแผนและนโยบายของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของโครงการ เครือข่ายนี้จะช่วยในเชิงแนวคิดของการทำงานในทุกระดับ ที่อาจประสานแนวทางการทำงานในระดับแปลงและครัวเรือน ที่สามารถเชื่อมโยงกับการทำงานในระดับปฏิบัติการได้ งานส่วนใหญ่จะเน้นเครือข่ายระบบราชการและตัวแทนชุมชนที่มีแนวคิดสาธารณะ เมื่อมีการจัดการกลุ่มเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ก็จะเกิด community of practices ที่เชื่อมโยงกัน ทั้งในระดับชุมชนเดี่ยว ชุมชนในพื้นที่ เครือข่ายเพื่อการเรียนรู้ และเครือข่ายเพื่อการพัฒนาแผนและนโยบาย ที่สอดคล้องกันทั้งระบบ แสวง ๑๔ พย ๔๙