ชื่อผลงาน

: การพัฒนาชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ชื่อเจ้าของผลงาน : นางนิภาพร ดาบทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ

ที่อยู่: โรงเรียนแหลมราษฎร์บำรุง 201/1 หมู่ที่ 3 ตำบลควนชะลิก อำเภอหัวไทร

จังหวัดนครศรีธรรมราช 80170 โทรศัพท์,โทรสาร 075 - 354727

e-mail : [email protected]

1. ความสำคัญของผลงาน

1.1 ความสำคัญสภาพปัญหา

ปัจจุบันเรื่องของ “การคิด” และ “การสอนพัฒนาการคิด” จัดว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการจัดการศึกษาเพื่อให้มีคุณภาพสูงขึ้น ในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพนั้นจะต้องพัฒนารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางด้านสติปัญญา คุณธรรม และการเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ การพัฒนาทางด้านการคิดจะเป็นด้านที่ได้รับการเอาใจใส่มากที่สุด เนื่องจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูงจะเป็นที่ยอมรับและได้รับโอกาสที่ดีกว่าผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่ต่ำกว่า ประเทศไทยได้เห็นความสำคัญของการศึกษาเพื่อพัฒนาการคิด โดยได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดสมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน โดยกำหนดให้ผู้เรียนจะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม แต่การเคลื่อนไหวในการพัฒนาด้านการคิดยังอยู่ในอยู่ในขอบเขตจำกัด ยังไม่ได้นำไปใช้อย่างกว้างขวางทำให้ ปัญหาคุณภาพด้านการคิดขั้นสูงก็ยังมีอยู่เรื่อยมา ดังนั้น เมื่อมีนโยบายการปฏิรูปการศึกษาเกิดขึ้น การมุ่งเน้นการปฏิรูปการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านกระบวนการคิด จึงนับว่าเป็นกระบวนการ ที่สำคัญที่จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงและพัฒนาอย่างเร่งด่วนและจริงจัง

ทักษะการคิด หมายถึง ความสามารถในการแสดงออกหรือแสดงพฤติกรรมของการใช้ความคิดอย่างชำนิชำนาญ ซึ่งแต่ละคนจะมีทักษะการคิดที่แตกต่างกัน บางคนสามารถคิดได้เร็ว ถูกต้องเป็นขั้นเป็นตอน บางคนคิดได้ช้า ผิดพลาด สับสน แต่อย่างไรก็ตามทักษะการคิดเป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาและฝึกฝนได้ บุคคลใดได้รับการพัฒนาและฝึกอย่างชำนิชำนาญก็จะมีทักษะการคิดเพิ่มมากขึ้น ระดับของการคิดสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ คือ
1. ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน (Basic thinking skills) หมายถึง ทักษะการคิดโดยทั่ว ๆ ไป เป็นการคิดที่ไม่สลับซับซ้อนมากมาย เป็นทักษะที่ใช้เป็นพื้นฐานที่จะนำไปใช้ในการคิดในชีวิตประจำวันโดยทั่ว ๆ ไปของมนุษย์
2. ทักษะการคิดที่เป็นแกน (Core thinking skills) หมายถึง ทักษะการคิดที่ต้องใช้ในการตัดสินใจและแก้ปัญหาทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจำวันและเป็นพื้นฐานของการคิดระดับสูงที่มีความซับซ้อนซึ่งคนเราจำเป็นต้องใช้ในการเรียนรู้เนื้อหาวิชาการต่าง ๆ ตลอดจนการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

