ส่องหนัง Just Before I Go ผ่านกระจกไทยโค้ช

หลังเรียนจบหลักสูตรไทยโค้ช โค้ชวิถีไทย (THAI COACH) ไปเพียง 1 วัน จักรวาลก็จัดสรรให้ได้ดูหนังฮอลลีวู้ดดราม่าคอมมอดี้ 'Just Before I Go' ซึ่งออกมาสู่สายตาประชาชีเมื่อปีที่แล้ว ได้ดูครั้งแรกก็เกิดอาการ Blink, AHA Moment และ Breakthrough เพราะทักษะความรู้และโมเดลการโค้ชที่ได้จากครูอาจารย์ไทยโค้ชแล่นเข้ามาในสมอง นั่งดูไปปัญญาก็ทะลุปรุโปร่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องเปิดสมุดจดหาว่าเอาโมเดลไหนมาจับ แต่มันอยู่ในหัว นี่เองที่เรียกว่าเรียนด้วยสติและสมาธิ

'Just Before I Go' เป็นเรื่องของ เท็ด ที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายเพราะภรรยาทิ้ง ด้วยเหตุผลว่าชีวิตเขาไม่มี Passion เขาคิดว่าตัวเองล้มเหลวในทุกกรณี เท็ดขาดสมดุลย์ทุกจุดของ MTHAI แต่ขณะที่นั่งในบ้านคนเดียว ความเศร้าเริ่มคลาย สมาธิเริ่มมา ได้เห็นเหตุของปมในชีวิตเขาช่วงต่างๆ จึงคิดมุ่งมั่นตั้งใจจะกลับบ้านเกิดเพื่อไปแก้แค้นกับคนที่ทำให้เขาเกิดปมในชีวิตแต่ละเรื่องอย่างสาสมก่อนโดดน้ำตาย (เท็ดกลัวน้ำมาตลอดชีวิต) แต่สุดท้ายเขากลับกลายเป็นกัลยาณมิตรที่ยอดเยี่ยม เท็ดเป็นเหมือนสติบริสุทธิ์นำคนเหล่านั้นปลดล็อกชีวิตได้สำเร็จแบบผสมความฮา ที่ว่าบริสุทธิ์เพราะเท็ดไม่ได้หวังจะได้อะไรตอบแทนจริงๆด้วยว่าแกพร้อมตายแล้วไงคะ ว่างเปล่าจริงๆ Blink! เลยค่ะว่าโค้ชแบบไทยโค้ชที่ไม่คาดหวังชนิดหมดจดเป็นแบบนี้นี่เอง

โครงเรื่องใหญ่ทั้งเรื่องดำเนินด้วย AI และ Flow เกิด Challenge เพิ่มเป็นลำดับ แต่ Skill แบบมวยวัดที่เท็ดใช้ก็ขึ้นลงตาม Fact แต่พอถึงจุด Flow เรื่องก็คลี่คลาย เร็วช้าต่างกันไปค่ะ โดยเท็ดใช้ MTHAI ปรับสมดุลย์ตัวเอง และโชคดีได้เจอนางเอกที่มาไล่ตามจิกขอทำวิดีโอสารคดีก่อนตาย เธอก็ถามๆ ถามๆแบบโค้ชเลย

การเปลี่ยนแปลงของตัวละครจะเห็น Lotus Model ของตัวละครแต่ละตัวชัดเจน แต่บางครั้งไม่เป็นไปตามลำดับ ดอกบัวขึ้นๆลงๆ บานๆ หุบๆ ใช้เวลาซักพักถึงจะพ้นน้ำและบานแฉ่งเต็มที่ ได้บทเรียนของการเป็นโค้ชว่า การเบ่งบานของ โค้ชชี่ ไม่่ได้เป็นไปตามลำดับขั้น ครั้งนี้บรรเจิด แต่ครั้งหน้าอาจหุบ อีกครั้งอาจดำดิ่งจมโคลน และอีกคราวเขาพ้นน้ำแล้วแย้มบานเลย

ช่วงที่เท็ดหายแค้น ได้สติเพราะเจอ Fact บางอย่างของแต่ละคน เขาก็เข้าไปใช้ Star Model คือ Coaching บ้าง Counseling บ้าง Consulting บ้าง ด้วย เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับโค้ชชี่พัฒนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จน Good me, Bad me หายหมดเหลือแต่ Fact และนำ Fact มาคลี่คลายเรื่องราวได้ตรงจุด...ในใจก็ AHA! แบบนี้สิถึงจะเกิด Active Change (ศัพท์นี้ตั้งเองนะคะ ตั้งใจให้หมายถึง การเปลี่ยนแปลงระดับลงมือทำ)

สุดท้ายจะไม่บอกว่าเรื่องจบอย่างไร แต่ที่น้ำตาไหล Breakthrough (ของตัวเอง)คือ เรื่องราวช่วงที่เท็ดตกลงไปในน้ำ เขาแก้ปมสุดท้ายด้วยจิตตัวเอง เพราะสำหรับตัวดิฉัน

นั่นคือ Result ของ Thai Coach

ดูจบก็อยากก้มกราบขอบพระคุณอาจารย์ไทยโค้ช โค้ชวิถีไทยทุกท่านที่มอบสมบัติอันล้ำค่าให้ คือโมเดลต่างๆ คอนเซ็ปต่างๆ พร้อมสติ และจิตวิญญาณ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็มีปัญญากระจ่างแจ้ง มองทะลุปรุโปร่ง คิดเล่นๆในใจว่า ครูไทยโค้ชทุกท่านน่าจะได้สอนนักเรียนและนักเขียนที่จะเป็นคนเขียนบทที่ฮอลลีวู้ด รับรองได้ว่าเรื่องดี ไม่มีตัน ดังทะลุจอ

เรื่องโดย:โค้ชอ๊าท 22 มิถุนายน 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เสพความบันเทิงอย่างฉลาด



ความเห็น (0)