การก่อการร้ายโดยรัฐ และมานุษยวิทยา ตอนที่ 2

มานุษยวิทยา และการก่อการร้ายโดยรัฐ

นักมานุษยวิทยาวัฒนธรรมได้พยายามศึกษาการเมืองที่มีขนาดเล็กๆในระดับชุมชนท้องถิ่น เพราะว่าความเจริญเติบโตของการก่อการร้ายโดยรัฐในลาติน อเมริกา และภูมิภาคอื่นๆในโลก พวกนักมานุษยวิทยาจึงมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง นั่นคือเพิกเฉย หรือไม่ก็เผชิญกับข้อเท็จจริงที่ว่าประชาชนที่เขาไปลงภาคสนามคือเหยื่อ หลายคนถูกทรมาน, ถูกฆ่า หรือหายไปเพราะการก่อการร้ายโดยรัฐ ประชาชนที่รอดจากการก่อการร้ายโดยรัฐดำรงชีวิตอยู่ในวัฒนธรรมแห่งการกลัวและความโหดร้าย จำนวนนักมานุษยวิทยาที่เพิ่มขึ้น ผู้ไม่อาจเพิกเฉย และมีสำนึกอยู่ จึงพูดเรื่องนี้ออกมา และเป็นพยานในเรื่องการก่อการร้ายโดยรัฐ และการกดขี่ ดังนั้นการก่อการร้ายโดยรัฐจึงได้มาเป็นหัวข้อวิจัยของนักมานุษยวิทยาขึ้นมา แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยาก เพราะนักมานุษยวิทยามีแนวโน้มที่จะศึกษาชุมชน ราวกับว่าพวกเขาอยู่ห่างจากระบบการเมือง, เศรษฐกิจ, สังคม ที่มีขนาดใหญ่อยู่ก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น การวิจัยในเรื่องดังกล่าวมีสถานะค่อนข้างเสี่ยง หรืออันตราย ดังนั้นจึงมีทางที่จะหลีกเลี่ยงการก่อการร้ายโดยรัฐ

โดยนัยยะเดียวกัน วิธีการในการศึกษาการก่อการร้ายโดยรัฐกำลังเกิดขึ้นพร้อมๆกันกับเรื่องการพิจารณาอีกครั้งในการเมืองของมานุษยวิทยา โดยการปลดอาณานิคมของวิชามานุษยวิทยา, และเริ่มกลายมาเป็นความมีสำนึกทางการเมือง ในนามของผู้ถูกกดขี่และมหาชนที่ถูกขูดรีด โดยการร่วมกับพวกเขาในการต่อสู้เพื่อความเสมอภาค, ความยุติธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม, และสิทธิมนุษยชน โดยต่อต้านความยากจน, การเหยียดผิว, และรูปแบบอื่นๆของการกดขี่ มานุษยวิทยาแบบทนายปฏิเสธความเป็นกลาง และเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อคนรากหญ้า และอื่นๆ ความรู้จะถูกประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติ กุญแจคือการเชื่อมโยงกับการตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน---ที่เราเรียกกันว่า มานุษยวิทยาเชิงการปฏิบัติ (action anthropology) หรือ มานุษยวิทยาเชิงเสรีนิยม (liberation anthropology) สิ่งนี้เรียกว่าการเมืองของความจริง พร้อมกับภารกิจแบบมนุษยธรรม

ในหนังสือของ E.V Walter ปี 1969 ชื่อว่า การก่อการร้ายและการต่อต้าน เปิดเผยว่า การก่อการร้ายโดยรัฐ ที่ปรากฏอยู่ในทุกวัฒนธรรมนั้น สามารถเป็นสิ่งปกติ (ไม่ใช่ผิดปกติ)ในชีวิตทางสังคม และการก่อการร้ายเป็นเพียงทางเลือกยิ่งกว่าสิ่งจำเป็น ยิ่งไปกว่านั้น ทุกๆรัฐจะมีศักยภาพในการพัฒนาการก่อการร้ายในการขู่ให้กลัว และควบคุมฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมือง หรือการให้คงไว้ซึ่งสถานภาพ เขายังแบ่งแยกระหว่างเหยื่อในการก่อการร้ายโดยรัฐและกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายคือประชากรขนาดใหญ่ ที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากมายนัก

ดังนั้น Sluka บ่งชี้ และอภิปรายจำนวนของนักบุกเบิกในงานทางมานุษยวิทยาที่ศึกษาเรื่องการก่อการร้ายโดยรัฐ เช่น Robert Carmack, Myrna Mack, Ricardo Falla, และ Victor Montejo ในกรณีของ Guatemala ในหมู่นักบุกเบิกคนอื่นๆ ก็คือ Michael Taussig ใน Peruvian Amazon, Nancy Scheper-Hughes ใน Brazil, และ Marcelo Suarez-Orozco ใน Argentina.

Suarez-Orozco ได้เตือนให้พวกเราว่ามี ปัญหา 3 ประการในการศึกษาการก่อการร้ายโดยรัฐ ก็คือ 1. การเย้ายวนทางชาติพันธุ์วรรณนาเพื่อให้ผู้อื่นเชื่อในผู้บุกรุกและพวกเหยื่อ 2. การเป็นตัวแทนที่ผิด แทนที่จะได้พรรณนาถึงเหยื่อ กลับเป็นการขอโทษให้กับผู้ก่อการร้ายเสียเอง 3. การเคลื่อนย้ายจากการเน้นไปที่การต่อต้านมาเป็นบุคคลที่ก่อการร้ายเอง

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือความปลอดภัยของนักวิจัย รวมทั้งการเข้าไปถึงพื้นที่ และการโต้ตอบอย่างรุนแรงตอนสัมภาษณ์ บุคคลหลายคนเป็นผู้ถูกเนรเทศทางการเมอง ในขณะที่หลายๆคนถูกฆ่า แม้แต่เขายังพูดว่าการตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนหลายคนอาจถูกฟ้องกลับ แม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานอาจวิจารณ์ถึงเรื่องความเป็นวิทยาศาสตร์, จริยธรรมเชิงวิชาการ, แรงจูงใจ, และความชอบองนักมานุษยวิทยาที่กำลังศึกษาเรื่องการก่อการร้าย

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาอื่นๆ ซึ่งก็คือ ถ้านักมานุษยวิทยากำลังศึกษาในประเทศที่ไม่ใช่ประเทศของตน วีซา และการขออนุญาตวิจัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น สิ่งเหล่านี้อาจทำให้นักมานุษยวิทยาปฏิเสธ หรือเพิกถอนจากการศึกษาการก่อการร้ายโดยรัฐ การขออนุญาตให้มีการวิจัยยังถูกควบคุมโดยชนชั้นนำ ซึ่งไม่อยากจะให้ทุนการทำงานวิจัยที่ท้าทายอำนาจของพวกเขา

บางส่วนมาจาก

Jeffrey A. Sluka ใน Death Squad: The Anthropology of State Terror, J.A. Sluka, ed., (2014). http://www.soc.hawaii.edu/sponsel/Courses/345.html…

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ความปลอดภัยของนักวิจัย ... เป็นเรื่องสำคัญมากๆ นะคะ

ขอบคุณบันทึกดีดีนี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันบันทึกที่มีสาระดี ๆ จ้ะ