มนุษย์เราเป็นอิสระจริงหรือ?

ความเป็นอิสระที่แท้จริง

พูดถึงความเป็นอิสระ เชื่อว่า ไม่มีใครหรอกที่ไม่ต้องการความเป็นอิสระ มนุษย์ทุกคนพยามหลีกหนีการถูกกักขัง หลีกหนีการถูกครอบ เพื่อวิ่งหาความเป็นอิสระ แล้วทุกวันนี้ เราถามตัวเองหรือยังว่า จริงๆ เราเป็นอิสระ จริงไหม ความคิดเราเป็นอิสระจริงไหม หากเราให้นิยามของความเป็นอิสระ คือการถูกกักขัง หรือกักบริเวณ ใช่! ทุกคนเป็นอิสระแน่นอน แล้วจริงๆ ล่ะ ….เราเป็นอิสระจริงหรือ? แล้วมนุษย์เราทุกคนเกิดมา จะมีโอกาสพบเจอความเป็นอิสระที่แท้จริงหรือไม่?

จริงๆ สิ่งที่พันธนาการ ไม่ให้เราเป็นอิสระ หรือความไม่เป็นอิสระของคนเรา จะมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ อย่างแรกมีสิ่งอื่นมายึดติดกับเรา และอย่างที่สอง ตัวเราไปยึดติดกับสิ่งอื่น ซึ่งเราก็ต้องมีวิธีแก้ หรือปลดล็อคให้เราเป็นอิสระ ทั้งสองลักษณะแตกต่างกัน

การมีบางอย่างมายึดติดกับเรา หรือผูกติดกับเรา เป็นลักษณะ ของความที่ไม่เป็นอิสระ ตามภาระหน้าที่ ที่ผูกติดกับเรา เช่น ภาระที่ต้องดูแลครอบครัว ภาระการเป็นสามี ภรรยา และลูก ภาระตามหน้าที่การงาน ภาระต่อสังคม ซึ่งเราในฐานะที่เกิดมาเป้นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ก็ต้องทำหน้าที่เหล่านี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วิธีการแก้ หรือการทำให้เรารู้สึกเป็นอิสระต่อภาระหน้าที่เหล่านี้ เราก็ต้องทำได้โดย ทำความเข้าใจกับภาระหน้าที่นั้น แล้วรับผิดชอบ (อามานะฮ์) ให้ถึงที่สุด ทำหน้าที่นั้นอย่างเข้าใจและมีความสุข เพราะเราทำหน้าที่เหล่านั้นเพื่อหวังผลตอบแทนจากอัลเลาะห์ (ซบ) และหลักคำสอนอิสลาม สอนให้เรารับผิดชอบทั้งกับตนเอง และกับสังคม อย่างสุดความสามารถ

สำหรับที่เราไปยึดติดกับสิ่งอื่น อันนี้ง่ายแก่การมองเห็นภาพ แต่ยากมากต่อการแก้ไข เช่น ยึดติดกับทรัพย์สมบัติ ยึดติดกับเกียรติยศ ชื่อเสียง ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่ ยึดติดกับตัวบุคคล ฯลฯ การยึดติดลักษณะนี้ สามารถแก้ได้โดย เราต้องฝึกพัฒนาจิตใจให้ยอมรับความเป็นจริงของโลก ความจริงของชีวิต ให้เข้าใจธรรมชาติของโลกดุนยา (โลกนี้) ซึ่งหมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกดุนยา ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน เงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง ทุกอย่างเป็นสิ่งสมมุติที่ไม่ใช่ของเรา แม้กระทั่งตัวเราเองก็ไม่ใช่ของเรา ทั้งหมดเป็นของพระผู้สร้าง ซึ่งพระองค์ ได้ให้เราบริโภคชั่วคราวในโลกนี้ เราก็เลยไม่ควรไปยึดติดกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เพราะสุดท้ายแม้กระทั่งตัวเราเองก็กลับไปหาพระองค์ โดยที่ไม่มีใครเอาอะไรติดตัวไปได้เลย นอกจากความดีที่เราสะสมไว้เท่านั้นเอง จริงๆ มันไม่ใช่ง่ายๆ ที่คนเรา จะเลิกคิดถึงการยึดติดจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ เราต้องเข้าใจธรรมชาติของดุนยาอย่างถ่องแท้ก่อน เราถึงจะเลิกการยึดติดได้ เพราะหากเราไม่เข้าใจ มันก็จะค้านกับสติปัญญาของเรา ทำให้มันจะไม่สามารถคิดได้อย่างถาวร

อิสลามสอนให้เราต้องยึดติดกับอัลเลาะห์ (ซบ) แทนการยึดติดกับมนุษย์ และวัตถุทั้งหลาย ในโลกดุนยา การยึดติดกับอัลเลาะห์ (ซบ) หมายถึงการที่เรามอบหมายทุกอย่างไว้กับอัลเลาะห์ (ซบ) แม้กระทั่งตัวเอง อิสลามเรียกว่า ตะวักกัล จริงๆ ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ ก็คล้ายๆ กับการ "ปล่อยวาง" จากสิ่งอื่นๆ ทั้งหมดที่ทั้งยึดติดกับเรา และเราไปยึดติดกับสิ่งนั้น แต่ในอิสลามไม่มีการว่างเปล่า เลยต้องยึดติดกับพระเจ้า และเราต้องทำทุกๆ อย่างให้ดีที่สุด ให้สุดความสามารถ แล้วหวังผลตอบแทนจากอัลเลาะห์ (ซบ) อย่างแท้จริง

ดังนั้นความเป็นอิสระที่แท้จริง ก็คือ ความเป็นอิสระ ที่เราหลุดพ้นจากสิ่งที่ยึดติด สิ่งปลูกสร้าง (มักลู้ค) หรือความบกพร่องและความไม่สมบูรณ์ทั้งหลาย แล้วต้องยึดติดกับสิ่งที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง (อัลเลาะห์ (ซบ)) เพราะนั่นหมายถึง เราจะรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และนี่ คือความเป็นอิสระที่เชื่อว่าทุกคนแสวงหา เพราะเป็นความอิสระที่ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง ทั้งดุนยา (โลกนี้) และอาคีเราะห์ (โลกหน้า)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขในชีวิต



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

...องค์พระเจ้าฤทธิพ้น..........พรรณนา
มิทรงเอ่ยตรัสพระวาจา..........จาบจ้วง
ฤๅทรงลิขิตชี้ชะตา...............ตก-รุ่ง
จริง!จึ่งเจ้าสิเล่ห์ล้วง............รุกล้างล้มกระดาน

....พาล ฤ ทานแน่แล้.......เลือกเอง
สิทธิ์อิสระบรรเลง............รัก/ร้าย
อ่อนโยน/ยกตนเอง..........อิงหลัก...ใดฤๅ
อำนาจคือธรรม ท้าย.........ทุกข์นั้นพันตัว


ขอบคุณทุกๆ ท่าน อ.ธวัชชัย คุณ โอ๋-อโณ คุณ ทิมดาบ อาจารย์ GD และ คุณบุญญฤทธิ์ สำหรับดอกไม้คะ