3. ทักษะการคิดขั้นสูง (Higher-ordered thinking skills) หมายถึง ทักษะการคิดที่มีขั้นตอนหลายขั้นต้องอาศัยทักษะการสื่อสารและสื่อความหมาย และทักษะการคิดที่เป็นแกนหลาย ๆ ทักษะในแต่ละขั้น ดังนั้น ทักษะการคิดขั้นสูงจะพัฒนาได้เมื่อเด็กได้พัฒนาทักษะการคิดพื้นฐานจนมีความชำนาญพอสมควรแล้ว
ในการพัฒนาความคิดให้แก่เด็กและเยาวชน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสนใจที่จะพัฒนาทักษะการคิดทั้ง 3 ระดับ การที่จะพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงได้นั้นจะต้องมีทักษะการคิดระดับพื้นฐานและระดับที่เป็นแกนที่เพียงพอเสียก่อน ในการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการคิด

เนื่องด้วยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET) โรงเรียนแหลมราษฎร์บำรุง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2556 ที่ผ่านมา ในรายวิชาคณิตศาสตร์ พบว่าคะแนนเฉลี่ยระดับโรงเรียนยังต่ำกว่าระดับประเทศ ซึ่งอยู่ในระดับไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในสาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง มีคะแนนเฉลี่ย ( = 23.21) ซึ่งต่ำกว่าระดับประเทศ ( = 28.41) นั่นแสดงว่านักเรียนยังขาดทักษะและความชำนาญในการคิดเลขอยู่มาก ประกอบด้วยผู้รายงานได้ทำการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 โรงเรียนแหลมราษฎร์บำรุง มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง พบว่าปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 คือ นักเรียนมีปัญหาในการคิดเลข เกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณ และการหาร จำนวนเต็ม นักเรียนยังสับสนเกี่ยวกับวิธีการได้มาซึ่งคำตอบ และไม่แน่ใจในคำตอบที่ได้ ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นการคำนวณขั้นพื้นฐานที่ผู้เรียนจะต้องรู้และมีความเข้าใจเป็นอย่างดี เพื่อนำไปใช้ในระดับชั้นที่สูงขึ้น ส่งผลต่อทักษะการคิดโดยการใช้เหตุผลในการแก้โจทย์ปัญหาอีกด้วย และยังกระทบต่อการพัฒนาทักษะการคิดในด้านอื่นๆ ตามมา ผู้รายงานจึงได้หาวิธีการเพื่อต้องการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะและใช้ทักษะการคิดเลขให้คล่องมากที่สุด โดยใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็วอย่างง่ายที่ผู้รายงานสร้างขึ้น

1.2 แนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนา

จากปัญหาดังกล่าว ผู้รายงานได้เลือกนวัตกรรมที่จะทำการพัฒนา คือ จัดทำชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง

การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้คิดเลขคล่องและมีความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ดีในการศึกษาขั้นต่อไป โดยจัดทำเป็นชุดฝึกคิดเลขเร็ว จำนวน 5 ชุด ได้แก่

  • ชุดฝึกคิดเลขเร็ว ชุดที่ 1 เรื่อง การบวกจำนวนเต็ม
  • ชุดฝึกคิดเลขเร็ว ชุดที่ 2 เรื่อง การลบจำนวนเต็ม
  • ชุดฝึกคิดเลขเร็ว ชุดที่ 3 เรื่อง การคูณจำนวนเต็ม
  • ชุดฝึกคิดเลขเร็ว ชุดที่ 4 เรื่อง การหารจำนวนเต็ม
  • ชุดทดสอบการคิดเลขเร็ว ก่อนและหลังการฝึก

2. จุดประสงค์และเป้าหมาย

จุดประสงค์

1. เพื่อสร้างและพัฒนาชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

3. เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

เป้าหมาย

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนแหลมราษฎร์บำรุง มีทักษะการคิดเลขคล่องมากขึ้น สามารถใช้เป็นพื้นฐานการคิดเลขในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างคล่องแคล่ว

3. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน

3.1 การออกแบบนวัตกรรม

ผู้รายงานได้เลือกนวัตกรรมที่จะทำการพัฒนา คือ จัดทำชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ

และการหารจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้คิดเลขคล่องและมีความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ดีในการศึกษาขั้นต่อไป โดยจัดทำเป็นชุดฝึกคิดเลขเร็ว จำนวน 5 ชุด พร้อมคู่มือการใช้ โดยมีขั้นตอนการสร้างชุดฝึกคิดเลขเร็วดังนี้

ขั้นที่ 1 การเตรียมงานด้านวิชาการ ผู้รายงานได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานที่เกี่ยวข้องก่อนลงมือสร้างชุดฝึกคิดเลขเร็ว ดังนี้

  • ศึกษาเทคนิคการสอนโดยใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว
  • ศึกษาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542
  • ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
  • ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวิธีการสร้างชุดฝึกคิดเลขเร็ว เพื่อเป็นแนวทางการสร้างชุดฝึกคิดเลขเร็ว ผู้รายงานได้จัดทำ เรื่อง จำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
  • เลือกบทเรียน ผู้รายงานได้จัดทำ ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหาร จำนวนเต็ม และได้แบ่งเนื้อหาออกเป็นชุดได้ทั้งหมด 5 ชุด ดังนี้

ชุดที่ 1 เรื่อง การบวกจำนวนเต็ม 9 แบบ

ชุดที่ 2 เรื่อง การลบจำนวนเต็ม 9 แบบ

ชุดที่ 3 เรื่อง การคูณจำนวนเต็ม 9 แบบ

ชุดที่ 4 เรื่อง การหารจำนวนเต็ม 9 แบบ

ชุดที่ 5 แบบทดสอบการคิดเลขเร็วก่อนและหลังฝึก 9 แบบ

ขั้นที่ 2 การสร้างชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง จำนวนเต็ม

  • กำหนดรูปแบบของชุดฝึกคิดเลขเร็ว ซึ่งมีองค์ประกอบดังนี้
    • คู่มือการใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เป็นส่วนประกอบที่อธิบายรายละเอียดการใช้
    • ชื่อ ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม
    • คำชี้แจงอธิบายจุดมุ่งหมายและลักษณะของชุดฝึกคิดเลขเร็ว
    • จุดประสงค์การเรียนรู้ เป็นส่วนที่ระบุเป้าหมายที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากนักเรียนทำชุดฝึกคิดเลขเร็ว จบกระบวนการแล้ว
    • เวลาที่ใช้บอกเวลาทั้งหมดที่ใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว
    • แหล่งเรียนรู้ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์อะไรบ้าง
    • กิจกรรม ให้นักเรียนได้ปฏิบัติ นำไปสู่จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้
    • การประเมิน เป็นแบบทดสอบหลังการใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว ให้นักเรียนได้ประเมินความรู้ความสามารถทักษะของตนเอง ซึ่งใช้แบบทดสอบที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้
  • กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้
  • กำหนดกิจกรรมการเรียนให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนที่ตั้งไว้

ชุดฝึกคิดเลขเร็ว

ขั้นที่ 3 การดำเนินการหาประสิทธิภาพของชุดฝึกคิดเลขเร็ว

การศึกษาครั้งนี้ ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 ใช้เวลาในการทดลอง จำนวน 18 ชั่วโมง ดำเนินการดังนี้

2.1 ผู้รายงานนำ ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม ไปทดลองใช้ครั้งที่ 1 กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 3 คน แล้วปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องในส่วนพฤติกรรมการเรียน และข้อสงสัยต่าง ๆ ของนักเรียน

2.2 ผู้รายงานนำ ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม สำหรับ ไปทดลองใช้ครั้งที่ 2 กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 9 คนแล้วปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องในส่วนของการทดสอบความถูกต้องเหมาะสมของกิจกรรม และเวลาของการใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม

2.3 ผู้รายงานนำ ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม ไปทดลองใช้ครั้งที่ 3 กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 15 คน เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม ผลการศึกษาพบว่า ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม มีประสิทธิภาพเท่ากับ 74.22/72.00

