ไม่ลอง...ปลูกเอง....ก็ไม่รู้

พ่อของแผ่นดินทรงย้ำบ่อย ว่าให้ขยายการปลูกหญ้าแฝกไปทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาปรับปรุงดิน ฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม

ด้วยอยากทำตามคำพ่อของแผ่นดินที่ทรงย้ำบ่อย ว่าให้ขยายการปลูกหญ้าแฝกไปทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาปรับปรุงดิน ฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม ได้ลงมือลองปลูกกับมือ จึงได้รู้จักความเป็นหญ้าแฝกที่กำลังเอ๊าะๆว่าเธอมีความเปราะบางอยู่ด้วย

แม้จะยังไปไม่ถึงจุดที่ได้เห็นระบบรากที่เขาว่าเมื่อหยั่งลงไปตามความลึกของดิน รากของเธอยาวได้ไม่ต่ำกว่าสามเมตรเชียวแหละ ไม่รู้จักหรอกว่าหญ้าแฝกพันธุ์ที่ได้มาสู่มือและปลูกเป็นพันธุ์อะไร ได้แค่รู้จักว่าหน้าตาอย่างนี้แหละที่เรียกว่าหญ้าแฝก ปลูกไปแล้วก็เห็นความสามารถที่กล่าวขานว่าเธอมีความสามารถเกาะยึดดินให้มั่นคงแข็งแรง เปลี่ยนหน้าดินให้กลายเป็นดินดี มีความชุ่มชื้นมากขึ้นจะจะตา แม้จะยังปลูกได้ไม่สำเร็จตามหวัง ก็ยังดีใจที่ได้ทำตามพ่อบอก

ตามอ่านบทความจากผู้รู้ในข้อสงสัยได้คำอธิบายให้มาย้อนทวนสิ่งที่ทำลงไป...แฝกเป็นหญ้าที่มีลักษณะพิเศษ...แตกหน่อรวมเป็นกอ เบียดกันแน่น ไม่แผ่ขยายด้านข้าง แตกหน่อและใบใหม่ ไม่ต้องดูแลมาก....ปลูกด้วยกล้าเปลือยรากให้ใช้ ๑-๓ ต้น กล้าแบบเพาะลงถุง ให้นำไปพักตัวในพื้นที่รอปลูกไว้ก่อน...ในดินปลูกที่เป็นดินเลว ให้คลุกปุ๋ยไว้กับดิน ปรับปรุงดินรอไว้ช่วยให้กล้าเจริญเติบโตดี....ระยะปลูกห่างกล้าเปลือยราก ๕ ซม. กล้าเพาะลงถุง ๑๐ ซม....เลือกปลูกเมื่อดินปลูกมีความชุ่มชื้นติดต่อกันมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๑๕ วัน...กอแฝกจะเจริญแตกกอชิดกันภายใน ๕-๖ เดือน...ในพื้นที่แห้งแล้งควรตัดเพื่อเร่งให้แตกกอ ๑-๒ เดือนต่อครั้ง...ถ้าปลูกในพื้นดินเสื่อมโทรมให้เติมหน้าดินในระยะต้น...กล้าเปลือยรากขาดน้ำตายง่าย แตกกอช้า....หน่ออายุน้อยกว่าสี่เดือนไม่เหมาะเป็นต้นพันธุ์....ระยะแรกหากให้น้ำแค่ชุ่ม ไม่ขังแฉะ...ปลูกห่างจากไม้ผลอย่างน้อย ๘๐ ซม. ไม่ปลูกในที่ที่มีไม้ยืนต้นอยู่แล้ว

เข้าใจละว่าทำไมแฝกที่ลงมือปลูกไม่โต กอเล็ก เกิดจากเตรียมดินไม่เหมาะ มัวระวังแต่เรื่องน้ำ ลืมเรื่องปุ๋ย ลงกล้าแบบเปลือยรากหลุมละต้น พอมันแตกกอ ไม่ได้ตัดใบ กอก็เลยเล็กไง ปลูกแล้วไม่กลบดินตรงโคนให้แน่น ช่วงฝนน้ำแรงชะซะรากกระเทือนนี่เอง และที่มันรอดไม่ไหว ก็ด้วยปล่อยให้วัชพืชอย่างคาเป็นใหญ่ด้วยแหละ.....ครั้งต่อไปได้กล้ามาปลูกอีก ก็กำจัดจุดอ่อนเหล่านี้ไปซะ ถนอมความเปราะบางของเธอเข้าไว้ จะได้ไม่เปลืองแรงปลูก

ตามเข้าไปดูมะสังที่เดิมคิดว่าจะไม่รอด ก็พบว่าตั้งตัวได้ แต่โตช้ามาก สมแล้วที่เป็นพันธุ์ไม้ทีถูกเลือกเป็นไม้บอนไซ แวะไปดูไผ่ที่น้องชายคนเก่งให้กิ่งมาปลูก อะฮ้า แตกกอตั้งลำสูงเกินยอดมะเดื่อที่ไปฝากกอไว้ ยังไม่มีหน่อใหม่ๆงอกให้ตัดเป็นอาหาร เห็นแล้วดีใจ

ส่วนเจ้าหญ้าเนเปียร์นั้นแสนอึด ตัดตอนต้นใบจนเหลือแต่กอแล้วยังหัวแข็งแตกกอ แตกใบขึ้นใหม่ ดอกเหลืองละออ จับแล้วนุ่มมือดีนัก ฟุ้งเข้าจมูกทำเอาแอบจามอยู่เหมือนกัน ทีแรกคิดว่าใบไม่คมที่ไหนได้ คมอยู่เหมือนกันแหละ ดีตรงบาดเนื้อไม่ง่ายเท่าใบหญ้าคา ไม่ดีตรงที่สัมผัสเนื้อตัวแล้วทำให้คันอยู่บ้าง

ตะไคร้หอมโตทนมาก ได้น้ำฝนเมื่อไรแตกกอสะพรั่ง โคนกอมีใบแห้งสะสม จับดินใต้โคนแล้วเย็นดี ใต้กอชื้นกว่าใต้กอตะไคร้ แตกกอง่ายแม้จะเหลือแค่เหง้าลอยฟ้าไว้รอฝน

ตะไคร้แกงหน้าแล้งใบเหี่ยว พอเจอฝนใบแห้งฉ่ำน้ำ ใบสดสดชื่น โคนกอชื้นจากใบแห้งฉ่ำน้ำ ดูใกล้ๆเห็นร่องรอยรา มิน่าคนปลูกตะไคร้จึงหมั่นตัด ไม่ตัดกอราทำให้โคนเละ เฉาตาย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้โลกกว้าง



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

Thank you for this reminder "...จึงได้รู้จักความเป็นหญ้าแฝกที่กำลังเอ๊าะๆว่าเธอมีความเปราะบางอยู่ด้วย..." Often I forget that everything has a break point and breaking can mean serious ending.