เผลอแป๊ปเดียวเวลาล่วงเข้ากลางเดือนสิงหาคมแล้ว นับว่าทุกนาทีมีค่า มีความหมายมีความสำคัญอย่างมากทีเดียว

ภาระกิจการจัดการเรียนการสอน ภาษาไทย ป.๔ ป.๕ และ ป.๖ กำลังเข้มข้น ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ การอ่านคล่องเขียนคล่อง จุดนี้ยังต้องเร่งดำเนินการ จะละเลยเสียมิได้ เนื่องด้วยจำนวนนักเรียน ๑ ชั้น มีมากกว่า ๒๐ คนขึ้นไป เสียงนักเรียนคุยกันเบาๆยังดังมากเลย หากเขาขาดวินัย ไม่มีความเคารพต่อตนเองและผู้อื่น ครูผู้สอนปวดหัวแน่นอน ผมเองมีตัวช่วยคือ นกหวีด เพลง เกม คาราโอเกะ และไม้เรียว(ถือไว้ชี้กระดานดำ ฮ่า ฮ่า)

ช่วงนี้ทั้งครูและนักเรียนกำลังประลองยุทธ์กันอยู่ กว่าจะเกิดการยอมรับกัน คงใช้เวลาอีกสักพัก ผมใช้การใส่ใจ จริงใจ และจริงจัง จึงคิดว่าน่าจะเอาอยู่แต่ก็ไม่ไว้วางใจใครแม้แต่ตนเองก็ตาม

เมื่อคนถูกทอดทิ้งและปล่อยปะมานาน จึงหย่อนยานวินัยไร้ระเบียบ ภาระกิจสร้างคนของผม จึงเริ่มต้นที่งาน งานจากกองขยะเศษสวะที่ดูไร้ซึ่งคุณค่า แต่จะพยายามสร้างออกมาให้งามตาและน่าดู

หน้าที่ครูประจำชั้น ป.๔ เริ่มต้นด้วยการพานักเรียน เก็บ กวาดขยะ ทั้งพลาสติก ขวด แก้ว ซองขนม และใบไม้ จากนั้นพาคัดและแยกออก ๒ กลุ่ม กลุ่มไม่ย่อยสลาย กับกลุ่มย่อยสลาย

กลุ่มไม่ย่อยสลายเข้าสู่กระบวนการเผาทำลาย ยกเว้น ขวด กระป๋อง สะสมไว้ขาย กลุ่มย่อยสลายจะเน้นใบไม้เป็นหลัก ให้นักเรียนช่วยกันหอบหิ้วถังขยะเดินทางไปที่บ่อปูน(กระบะปูน)เพื่อเทใบไม้ให้กองรวมกัน เพื่อทำการหมักกับส่วนผสมที่มี สารเร่ง(พด.) มูลวัว

ก่อนเสร็จสิ้นกิจกรรม จะมีการบรรยายสรุป เพิ่มเติมความรู้ ถึงเหตุและผล ว่าเหตุใดต้องทำแบบนี้ เพื่อต้องการปุ๋ยหมัก เพื่อศึกษาวิธีการ ขั้นตอน ทักษะการทำงาน จิตอาสา หน้าที่พลเมือง พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ปุ๋ยหมักจากใบไม้ที่เกิดขึ้นจะมีมูลค่ามหาศาล มูลค่าที่เกิดจากทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน เห็นคุณค่าทรัพยากร

สิ่งที่ผมคาดหวังที่สุดเพียงต้องการให้นักเรียนรู้หน้าที่ของตนเอง ที่อยู่ร่วมกันและสามารถช่วยเหลือสังคมได้ ต้องการให้มีวินัยและนิสัยรักการทำงาน รักความพอเพียง เพียงพอ ต้องการสร้างคนจากการสร้างงานในกองขยะ จึงเป็นที่มาของ คน...งาน กองขยะ.

ผักหวานป่า

๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

</span></strong>