เกิดแต่กรรม

ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี่ รู้สึกตัวเองว่ามีแต่ความไม่สบายใจ หงุดหงิด อะไรต่อมิอะไรดูจะขวางหูขวางตาไปหมด เริ่มจากที่ตัวเอง ทำอะไร หยิบจับอะไร ทำไมมันผิดพลาดไปหมด สุดท้ายก็ลุกลามถึงที่ทำงานจนได้ เพื่อนร่วมงานก็ดูเหมือนจะเฉี่อยชา ไม่ได้ดั่งใจ ดูเหมือนจะมองไม่เห็นความสำคัญ ไม่จัดอันดับความสำคัญ จนเกิดความคิดในใจว่า คงจะร่วมงานกันลำบากซะแล้ว

เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา เลยหาโอกาสหนีความวุ่นวาย ออกนอกเมืองแสวงหาที่สงบ เพราะฉุกคิดได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดทั้งมวลนี้ ปัญหามันอาจจะเกิดจากตัวเองก็ได้ คนอื่นเขาคงไม่มีปัญหาหรือไม่คิดว่าเป็นปัญหา.....การปลีกวิเวกไปอยู่กับตัวเองครั้งนี้ ทำให้หวลนึกถึงคำสอนของครูบาอาจารย์ว่า....ทุกสิ่งล้วน เกิดแต่กรรมทั้งสิ้น คนเราที่มีโอกาสได้มาพานพบกัน ได้ปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน รักใคร่ชอบพอกัน หรือ ศรศิลป์ไม่กินกันจนถึงขั้นทะเลาะเบาะแว้ง อาฆาตพยาบาทกันนั้น มิใช่สิ่งบังเอิญ เมื่อไม่เคยสร้างกรรมต่อกันมา หรือไม่มีวาสนาต่อกัน แม้อยากพบก็ไม่ได้พบ เมื่อพบกันแล้ว แม้ไม่อยากจากก็ต้องจาก ไม่มีอะไรอยู่กับเราได้ตลอดไป

2 วัน (จันทร์-อังคาร) กับการลางานไปอยู่กับตัวเองในที่ที่คิดว่าจะสร้างความสงบสุขให้นั้น ได้ทบทวนตัวเองและคิดได้ว่า แท้จริงแล้วความวิตกกังวล ความเครียด ความไม่พึงพอใจนั้น เราปรุงแต่งขึ้นมาเองต่างหาก คิดเอง เครียดเองว่างั้น!!!! เอาละ...กลับไปทำงานตามปกติได้แล้ว เลิกคิดว่าความคิดของเราจะถูกต้องเสียทั้งหมด เลิกถามคนอื่นว่าสิ่งนั้นถูกไหม ทำอย่างงี้ใช่ไหม หันกลับมาถามตัวเองและพิจารณาคำตอบอย่างเป็นกลางว่า การกระทำทั้งของเราและคนอื่นนั้นถูกต้องเหมาะสมมากน้อยเพียงใด เมื่อไม่พึงใจต่อบุคคลใดหรือการกระทำใด ก็อยู่ห่างๆเข้าไว้ คอยประคองยามเขาพลาด คอยให้กำลังใจและยินดีกับการกระทำที่ถูกต้องเหมาะสมของเขา.....แม้จะคิดได้แค่นี้ ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นเป็นกอง....บางทีคำนี้ก็เหมาะที่สุดนะ...ปลงเสียเถอะ แม่จำเนียร....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกนางฟ้า



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

จริงแท้แน่นอนจ้าาา พี่นางฟ้า