อุปสรรค...รักการอ่าน!!!!

รักการอ่าน....สร้างชีวิตให้มีค่า

รักการอ่าน.....สร้างเวลาให้สุขสันต์

รักการอ่าน.....สร้างคนไทยให้นักกัน

รักการอ่าน.....สร้างความฝันให้เป็นจริง

ยอดขายหนังสือของร้านขายหนังสือเกือบทุกร้านลดลงอย่างน่าใจหาย....เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า สถิติการอ่านย่อมลดลงตามไปด้วย......นี่คือการวิเคราะห์คร่าวๆ ส่วนตัวของผู้เขียนเอง.... เมื่อ 10 ปีก่อน กระแสการรณรงค์รักการอ่านทำให้ยอดการอ่านเพิ่มขึ้น หากแต่ระยะหลังๆ การรณรงค์รักการอ่านซบเซาลง กระแสที่เข้ามาแทนที่คือ การใช้ ICT โรงเรียนทุกโรงเรียนต้องใช้ ICT ในการจัดการเรียนการสอน ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ ไม่ว่ากระแสอะไรจะเข้ามา ก็ดีทั้งนั้น หากจะไม่หลงลืมกระบวนการเก่าๆ

จะกล่าวว่า ICT เป็นอุปสรรคของการอ่านกระนั้นหรือ? คงไม่ใช่ซะทีเดียว แต่ถามว่ามีผลกระทบไหม... แน่นอน!!!! แต่ก่อนเมื่อนึกย้อนไปสัก 10 - 20 ปี หากเราจะจัดการเรียนรู้เรื่องพุทธประวัติ ครูต้องเล่า นักเรียนต้องอ่าน สืบค้น เขียนรายงาน แต่เดี๋ยวนี้ จะเรียนรู้เรื่องพุทธประวัติหรือ....ได้เลย ครูเปิดยูทูป หรือไม่ก็ใช้แผ่น CD นักเรียนนั่งดู อย่างตั้งใจบ้าง ไม่ตั้งใจบ้าง ที่สนใจเพราะตัวการ์ตูน เสียงพากษ์ เร้าใจ....แต่ดูแล้ว ฟังแล้ว ก็ผ่านไป โดยส่วนตัวคิดว่าความจดจำสู้การอ่านไม่ได้

ก็ยอมรับนะว่าระบบ ICT กระแส Social สร้างความรู้และประสบการณ์ไม่น้อย หากแต่ต้องใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูลว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนไม่จริง ซึ่งบางครั้งมันเป็นดาบสองคมของเด็กๆ ปัจจุบันเด็กๆ สนใจการอ่านไหม? สนใจซิ...แม้แต่ผู้ใหญ่ก็สนใจการอ่าน แต่เปลี่ยนสื่อจากหนังสือมาเป็นอินเตอร์เนต จาก Line จาก Facebook แต่ก็เอาเถอะแม้จะเปลี่ยนสื่อ ก็ยังดีที่ยังได้อ่าน แต่สิ่งที่อยากจะให้ครูได้ตระหนักว่า ต้องสอดแทรกกระบวนการให้ความรู้กับเด็กๆ เกี่ยวกับภาษาที่ใช้ในสื่อ Social ว่า ต้องพิจารณาจากการเขียนว่าถูกต้องหรือไม่ จากที่พบเห็นบ่อยๆ แม้กระทั่งครูบางคน ก็เขียนใน Line ใน FB ด้วยคำที่เข้าใจง่ายๆ เช่น จะเขียนคำว่า "โกรธ" ก็เขียนแค่คำว่า "โกด" จะบอกว่า "จะนอนแล้วนะ" ก็เขียนว่า "จะนอนแระนะ"....ยังอีกหลายๆคำพูดที่ใช้เขียนด้วย..ง่าย...เข้าว่า.....ผลกระทบคือ ความไม่ถูกต้อง ที่เด็กๆ ต้องเสพย์จากสื่อทุกวัน

.....ส่วนตัว จึงคิดว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรค ต่อกระบวนการรักการอ่าน น่าจะเป็นเทคโนโลยีนี่เอง ใช่หรือไม่ใช่...เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ.....(ก็แค่อัดอัด อยากระบาย) หากแต่ผู้ใหญ่จะช่วยกันปั้นเด็กๆ ด้วยการปลูก เพื่อบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา...ก้าวสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพต่อไป ก็คงจะไม่เป็นการยากจนเกินไป...สำหรับการ..ปลูกที่แม่...แก้ที่พ่อ....แล้วส่งต่อบำรุงรักษาที่โรงเรียน....ช่วยกันนะคะ

ด้วยจิตปรารถนาดี

นางฟ้า เบื่อสวรรค์

8/07/2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกนางฟ้า



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ชอบบันทึกนี้ค่ะ

ดิฉันชอบอ่านหนังสือกระดาษค่ะ

กว่าจะออกมาเป็นหนังสือผ่านการไตร่ตรองหลายรอบจากผู้เขียน ไปถึงมือบรรณาธิการ ก่อนออกมา ทั้งเนื้อหาและอักษร

อ่านทางออนไลน์ผู้อ่านต้องวิเคราะห์ แยกแยะได้ ไม่มีการกรองทั้งเนื้อหาและภาษา

ดิฉันคิดว่าเด็กควรอ่าน "หนังสือจริงๆ" ค่ะ