2.4 ผู้รายงานนำ ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน โดยดำเนินการ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ก่อนจัดการเรียนการสอนโดยใช้ ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม ทำการทดสอบก่อนเรียนกับกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบทดสอบคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม ก่อนฝึก

ขั้นตอนที่ 2 จัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม ตามลำดับที่กำหนดไว้ตามคู่มือการใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว โดยเมื่อนักเรียนทำกิจกรรมเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ผู้รายงานเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกคะแนนเก็บไว้

ขั้นตอนที่ 3 เมื่อสิ้นสุดการเรียนโดยใช้ ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม ทำการทดสอบหลังเรียนกับกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบทดสอบคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม หลังฝึก และให้นักเรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ

2.5 นำคะแนนที่ได้จากการทำกิจกรรม คะแนนจากการทดสอบคิดเลขเร็วก่อนและหลังฝึก และระดับความพึงพอใจจากการประเมินของนักเรียนไปวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติ

3.2 การดำเนินงานตามกิจกรรม(ตามวงจร PDCA)

ผู้รายงานได้ดำเนินการแก้ปัญหานักเรียนที่คิดเลขไม่คล่อง โดยพัฒนาตาม Flowchart ดังนี้

Flow chart การแก้ปัญหานักเรียนที่คิดเลขไม่คล่อง

สำรวจนักเรียน

ศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคล

สร้างแนวคิดใหม่

นักเรียนที่คิดเลขไม่คล่อง

ฝึกฝนด้วยชุดฝึกคิดเลขเร็ว

นักเรียนที่คิดเลขคล่อง

ปรับปรุง

ประเมินผล

ผ่าน

ไม่ผ่าน


ขั้นตอนการดำเนินการตาม Flowchart

  • สำรวจ นักเรียนที่คิดเลขไม่คล่องในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยครูประจำวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ,2 และ 3 โดยการทำแบบทดสอบคิดเลขเร็วก่อนการฝึก
  • ศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคล ถึงปัญหา ข้อบกพร่อง สิ่งที่นักเรียนไม่รู้ วิธีการคิดเลขที่ไม่ถูกต้องที่นักเรียนยึดติดอยู่
  • สร้างแนวคิดใหม่ อธิบายวิธีการที่ถูกต้องในการคิดเลขในระบบจำนวนเต็ม เกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม และให้นักเรียนสร้างแนวคิดใหม่เป็นของตนเอง
  • ฝึกฝนด้วยชุดฝึกคิดเลขเร็ว ที่ผู้รายงานสร้างขึ้น โดยให้นักเรียนทำตามแนวคิดใหม่จนเกิดทักษะความชำนาญ แล้วทำการทดสอบหลังการฝึก
  • ประเมินผล เป็นการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ที่ได้ (ผ่าน/ไม่ผ่าน ต้องปรับปรุง)
  • นักเรียนที่คิดเลขคล่อง คือนักเรียนที่ผ่านการประเมินผล

ขั้นตอนการดำเนินการตามกิจกรรม (ตามวงจร PDCA)

1. ขั้นเตรียมการ(Plan)

1.1 ประชุมปรึกษาหารือ ชี้แจงในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อสำรวจนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่คิดเลขไม่คล่อง

1.2 แจ้งจุดมุ่งหมายในการพัฒนานักเรียน

1.3 เตรียมวัสดุอุปกรณ์ ผลิตชุดฝึกทักษะ เอกสารที่ใช้ และคู่มือการใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว

2. ขั้นดำเนินการ (Do)

2.1 นำนักเรียนที่คิดเลขไม่คล่อง มาสร้างแนวคิดใหม่ อธิบายวิธีการที่ถูกต้องในการคิดเลขในระบบจำนวนเต็ม เกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณ และการหาร พร้อมทั้งให้นักเรียนสร้างแนวคิดใหม่เป็นของตนเอง

