สิทธิด้านสุขภาพเฉพาะบุคคลที่มีสัญชาติไทย

ยังเป็นคำถามว่า แล้วรัฐบาลได้เตรียมการรองรับด้านสุขภาพให้แก่แรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างไรบ้างครับ?

ท่ามกลางบรรยากาศของการตื่นตัวต้อนรับการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ความร่ำรวยมั่งคั่ง ภายใต้นโยบายแปลงผืนดินจากเขตเกษตรกรรมไปสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษของพื้นที่ที่ผมกำลังใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในปัจจุบัน ก็ให้เป็นที่สงสัยกับการเตรียมการของรัฐหลายประเด็น มีข่าวผ่านตาสำหรับการผ่อนปรนให้กับแรงงานต่างชาติเพื่อนบ้านที่สามารถเข้ามาทำงานได้โดยสะดวก พร้อมสิทธิพิเศษอีกหลายประการ รวมถึงการทำประกันสุขภาพด้วย(ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งเมื่อมีโอกาส) แต่เคยมีกรณีเป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลริมชายแดนท่านหนึ่งออกมาให้ข้อมูลว่าโรงพยาบาลอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่เนื่องจากการต้องแบกรับค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการให้บริการพี่น้องเพื่อนบ้านที่มารับบริการ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช)นิ่งดูดายไม่ยอมจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้เพียงพอ บังเอิญเกิดเป็นข่าวในช่วงที่พวกเราทุกคนทราบว่ามีความเห็นและการทำงานที่ไม่ลงรอยกันหลายอย่างระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)กับ สปสช. แล้วใครกันเล่าคือคนต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ ๒๒๔/๒๕๕๕ ต่อกรณี พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕ จะมีผลครอบคลุมกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานด้วยหรือไม่

"....เห็นว่ามาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ บัญญัติให้บุคคลทุกคนที่มีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพตามที่กำหนด บทบัญญัติดังกล่าวเป็นการรับรองสิทธิในการรับบริการสาธารณสุขตามมาตรา ๕๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ โดยบัญญัติไว้ในหมวดที่ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย และต่อมา มาตรา ๕๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ก็ได้บัญญัติหลักการดังกล่าวไว้เช่นเดียวกัน การรับรองสิทธิในการรับบริการสาธารณสุขตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นการรับรองสิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น ดังนั้น การขยายบริการสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ ให้ครอบคลุมไปถึงผู้ประกันตนที่เป็ฯแรงงานต่างด้าวด้วย จึงไม่อาจทำได้..."

ดังนี้จึงปรากฎแน่ชัดว่าเมื่อ สปสช.ตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ จึงดูแลผู้มีสัญชาติไทยเป็นหลัก หากรัฐบาล หรือหน่วยงานระหว่างประเทศ ต้องการดูแลแรงงานต่างด้าวย่อมต้องจัดสรรงบประมาณหรือ หาวิธีการอื่นใดที่นอกเหนือจากบทบาทภาระหน้าที่ปกติของ สปสช.ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ ดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนมีความเห็นเพิ่มเติมว่า สังคม และ กระทรวงสาธารณสุข จำต้องทำบทบาทดังกล่าว อีกทั้งต้องชี้แจงข้อเท็จจริงทางด้านกฎหมายให้พวกเราได้ทราบโดยทั่วกันอีกด้วย

สุดท้าย....ยังเป็นคำถามว่า แล้วรัฐบาลได้เตรียมการรองรับด้านสุขภาพให้แก่แรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างไรบ้างครับ?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สุขภาพประชาชน,พลเมือง



ความเห็น (0)