ความภาคภูมิใจที่ไม่มีวันลืม

ขอบคุณเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ในชีวิตที่ผ่านมา มีเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามา ทั้งเรื่องร้ายดี ทุกข์โศก หัวเราะ ร้องให้ ยิ้ม น้ำตา มีเรื่องราวและช่วงเวลาที่น่าจดจำ และมีเรื่องที่ต้องจำไปอีกนาน แต่วันนี้ผมจะมาเล่าความภูมิใจในชีวิตที่มันมากกว่าความภาคภูมิใจ ถึงจะเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผม แต่สิ่งเหล่านี้มันทำให้ผมมีทุกวันนี้และเป็นเหมือนทุกวันนี้ได้

1 ข้อแรก ผมภูมิใจที่สุดที่ได้เกิดมาในครอบครัวนี้ เป็นครอบครัวที่มีความอบอุ่น ไม่ได้เป็นครอบครัวที่ร่ำรวยเงินทอง แต่เป็นครอบครัวที่เต็มไปด้วยญาติมิตร ความจริงใจ ความช่วยเหลือกัน เป็นครอบครัวที่ผมรักมากที่สุด

2 ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นเด็กบ้านนอก เพราะในความบ้านนอกมีสิ่งที่คนในเมืองไม่มีและเป็นสิ่งที่คนในเมืองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย ผู้คนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รถก็ไม่ติด รวมทั้งอากาศที่บริสุทธิ์

3 ภูมิใจที่ได้เกิดในแผ่นดินไทย ที่มีพระเจ้าอยู่หัวอันทรงเป็นที่รักของชาวประชาและทรงทำทุกสิ่งเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชาวไทย โดยไม่หวังอะไรเลย

4 ภูมิใจที่มีพ่อเป็นแบบอย่างที่ดีในทุก ๆ อย่าง ผมนำแบบแผนหลาย ๆ อย่างมาจากพ่อ พ่อเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน ทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างตั้งใจและไม่หวังผลตอบแทน พ่อเป็นคนร่าเริง ขี้เล่น เวลาอยู่กับคนอื่นพ่อมักทำให้คนอื่นหัวเราะได้เสมอ

5 ภูมิใจที่มีแม่คอยสั่งสอนอบรม แม่เป็นคนคอยอบรมสั่งสอนผมมาตั้งแต่เด็ก แม่ชอบสอนโดยเอาคำสอนของศาสนามาสอน และคำสอนของแม่มักมีข้อคิดให้ได้คิดเสมอ

6 ภูมิใจที่มีน้องที่ผมรัก และรักผม ผมมีน้องชาย 1 คน อายุห่างกันสองปี ด้วยวัยที่ใกล้กัน สมัยเด็กเรามักเล่นอะไรด้วยกัน ทำอะไรด้วยกันเสมอ ตอนผมย้ายโรงเรียน น้องถึงกับร้องให้จะย้ายตามผม ตอนไปเข้าค่ายลูกเสื้อ แม่บอกว่าน้องร้องให้คิดถึงผม ผมที่ใจมากที่มีน้องที่รักผมมาก

7 ตอนป. 3 ได้เป็นตัวแทนไปแข่งคิดเลขเร็วของอำเภอและได้ที่ 3 ตอนนั้นผมอยู่ที่โรงเรียนของหมู่บ้าน ทั้งห้องมีแค่ 7 คน ครูเลือกผมไปแข่งคิดเลขเร็ว ตอนนั้นกลัวมาก ๆ เลยครับ ไม่เคยไปไหนคนเดียวโดยไม่มี พ่อ-แม่ ไปด้วย พอประกาศผลที่บอร์ด ผมได้ที่ 3 เป็นครั้งแรกที่ไปแข่งและได้รางวัล เป็นความรู้สึกดีใจที่สุดเลยตอนนั้น ความดีใจครั้งแรกที่ได้รางวัลในชีวิต ใบประกาศพ่อใส่กรอบติดฝาบ้านไว้จนถึงตอนนี้เลยครับ