2.2 ฝึกฝนนักเรียนที่คิดเลขไม่คล่องด้วยชุดฝึกทักษะคิดเลขเร็ว เรื่องจำนวนเต็ม ที่ผู้รายงานสร้างขึ้น โดยให้นักเรียนทำตามแนวคิดใหม่จนเกิดทักษะความชำนาญ

3. ขั้นตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนา (Check)

3.1 การตรวจสอบ เมื่อดำเนินงานตามกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละครั้ง ผู้สอนจะต้องประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม หรือตรวจสอบว่ามีปัญหาเกิดขั้นระหว่างการปฏิบัติหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อประสิทธิภาพ และคุณภาพของการปฏิบัติกิจกรรม การติดตาม ตรวจสอบ จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อประโยชน์ของการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนและบรรลุตามจุดประสงค์ที่กำหนด จากการที่นักเรียนได้ทำกิจกรรมพบปัญหา ดังนี้ คือผู้เรียนเป็นกังวลเรื่องเวลา กลัวไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนด นักเรียนบางคนเตรียมอุปกรณ์ไม่พร้อมทำให้เสียเวลาในการทำกิจกรรม

3.2 ประเมินผล โดยการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนฝึกและหลังฝึก ถ้าผลสัมฤทธิ์หลังฝึกสูงกว่าก่อนฝึก นั่นคือนักเรียนมีการพัฒนาทางการคิดเลขคล่องขึ้น

4. ขั้นสรุปและรายงาน (Action)

4.1 สรุปอภิปรายปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนา เป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากได้ทำการตรวจสอบแล้ว

4.2 ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงอาจเป็นการแก้ไขแบบเร่งด่วน เฉพาะหน้า เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำรอยเดิม เมื่อพบปัญหาดังที่ได้กล่าวในข้างต้น ผู้รายงานทำความเข้าใจกับผู้เรียนทันที และคอยกระตุ้นให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์เท่าที่จะทำได้เต็มตามศักยภาพของผู้เรียน

4.3 สรุปและรายงานผลการฝึกเป็นระยะ

3.3 ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน

ดำเนินกิจกรรมตามรูปแบบ PDCA นักเรียนมีพัฒนาการในการคิดเลขได้เร็วและถูกต้องมากขึ้นตามลำดับ นักเรียนคนใดได้รับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถคิดเลขได้คล่องขึ้นและนำไปใช้ได้อย่างเป็นอัตโนมัติ

3.4 การใช้ทรัพยากร

ผู้รายงานได้สร้างชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม ด้วยตนเอง โดยการพิมพ์และปริ้นชุดฝึกคิดเลขเร็ว เบิกอุปกรณ์ที่ใช้เพียงเล็กน้อย เช่น กาว กรรไกร จากฝ่ายพัสดุของโรงเรียน ไม่มีงบประมาณเพิ่มเติมในการหาซื้ออุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งชุดฝึกคิดเลขเร็ว 1 ชุด สามารถใช้ได้กับนักเรียนในทุกระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หากเวลาที่ใช้ชุดฝึกไม่ซ้ำซ้อนกัน

4. ผลการดำเนินงาน ผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่ได้รับ

4.1 ผลที่เกิดตามจุดประสงค์

4.1.1 ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 71.14 /72.58

4.1.2 นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01

4.1.3 ดัชนีประสิทธิผลของการเรียนโดยใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สูงขึ้นร้อยละ 54.59

4.1.4 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น อยู่ในระดับมาก

4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน

1) ผู้เรียนมีทักษะการคิดเลขคล่องมากขึ้นใน เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม โดยประเมินจากแบบทดสอบก่อนและหลังการใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว

2) ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เมื่อได้ปฏิบัติกิจกรรมการใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเลขคล่อง

3) ครูผู้สอนสามารถจัดกิจกรรมแก้ปัญหาในการคิดเลขไม่คล่องของผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ

