พลัม( Plum ):ผลไม้

WANAPRON
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
พลัมผลไม้ดีต่อสุขภาพ

ดอกพลัม

ผลรูปรี เนื้อร่อนไม่ติดเมล็ด

ผลกลม เนื้อติดเมล็ด

ที่เมืองหนาว เวลาทองช่วง 3 เดือนที่ดอกไม้ผลิบานให้ได้ชมและผลไม้หลากหลายให้ได้รับประทาน คิดถึงเมืองไทยอย่างน้อยก็มีสาระอะไรมาฝาก จึงนำเรื่องพลัมมาบอกเล่ากันค่ะ

พลัม (Plum):ผลไม้ ชื่อว่า ลูกพลัม ลูกไหน ลูกพรุน เป็นชื่อเดียวกัน

ลูกพลัม ( Plum )เรียกทับศัพท์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Prunus domestica L. จัดอยู่ในวงศ์ ROSACEAE เป็นผลไม้เมืองหนาวในยุโรปและอเมริกา พลัมสีเหลือง ( Mira belle ) พลัมที่นำเข้าจากจีนเรียกลูกไหน ส่วนพลัมที่ตากแห้งเรียกลูกพรุน

รูปทรงภายนอก ทรงกลมหรือรี สีเหลือง เหลืองเขียวอ่อน ม่วง ม่วงแดง เปลือกบางใส สีเดียวกับเนื้อ

เนื้อใน สีขาวอมเหลือง ม่วงอมชมพู หรือม่วงเข้ม รสเปรี้ยวหวาน หรือหวาน เนื้อนุ่มน้ำมาก กลิ่นหอมอ่อนๆ

เมล็ด มีเมล็ดเดียว รูปรี แข็ง สีน้ำตาลอ่อน น้ำตาล มีทั้งเนื้อติดเมล็ด และร่อนไม่ติดเมล็ด

ลำต้น เป็นไม้ผลขนาดใหญ่ ดอกสวยงามสีขาว จะเริ่มติดดอก และให้ผลประมาณเดือน พฤษภาคม

พลัม มี 2 สายพันธุ์ จากยุโรป และจากญี่ปุ่น ในไทยนำมาจากญี่ปุ่นและอเมริกา สามารถปลูกได้ในเขตหนาวเช่นเชียงใหม่

ประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการ

1 Vit. A Beta carotien บำรุงสายตาและเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเชลล์

2 Vit. C เป็น Anti-oxidant สารต้านอนุมูลอิสระ สร้างคลอราเจนให้ผิวหนัง ผิวสดใสเต่งตึง ทำให้ร่างกายและสมองคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว

3 Vit .E เป็น Anti-oxidant ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของออกซิเจนที่ไม่สมบรูณ์ในร่างกาย ช่วยการไหลเวียนโลหิต ยืดอายุของเม็ดเลือดแดง

4 Iron เป็นส่วนประกอบการสังเคราะห์เม็ดเลือดแดง

5 Calcium ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน รักษาการเต้นของหัวใจและระบบประสาทให้ทำงานเป็นปกติ

6 Dietary Fiber กากใยธรรมชาติ ช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นาน

7 ช่วยลดไขมันในเลือด LDL Cholesterol

8 มีฤทธิ์เป็นยาระบายอย่างอ่อน รักษาท้องผูก ป้องกันมะเร็งลำไส้

9 น้ำตาลฟรุ้คโตส ช่วยให้น้ำตาลในเลือดไม่สูงอย่างรวดเร็ว

และสารอื่นๆได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรท ไขมัน

ข้อควรระวัง

1 ท้องเสีย ถ้ารับประทานมากเกินไป เพราะมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ

2 หญิงมีครรภ์ ถ้ารับประทานมาก จะกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวทำให้คลอดก่อนกำหนด

3 โรคไต จะทำให้โรครุนแรงขึ้น จากการขับถ่ายบ่อยๆ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน



ความเห็น (0)