8 ภูมิใจที่ได้เป็นแชมป์วิ่งและกระโดดไกล รุ่น จิ๋วพิเศษ จิ๋ว เล็ก ในงานกีฬาตำบล ตอนนั้นผมตัวเล็กมากส่วนสูงประมาณ 140+ มีแข๋งกีฬาตอนนั้นจะวัดรุ่นตามความสูง ผมก็เป็นรุ่นเล็กสุดตลอด แต่ตอนคัดตัวผมทำได้ดีกว่าคนอื่น ๆ จนได้เป็นตัวแทนในหลายรุ่นของโรงเรียนไปแข่งกีฬาตำบล ซึ่งผมก็ได้แชมป์ทุกรุ่นทั้งวิ่งและกระโดดไกล แต่ตอนแข่งระดับอำเภอ คนอื่เค้าซ้อมมาดีเลยได้แค่ที่ 2 มารุ่นเดว คือจิ๋วพิเศษ

9 ภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทน 1 ใน11 คน ในทีมฟุตบอลของโรงเรียนในตำบล ลงแข่งงานฟุตบอลกีฬานักเรียนประจำอำเภอ และได้ที่ 2 มา สมัยประถมผมชอบเล่นฟุตบอลมาก ทุกเย็นจะต้องไปเล่นที่โรงเรียน และได้เห็นพี่ ๆ ได้ลงแข่ง เห็นละเท่มากเลย ผมเลยอยากจะแข่งบ้าง จนวันคัดตัวเหมือนในหนังเลยครับ โค้ชแบ่งเป็นสองทีมและดูการเล่นของแต่ละคน เพื่อนผมถูกเรียกตัวออกไปทีละคน ๆ จนจะครบทีมแล้ว ผมก็ถอดใจแล้วว่าคงไม่ได้แน่ แต่จังหว่ะนั้น ผมแย่งบอลได้ แล้วเลี้ยงหลบไปสามคนรวด โค้ชเลยเรียกตัวผมออกไป ผมดีใจมาก หลังจากนั้นก็ซ้อมกันอย่างหนัก แต่ก่แพ้ทีมประจำอำเภอไปในรอบชิง

10 ภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนแข่งวิ่งผลัด 30 คน ได้แชมป์อำเภอและเป็นตัวแทนไปแข่งที่จังหวัด และได้เป็นไม้สุดท้ายในการวิ่งเข้าเส้นชัย วิ่งผลัด 30 คน คือ จะใช้คน 30 คน ในการวิ่งผลัดระยะทางประมาณ 200 เมตร จะวางคนในรูปแบบไหนก็ได้ โรงเรียนผมใช้ 12 คนแรกที่จุดสตาร์ทและอีก 12 คนที่ระยะประมาณกึ่งหนึ่งของระยะทั้งหมด ยืนสลับฟันปลาให้ส่งไม้สลับไปมา แล้วมีคนรับไม้วิ่งอีกระยะทางประมาณคนละ 30 เมตร ซึ่งผมได้เป็นไม้สุดท้ายเพราะโค้ชเห็นว่าวิ่งเร็วที่สุด ใช้เวลาเร็วที่สุด 1.12 นาที เป็นแชมป์อำเภอและรอบจังหวัด ไม่ติดอันดับแต่ทำลายสถิติตัวเองได้ ใช้เวลา 1.06 นาที

11 ภูมิใจที่สอบเข้าโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอและได้อยู่ห้อง 1 เมื่อจบประถมทุกคนก็อยากสอบติดโรเรียนประจำอำเภอ ตอนสอบรู้สึกตื่นเต้นมาก กลัวสอบไม่ได้ และอยากจะอยู่ห้อง 1 ซึ่งเป็นห้องที่ถือว่าเป็นห้องของเด็กที่เก่ง ซึ่งผมก็ทำได้

12 ภูมิใจที่ได้ลำดับการเรียน 1 ใน 10 ของห้องเรียน ตอบจบปีการศึกษา มีการประชุมผู้ปกครอง และพ่อก็เอาสมุดพกมาให้ และบอกว่าเกรดเฉลี่ยรวมได้อันดับที่ 5 ของห้อง ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมภูมิใจมากที่ทำเกรดได้อันดับต้น ๆ ของห้อง

