ชีวิตที่พอเพียง : ๒๔๘๓. ไปลอนดอนครั้งที่สามในรอบ ๘ เดือน ๖. ชม National Gallery


บ่ายวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ผมก็ได้ฤกษ์ไปชม National Gallery หลังจากไปชม National Portrait Gallery เมื่อวันที่ ๑๖ ดังได้เล่าแล้ว

ก่อนไปผมดาวน์โหลด App National Gallery ลง iPhone พบว่ามีรูปสำคัญๆ ให้ดู และมีคำอธิบายค่อนข้างละเอียดทีเดียว การชมพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์สมัยนี้สะดวกมาก

เดินไป ๒ นาทีก็ถึงประตูเข้า มีเจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าถือ ผมมีกล้องถ่ายรูปอยู่ในถุงผ้า เขาขอให้เปิดดู แล้วก็ให้เข้าไป ไม่มีค่าผ่านประตู แต่ผมเช่าออดิโอไกด์ราคา ๔ ปอนด์ เอาไปฟังรายละเอียดด้วย โดยเขาให้เอกสารแนะนำ Audio Tour ว่ามีรูปสำคัญๆ อยู่ที่ห้องไหนบ้าง และต้องกดหมายเลขอะไรเพื่อฟังเรื่องราวของภาพนั้นๆ เครื่องออดิโอไกด์ของที่นี่เป็นรุ่นเก่า ไม่มีภาพ ที่ National Portrait Gallery รุ่นใหม่กว่า มีจอแสดงภาพด้วย ที่นี่ไม่ต้องมีบัตรให้เขายึดไว้เพื่อให้เอาเครื่องมาคืน

ห้องแสดงภาพที่นี่อยู่ที่ชั้น ๒ ชั้นเดียว แต่มีห้องต่างๆ มากมาย แถมยังมี ๒ อาคารที่มีทางเดินเชื่อมกัน รวมทั้งสิ้น มีถึง ๖๖ ห้อง โดยแยกจัดตามยุคหรืออายุของภาพวาดนั้น เก่าที่สุดก็ศตวรรษที่ ๑๓ ช่วงแรกๆ มักเป็นภาพเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ หรือเกี่ยวกับจักรพรรดิ์ ขุนนาง หรือเศรษฐี ที่มีเงินจ้างศิลปินวาด คือให้วาดภาพของตนเอง ครอบครัว หรือวาดภาพศักดิ์สิทธิ์ สำหรับมอบให้วัด

ต่อมาศิลปินวาดสิ่งที่ตนประทับใจ สำหรับขายภาพ มีทั้งภาพวิว ภาพเหตุการณ์ในสังคม ภาพดอกไม้ และอื่นๆ

ผมเดินบ้างนั่งพักบ้าง ถ่ายรูปและคำอธิบายไปพร้อมๆ กับฟังคำอธิบายเรื่องราวของศิลปินและภาพ เรื่องราวใน ออดิโอไกด์มีรายละเอียดหรือเกร็ดมากกว่า ตอนแรกเข้าไปในห้องที่แสดงภาพสมัยเก่ามากๆ ผู้เข้าชมไม่แน่น มาแน่นเอี้อด เอาที่ห้องที่มีภาพศิลปะอิมเพรสชั่นนิสซึ่ม โดยเฉพาะภาพของแวนก็อกคนแน่นเป็นพิเศษ คือภาพดอกทานตะวัน ภาพนี้ ซึ่งคนตาไม่ถึงอย่างผมมองอย่างไรก็ว่าไม่สวย