4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ

1) ผู้สอนมีสื่อการเรียนรู้ในการพัฒนาทักษะการคิดเลขคล่องโดยใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว และยังใช้เป็นข้อมูลหรือความรู้พื้นฐานในการปรับปรุงพัฒนา เพื่อใช้ในกลุ่มสาระอื่นๆ ได้อีกด้วย

2) ผู้เรียนมีทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน และมีความพร้อมในการฝึกทักษะการคิดขั้นสูงต่อไป

3) ชุดฝึกคิดเลขเร็ว ไม่จำเป็นต้องใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเนื้อหาการเรียน เพียงระดับเดียว แต่สามารถใช้ได้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 3 เพื่อพัฒนา/ซ่อมเสริมนักเรียนที่มีปัญหาในเรื่องของการคิดเลขไม่คล่อง

5. ปัจจัยความสำเร็จ

1) ครูผู้สอนมีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะการคิดเลขเป็นอย่างยิ่งในการจัด
การศึกษาเพื่อให้มีคุณภาพสูงขึ้น และถือได้ว่าเป็นการฝึกกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดและใช้สมองในการเรียนรู้ให้มากขึ้น และยังเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะการคิดด้านอื่นๆ พร้อมกันนี้ผู้สอนมีกัลยาณมิตรที่ดีต่อผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนเชื่อฟังในกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูถ่ายทอดให้ ทำให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการคิดเลขคล่องดีขึ้นตามศักยภาพ

2) ด้วยความกรุณา เป็นที่ปรึกษา ให้การชี้แนะในด้านการผลิตนวัตกรรมชุดฝึกทักษะคิดเลขเร็วอย่างดียิ่ง จาก นางสมร วัฒนยมนาพร ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ เขต1

3) เป็นการส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนในการคิดเลขคล่องสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ตามจุดเน้นพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

6. บทเรียนที่ได้รับ ปรับคุณภาพมุ่งพัฒนาต่อไป

6.1 บทเรียนที่ได้รับ

1) ก่อนการนำชุดฝึกไปใช้ ครูผู้สอนควรอธิบายขั้นตอนและวิธีการใช้ชุดฝึกให้ผู้เรียนเข้าใจก่อน ครูควรกำชับเรื่องความซื่อสัตย์ ต้องเน้นประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับจากการศึกษา และย้ำให้นักเรียนทราบว่า นักเรียนจะทำชุดฝึกได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน ชุดฝึกที่ใช้ไม่ใช่การทดสอบในบทเรียน แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้นักเรียนมีทักษะในการเรียนรู้ได้เพิ่มขึ้น

2) ผู้สอนต้องไม่ทำให้ผู้เรียนรู้สึกกดดันในการปฏิบัติกิจกรรม แต่ให้คอยแนะนำและเป็นกำลังใจให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างมีความสุข และดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดในระยะแรกของการใช้ชุดฝึก เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักเรียน

6.2 ปรับคุณภาพมุ่งพัฒนาต่อไป

1) ควรมีการเปรียบเทียบระหว่างการสอน โดยใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม ชุดนี้กับวิธีสอนอื่นๆ ในเนื้อหาเดียวกัน

2) ควรมีการศึกษาถึงตัวแปรต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเรียนของนักเรียนหลังจากเรียนด้วยชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนเต็ม เช่น ความคงทนในการเรียน เป็นต้น

3) ควรมีการศึกษาการสร้างชุดฝึกในระดับชั้นต่างๆ และเนื้อหาวิชาอื่น

4) ควรมีการศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ โดยเน้นทักษะบางทักษะที่ต้องใช้เวลาฝึกมากขึ้น

6.3 ข้อควรพึงระวัง

ในการจะนำนวัตกรรมไปพัฒนาหรือดำเนินการให้ประสบผลสำเร็จมากขึ้น ผู้สอนต้องวางแผน และต้องมีเวลามากพอในการศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติกิจกรรม และส่งผลให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด