685. เรียนรู้ศาสตร์ OD จาก "สามก๊ก" (ตอนที่ 15)

เมื่อวานผมสอน “สามก๊ก” วรรณกรรมโปรดของผมให้ลูกศิษย์ โดยใช้ร่วมกันค้นหาเรื่องดีๆ ประเด็นที่น่าสนใจจากสามก๊ก เรียกว่าเรามาเรียนรู้ร่วมกันนั่นเองครับ

โดยก่อนสอน ผมให้ลูกศิษย์ทั้ง 40 คนไปหาทฤษฎีด้านบริหาร ภาวะผู้นำ จิตวิทยา มาคนละสามทฤษฎี ก็ได้มาทั้งหมด 120 ทฤษฎี จากนั้นก็แบ่งกันอ่าน คนละประมาณ 17-20 หน้า ก็จะครบทั้ง 1,500 หน้า จากนั้นให้รวมตัวกันเป็นกลุ่มๆละ 5-6 คน โดยเรียงกันตามลำดับหน้าที่รับผิดชอบ แล้วให้เล่าทฤษฎีที่ตัวเองรู้มา แล้วช่วยกันประเมินว่าทฤษฎีอะไรสามารถอธิบายภาพรวมของเนื้อหาของกลุ่มทั้งหมด ในแง่ความสำเร็จและความล่มสลาย เราแยกออกมาเป็นเก้ากลุ่ม เมื่อกระบวนการจบ เราก็จะได้ทฤษฎีด้านบริหารเก้าทฤษฎี


และสุดท้ายเราให้ Vote กันว่าทฤษฎีอะไรสามทฤษฎีที่อธิบายภาพรวมของประวัติศาสตร์สามก๊กได้ดีที่สุด เราได้มาสามทฤษฎีคือ The Theory of Administrative Management ของ Fayols ตามมาด้วยแนวคิดคนเป็นสินทรัพย์ที่มาค่าของ Drucker และ PDCA ของ Demming

1. Theory of Administrative Management หลักการ 14 ข้อของการบริหาร ตัวนี้ classics มากๆ

หลัก 14 ข้อดูโบราณมากๆ คิดมาร้อยกว่าปี แต่ก็ดูจะอธิบายอะไรหลายๆอย่างในสามก๊กได้ ประกอบด้วยแนวคิด 14 ประการ แน่นอนหลังจากทฤษฎีออกมา ก็มีคนต่อยอดเป็นทฤษฎีดีๆ ออกมามากมาย มีเงื่อนไขที่ดีมากมายที่สอดคล้องกับความรุ่งเรืองและความล่มสลายของสามก๊ก เช่น Cogenial Workplace ที่ทำงานน่าอยู่น่าทำงาน จะเห็นว่าตั๋งโต๊ะ ไปก่อน เพราะที่ทำงานนี่สยองมาก ฆ่าคนมาดองเหล้าเล่น คนเก่งไม่อยากอยู่ด้วย เพราะโหดอำมหิตผิดมนุษย์ ที่สุดพังครับ เรื่องผลตอบแทนต้องสมดุลย์ระหว่างแรงจูงใจที่เป็นเงินกับไม่ใช่เงิน นี่เล่าปี่ โจโฉ ซุนกวนได้คะแนนเต็ม เล่าปี่ตังค์ไม่มาก เลยจัดเรื่องอุดมการณ์มากหน่อย ก็สามารถรั้งกวนอูได้ ทั้งๆที่หมดตัว ส่วนพวกที่พังอย่างตั๋งโต๊ะ ลิโป้ อ้วนเสี้ยวนี่ เงินถึงครับ แต่ไม่ได้ใจคน เรียกว่าอ่อนเรื่องการสร้างแรงจูงใจที่ไม่ใช่เงิน นี่ปิ๋ว ในที่สุด

ส่วนเรื่องความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ชัดมากๆ เล่าปี่ได้ชีซี และขงเบ้งมา ติดปีกเลย และสุดท้ายเล่าเสี้ยนที่มั่วทุกเม็ด ไม่ได้เรื่อง ที่สุดก็ทำอาณาจักรที่พ่อสร้างมาสูญสลายหมด โจโฉก็เริ่มสร้างอานณาจักรได้ก็เพราะคิดต่างจากคนอื่นนี่แหละ และที่ลูกหลานไม่สามารถรักษาอาณาจักรได้ก็เพราะขาดเรื่องนี้แหละครับ

นี่แค่สามประเด็น โอกาสหน้าผมจะจัดเต็มเรื่องนี้ให้มาชมกัน จะได้เรียนรู้ทฤษฎีเก่าๆ แต่ Classics สุดทฤษฎีนี้กัน

2. แนวคิดเรื่องคนเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าขององค์กร ของ Peter Drucker สะท้อนออกมาเป็นแนวคิดหลักของชายผู้เชื่อว่าเป็น ผู้ให้กำเนิดศาสตร์ด้าน Management ของโลก

“ The organisation is a human community, "built on trust and respect for the workers—not just a profit machine.”

“องค์กรเป็นชุมชนของมนุษย์ ที่สร้างขึ้นจากความเชื่อถือและความเคารพต่อคนทำงาน ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องจักรทำกำไร”

“Employees—the people who do the work—need to be treated as assets, as the critical resource in the organisation.

“พนักงาน คือคนที่ทำงานให้องค์กร ต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนทรัพย์สิน เพราะพนักงานคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร”

ชัดมากๆครับ เล่าปี่ได้คะแนนในเรื่องนี้ไปเต็มๆ โจโฉนี่ล้ำหน้าไปไกล ซุนกวนก็ได้มรดกดีๆมาจากพ่อและพี่... ทั้งหมดปฏิบัติต่อคนของตนตามแนวคิด Drucker เด๊ะ การแสดงออกชัดมาก ส่วนอ้วนเสี้ยวพังเพราะเห็นคนเป็นผักปลานั่นเอง

3. PDCA ขอบ Demming ผู้นำที่เก่งในสามก๊กมีการตั้งเป้าหมาย วางแผน ทำจริง ตรวจสอบ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และก้าวเดินต่อไป คุณจะเห็นพวกผู้นำเก่งๆ เป็นแบบน้ีทั้งนั้น

ดูเหมือนสามแนวคิดด้านการจัดการนี้ เมื่อนำมาผสมกันจะอธิบายการผงาดขึ้นของสามก๊ก และในขณะเดียวกันก็สามารถอธิบายได้ถึงสาเหตุของความล่มสลายของทั้งสามเช่นกัน น่าทึ่งครับ

เรียกว่าจะเป็นผู้นำต้องเข้าใจหลักสามข้อนี้เป็นอย่างต่ำครับ

บางท่านอาจสงสัยทฤษฎีที่ว่ามา “เก่าจัง” ใจเย็นครับ อย่าลืมเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดมาสองพันปีกว่าแล้ว ยุคนั้นทำได้เท่านี้ก็เก่งแล้วครับ

แต่ผมว่าสามทฤษฎีนี้ถ้าเอามาใช้รวมกัน และใช้อย่างเข้าใจ ผมว่าผลที่ได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่าทฤษฎีประเภทองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organisation) หรือแนวคิดเดิ้นๆ ขององค์กรสมัยใหม่ ไม่ว่าจะมาจากชาติไหนก็ตาม เพราะถ้าลองมาผสมผสานกัน จะเห็นว่า ผู้นำสามก๊ก ฃล้วนแล้วแต่เริ่มต้นด้วยการที่เห็นว่าคนสำคัญ คนมีค่าทั้งสิ้น นี่อธิบายด้วยแนวคิดของ Drucker ต่อมาก็พยายามพัฒนาโครงสร้างการบริหาร ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ การสร้างบรรยากาศในกองทัพ การสร้างแรงจูงใจ การริเริ่มสร้าวสรรค์ตามแนว Administrative Management ของ Fayol โดยก็พยายามทำการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงคล้ายๆกับวงจร PDCA ของ Demming ที่สุดก๊กก็เริ่มขยายตัว จนกลายเป็นมหาอำนาจ และเมื่อตัวใดตัวหนึ่งอ่อนแรง คนเริ่มไม่สำคัญ การบริหารไม่เป็นเอกภาพ PDCA ก็หายไป ที่สุดก็ล่มสลาย ผมว่าผมสรุปเป็น Model ของการสร้างอาณาจักรยุคสามก๊ก ผ่านมุมมองการจัดการสมัยใหม่ (แอบผสมของเก่าหน่อย) ได้ดังนี้

เป็นอะไรที่ผมเห็นว่าซ่อนอยู่ในสามก๊ก ที่เราพอเทียบเคียงได้กับทฤษฎีของคนในยุคปัจจุบัน

และสำหรับท่านที่สนใจงานของ Peter Drucker ตอนนี้ในประเทศไทย ท่านลองไปหาดร.กิตติกร ดาวพิเศษ Graduate School of Business มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ท่านเป็นประธานของสมาคม Peter Drucker Soceity ในประเทศไทย ลองเข้าไปตามท่านใน FB นี้ครับ https://www.facebook.com/kitikorn.dow?fref=ts


วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ www.aithailand.org


Reference ข้อมูลด้านวิชาการ


http://www.mindtools.com/pages/article/henri-fayol...

http://www.communicoltd.com/pages/400_your_workplace_is_a_human_community.cfm

https://www.deming.org/theman/theories/pdsacycle

Reference ภาพ

http://www.chinancient.com/the-romance-of-three-kingdoms/

http://www.richsmanagementblog.com/im-statistic-im-valuable-person/work-today/attachment/drucker-quote/

http://reveln.com/curing-one-of-the-seven-deadly-d...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)