หลักสูตรการศึกษาสำเร็จรูป

เวลาที่นึกถึงอะไรๆที่สำเร็จรูป หลายๆคนจะนึกถึงบะหมี่สำเร็จรูป เพราะเป็นสิ่งที่ทำสำเร็จรูปแล้วดีมาก คือสะดวก และประหยัด ถึงจะไม่อร่อยและขาดคุณค่าทางอาหารไปบ้างก็ตามความจริงเราใช้ของสำเร็จรูปมากขึ้นทุกวัน แม้แต่การศึกษา ที่เราใช้กันก็เป็นการศึกษาสำเร็จรูป เด็กของเราต้องเรียนตามหลักสูตรสำเร็จรูป ที่ส่งมายังโรงเรียนมีแบบให้เลือกสามสี่แบบ ชอบแบบไหนก็ตัดสินใจเลือกกันไปเมื่อก่อนหลักสูตรสำเร็จรูปรูปแบบนี้ก็ดูเข้าท่า ใช้งานได้ดี

เดี๋ยวนี้ชักจะมีปัญหาเพราะ ความรู้มากมาย และวิ่งเร็วกว่าหลักสูตร และการงานอาชีพใหม่ๆก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว งานพวกนี้เป็นงานที่น่าสนใจ แต่หลักสูตรสำเร็จรูปวิ่งตามไม่ทัน หลักสูตรสำเร็จรูปที่เคยเป็นพระเอกในอดีตตอนนี้เลยกลายเป็นผู้ร้าย เพราะนอกจากไม่สามารถช่วยให้คนประสบความสำเร็จ แล้วยังทำให้เด็กเสียเวลาไปกับการเรียนความรู้ในหลักสูตรสำเร็จรูปแบบนั้นหลักสูตรสำเร็จรูป และความรู้สำเร็จรูป จึงเป็นปัญหาใหญ่ และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก จนทำให้เกิดกระแสการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเปลี่ยนแนวทางการสอน กันแทบทุกประเทศ พยายามเปลี่ยนกันมาจนถึงทุกวันนี้

"ระบบการศึกษาแบบนี้ เปรียบเหมือน
การส่งเสื้อผ้าสำเร็จรูปมาให้เด็กใส่"


หลักสูตรสำเร็จรูป ก็เหมือนเสื้อผ้าสำเร็จรูป ที่ส่งมาให้เด็กจะตัวเล็กตัวใหญ่ ก็ต้องพยายามใส่ให้ได้ บางคนโตเร็วก็ใส่แล้วคับ บางคนตัวเล็กใส่แล้วก็หลวม ก็ต้องทนใส่กันไปเหมือนการเรียน ใครเรียนเร็ว เรียนช้า ก็ต้องทนเรียนตามหลักสูตรกันไปจะชอบหรือไม่ก็ต้องทนใส่กันไปการศึกษาแบบนี้เลยทำให้เกิดปัญหาตามมามากเพราะทำให้เด็กที่ตั้งใจก็ต้องทนเรียนส่วนเด็กที่ไม่สนใจเรียน เบื่อเรียน ก็ถูกคัดออกไปแต่เรื่องที่น่าห่วงคือเด็กส่วนใหญ่เรียนกันไปแบบ “ไม่รู้”ไม่รู้ ว่าเรียนเนื้อหาต่างๆไปทำไมแต่ต้องเรียนเพื่อสอบ สอบเพื่อเรียน เรียนเพื่อเรียนต่อ
ไม่รู้ ว่า ตนเองถนัดอะไร
ไม่รู้ว่า อนาคตตนเองจะไปทางไหนจึงจะรุ่ง

เลือกแผนการเรียน ก็เลือกไปตามผลการเรียน ซึ่งเป็นแค่เกรดเฉลี่ยที่ได้มาจากการเอาผลการสอบวิชาต่างๆมารวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ยให้กลายเป็นตัวเลขตัวเดียวพอถึงตอนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็มักจะเลือกคณะ สาขาไปตามคะแนนที่ตนสอบได้ เรียกว่าเลือกตามคะแนนบางคนเลือกตามคำแนะนำของพ่อแม่ แล้วก็บอกกับตัวเองว่าเรียนเพื่อพ่อแม่ แทนที่จะเรียนเพื่ออนาคตของตนเอง
การเรียน กลายเป็นการวิ่งแข่งกัน แย่งกันเข้าประตูแคบๆหลายคนเลือกเรียนตามเพื่อนแนะนำ คือต่างคนต่างทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กันและกัน เพราะแต่ละคนก็ไม่รู้ว่าตนเองถนัดอะไรควรไปเรียนทางไหน และลักษณะอาชีพแบบไหนที่เหมาะกับตนเอง

ทุกวันนี้จะมีเด็กสักกี่คนที่ได้ เลือกเส้นทางการเรียน ตามความถนัดและศักยภาพของตนเองจริงไหมค่ะ^^



ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก PocketBook เส้นทางสู่อนาคต โดยอาจารย์วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ และคุณปรัชญาพร วรนันท์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การค้นหาตนเอง



ความเห็น (0)