13 ได้แข่งโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง เครื่องกรองน้ำด้วยใยบวบ ได้ที่ 1 ในวิชาวิทยาศาสตร์ครูให้ทำโครงานวิทยาศาสตร์ แล้วครูได้ส่งเข้าประกวดในระดับอำเภอ ผลการแข่งขันปรากฎว่าได้รางวัลชนะเลิศ

14 ภูมิใจที่ได้รู้จักเพื่อน ๆ ทุกคนสมัยมัธยม เพื่อนสมัยมัธยมทุกคนแม้จะอยู่ต่างห้องกัน แต่พอมีงานทุกคนช่วยกันทำ และรักกันมาก ได้แข่งกีฬาร่วมกัน เที่ยวด้วยกัน ทำอะไรหลาย ๆ อย่างร่วมกัน

15 ภูมิใจที่ได้รู้จักเพื่อนกลุ่มที่สนิทกันมาก ๆ ตั้งแต่ ม.ปลาย จนถึงวันนี้ เป็นเพื่อนกลุ่มที่สนิทกันมากที่สุด มีกันอยู่ 3 คน เป็นเพื่อนที่คุยได้ทุกเรื่อง ปรึกษากันได้ทุกอย่าง เล่นกีฬาด้วยกัน ไปไหนไปกัน เป็นเพื่อนที่รักกันมาก ๆ

16 ภูมิใจที่ได้รู้จักกับกีฬาบาสเกตบอล บาสเป็นกีฬาที่ผมชอบมากที่สุดในทุก ๆ กีฬา เพราะเพื่อนสนิทชวนเล่น ทำให้ผมได้เริ่มเล่นและเริ่มได้ศึกษาการเล่นบาสอย่างจริงจัง และบาสทำให้ผมได้รู้จักกับสังคมที่หลากหลาย รู้จักกับการวางตัวในสังคมนั้น ๆ การเคารพผู้ใหญ่ การมีน้ำใจ เพราะการเล่นบาสเล่นคนเดียวไม่ได้ ต้ออาศัยความเป็นทีมอย่างมาก

17 ได้ทำโครงการ ลานกางเต้นในโรงเรียน ตอน ม. 6 มีโครงการของวิชาแนะแนวในการประกอบอาชีพ จึงได้ร่วมกับครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว และเพื่อน ๆ ในห้อง ร่วมกันจัดลานกางเต้น มีการวางแผน ร่วมกันทำงาน ทำให้มีความรู้ในการทำงาน การวางแผนงาน และได้นำรายได้บริจาคให้โรงเรียน เป็นผลของรุ่นก่อนจบจากโรงเรียนไป

18 ชมรมแป๋งน้ำบ่อ ก่อศาลา #1 เป็นชมรมที่จะหารายได้เข้าโรงเรียน และทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง การเต้น การแสดง การตั้งขายของในงานต่าง ๆ ทำให้ผมได้แสดงละครเวทีเป็นครั้งแรก เต้นลิปซิ้ง ขายบัตรหารายได้เข้าโรงเรียน เป็นงานที่สนุกมาก พ่อ-แม่ และน้อง ๆ ในโรงเรียนมาดูกันมากมาย และเป็นการจัดงานแบบนี้ครั้งแรกของโรงเรียนด้วย

19 แสดงละครเกี่ยวกับวิทยาศาสร์ในงานวิทสามหมอก ต่อจากชมรมแป๋งน้ำบ่อก่อศาลา ครูได้นำละครไปประกวดในงานวิทสามหมอกด้วย ซึ้งคะแนนรวมนั้นได้ในระดับดีเยี่ยม

20 ภูมิใจที่ได้เกิดในอำเภอปาย ซึ่งอำเภอปาย เป็นทั้งบ้านเกิด ที่เรียนรู้ เป็นที่ท่องเที่ยว และเป็นทุก ๆ สิ่ง ที่ทำให้ผมเป็นผมได้ในทุกวันนี้

20/06/2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เปิดใจกับนายรังสรร มูลน้อย



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เป็นบันทึกที่เขียนได้สมบูรณ์มาก ๆ ครับ ;)...

สวัสดีครับ อาจารย์ Ongkuleemarn

ทุกอย่างเป็นความภูมิใจมากๆครับ

ขอบคุณมากครับ