เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ได้เดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพของนายเลียบ วงค์บุตรศรี ณ ฌาปนสถานวัดสระกุต บ้านหาญฮี ตำบลดอนแรด อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ มีศักดิ์เป็นพี่เขยของผู้เขียน

ลุงเลียบ ได้แต่งงานกับนางคำ วงศ์บุตรศรี (นายสกุลเดิม ศรีบาล) มีบุตรด้วยกัน ๗ คน ต่อมาภรรยายได้ถึงแก่กรรม ก็ได้อยู่กับลูกหลานมาตลอดจนถึงแก่กรรมด้วยอายุ ๗๖ ปี

ตลอดระยะเวลาที่มีชีวิต ได้ดำรงตนด้วยความเรียบง่าย มีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง และเป็นที่กล่าวขวัญกันว่า...นายเลียบ ไม่เคยเป็นหนี้ธกส. และหนี้กองทุนหมู่บ้าน... เพราะในหมู่บ้านดังกล่าว จะเป็นหนี้ธกส. และ หนี้กองทุนหมู่บ้านกันเกือบทุกครัวเรือน

นอกจากนี้นายเลียบฯ ยังมีบุตรชายคนหนึ่ง ได้บวชเรียน จนสอบปเปรียญธรรมได้ ๔ ประโยค และถือว่าเป็น...พระมหาคนแรกของหมู่บ้าน...ต่อมาบุตรชายคนดังกล่าว ได้เข้าทำงานที่ฝ่ายคาร์โก้ บริษัทการบินไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ชาวบ้านลือกันทั่วว่า...นายเลียบ เป็นชาวบ้านนอกคนแรกของหมู่บ้าน ที่ได้นั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ - ไปลงที่จังหวัดอุบลราชธานี เพราะในหมู่บ้านดังกล่าวยังไม่เคยมีผู้เฒ่าคนใด ได้นั่งเครื่องบินเช่นเดียวกับนายเลียบฯ ทุกคนจึงอยากทราบว่า...การนั่งเครื่องบินมีอาการอย่างไร น่ากลัวไหม...ใครที่สนใจ และอยากรู้ต่างมาถามนายเลียบฯ กันจำนวนมาก

การที่นายเลียบฯเป็นคนเรียบง่าย ดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ไม่ดื่มเหล้า เมายา ทำให้มีชาวบ้านที่รักและเคารพจำนวนมาก ในงานฌาปนกิจศพจึงมีแแขกมาร่วมงาน โดยมีกำนันประจำตำบลมาเป็นประธาน มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้มีเกียรติมาร่วมงานจำนวนมาก

สุดท้ายแห่งชีวิตของนายเลียบฯ คงเหลือไว้แต่คุณความดี การดำรงตนที่เป็นแบบอย่างของชาวบ้าน เป็นแบบอย่างของชาวชนบทที่ไม่เป็นทาสของความเจริญ ไม่มีหนี้สินกับ ธกส. และกองทุนหมู่บ้านเฉกเช่นกับครอบครัวอื่น ๆ ขอให้คุณความดีที่ทำไว้จงเป็นพลวปัจจัยหนุนส่งให้คุุณลุงเลียบฯไปสู่สุคติสัมปรายภพด้วยเทอญ.

....อันวัวควาย ตายแล้ว ยังเหลือหนัง

ช้างตายยัง เหลืองา เป็นศักดิ์ศรี

มนุษย์เรา ยามลาลับ ดับชีวี

เหลือคววามดี ประดับไว้ ในโลกา .....

<code>                                        เหลือความดี ประดับไว้ ในโลกา...<br></span>
</code>