ภาพที่ผมชอบมากที่สุดคือ The Water-Lily Pond ของโมเนต์

ผมติดใจคำอธิบายภาพ The Tailor ซึ่งวาดโดย Moroni ในศตวรรษที่ ๑๖ ในออดิโอไกด์ ว่าเป็นการแหวกม่านวัฒนธรรม เดิม ว่าการวาดภาพเหมือนของคน จะวาดเฉพาะคนสูงศักดิ์หรือคนรวยเท่านั้น แต่ Moroni หันมาวาดภาพคนธรรมดา เพื่อแสดง วิถีชีวิต และโชว์ฝีมือการวาดของจิตรกร การวาดภาพเพื่อแสดงวิถีชีวิตผู้คน ที่เริ่มในศตวรรษที่ ๑๖ น่าจะถือเป็นส่วนหนึ่งของ การเคลื่อนไหวประชาธิปไตย จากมุมของศิลปิน เป็นการเคลื่อนไหวลึกๆ เป็นรหัสนัย นี่ผมตีความเองนะครับ ถูกหรือผิด ก็ไม่ทราบ

ผมชอบภาพชื่อ The Introduction of the Cult of Cybene to Rome ซึ่งวาดเมื่อกว่า ๕๐๐ ปีมาแล้ว แต่ศิลปะการวาดให้ ดูเหมือนภาพแกะสลัก เห็นภาพนูนออกมาชัดเจนมาก

ภาพที่แสดงชีวิตสมัยก่อน เช่น The Hay Wain ที่วาดเมื่อเกือบสองร้อยปีก่อน สะท้อยสภาพความเป็นอยู่ของคนสมัยนั้น เช่นเดียวกับภาพ โรงเรียนอีตัน เมื่อ ๒๕๐ ปีก่อน

ผมติดใจภาพ The Family of Darius before Alexander ที่วาดหลังเหตุการณ์จริงกว่า ๑,๗๐๐ ปี ทำให้ผมตระหนักว่า ภาพวาดเหตุการณ์สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์เป็นภาพจินตนาการทั้งสิ้น ผมเคยไปชมภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของล้นเกล้า รัชกาลที่ ๕ กับสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี และราชโอรสราชธิดา ในพระบรมมหาราชวัง โดยสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ทรงทำหน้าที่ไกด์อธิบายให้กรรมการรางวัลนานาชาติ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ฟัง ทรงรับสั่งว่าบุคคลในภาพไม่เคย มาประทับด้วยกันให้วาด จิตรกรเป็นผู้นำภาพมาจัดวางตามจินตนาการของตนเอง

ท่านผู้อ่านเห็นมายาที่อยู่รอบตัวเราไหมครับ ที่ผมไปชมภาพใน National Gallery ก็เท่ากับไปชมมายาในรูปแบบหนึ่ง ที่จริงชีวิตของเราเองก็เป็นมายา

ผมลองลิ้งค์ภาพในอินเทอร์เน็ตมาให้ดูสองสามภาพ เพื่อจะบอกว่าสมัยนี้ภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่ที่ปลายนิ้ว ขอให้รู้ชื่อ ก็จะค้นดูได้โดยง่าย

ตรงกันข้ามกับอาคาร National Gallery เป็นโบสถ์ St Martin-in-the-Fields ของศาสนาคริสต์นิกายแองกลิกัน ซึ่งมีกิจกรรมมาก ดูจากเอกสารแนะนำกิจกรรมของเขาแล้ว เขาพยายามทำหน้าที่พัฒนาทางจิตวิญญาณให้แก่สังคม



รอยต่อระหว่างสองอาคาร


ห้องโถงกลาง


ห้องที่มีภาพของแวนก็อกคนแน่นอย่างนี้


ห้องที่มีภาพของโมเนต์


ห้องที่มีภาพม้าแข่งแห่งประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ ๑๘


ห้องที่มีภาพมาดามปอมปาดัวร์สนมลับของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๕ และเป็นสาวสังคมในศตวรรษที่ ๑๘


จตุรัสทราฟัลการ์บ่ายวันที่ ๑๘ ก.ค. ๕๘


8 หน้า National Gallery วันแดดดี


ตรงข้ามถนนเป็น St. Martin-in-the-Fields เห็นยอดแหลมทางขวาของภาพ


ภายในโบสถ์


วิจารณ์ พานิช

๑๘ ก.ค. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)