ต้องใช้คำสุภาพและให้เกียรติคนทั้งต่อหน้าและลับหลัง ยิ่งกับคนที่เราไม่ชอบ/ไม่ชอบเรา...ยิ่งต้องระวังเป็นสองเท่า เพราะคำพูดและข้อความลับหลังนี่ มักจะมีคนชอบนำไปถ่ายทอดต่อ...ซึ่งเมื่อถ่ายทอดต่อ ถ้าไม่ "ขาด" ก็มักจะ "เกิน"

"คำพูด...สำคัญมาก"

ก่อนพูด เราเป็นนายมัน หลังพูด มันเป็นนายเรา


ขอบคุณสำหรับภาพงดงามจากเพื่อนใน Face book ค่ะ



ไม่กี่วันมานี้สังเกตว่า เด็กรุ่นใหม่มักจะมีคำเฉพาะที่ใช้ลับหลังกัน เช่น คำว่า "นางเริ่ดมาก..." "นางก็งี้ล่ะ" "นางแซ่บจริงๆ" "ร้องไห้หนักมาก" "ลดหนักมาก" "ยัยป้าเอ้ย" ฯลฯ หลายคนฟังแล้วก็ขำๆ เอ้อ...ใช้คำสแลงตามสมัยตามยุคน่ะสิ แม้แต่ผู้ใหญ่รุ่นเดียวกันกับผู้เขียนบางคนก็ใช้คำตามสมัยเช่นนั้นด้วย

ส่วนตัวไม่รู้สึกอะไรมากนัก เพราะเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ใช้คำพูดตามยุคก็ดีแล้ว ไม่ตกยุคตกสมัยเป็น "คุณป้าหลงยุค" อยู่คนเดียว (ฮาๆๆๆ) แต่ก็อีกนั่นล่ะ ทุกเรื่องราว ทุกคนต่างเลือก รับ ปรับ ใช้ กันเองตามชอบใจ มีข้อที่คิดขึ้นมาได้ว่า... คำสรรพนามที่ใช้เรียกคนลับหลังนั้นสำคัญมาก

ถูกสอนมาตั้งแต่เด็กเมื่อเรียนชั้นประถมศึกษาว่า ต้องใช้คำสุภาพและให้เกียรติคนทั้งต่อหน้าและลับหลัง ยิ่งกับคนที่เราไม่ชอบ/ไม่ชอบเรา...ยิ่งต้องระวังเป็นสองเท่า เพราะคำพูดและข้อความลับหลังนี่ มักจะมีคนชอบนำไปถ่ายทอดต่อ...ซึ่งเมื่อถ่ายทอดต่อ ถ้าไม่ "ขาด" ก็มักจะ "เกิน"

พลันก็ได้คิด คิดได้ขึ้นมาว่า...

สรรพนามลับหลังที่เรากล่าวถึงใคร จึงสำคัญมาก ต้องระมัดระวัง จะได้ไม่ทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดี หรือมีเรื่องเดือดร้อนใจจากคำพูดที่ไม่ทันได้ระวังปากระวังคำนั้น

ก็โบราณท่านสอนไว้นานแล้วว่า... ปากเป็นเอก เลขเป็นโท...จริงไหมคะ ☺