อิตาลีที่ใฝ่ฝัน – ตอนที่ 17: ตอนสุดท้าย บทเรียนที่ได้จากการเดินทาง

beyondKM
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ก่อนอื่นขอสรุปโปรแกรมทั้ง 12 วันให้ฟังคร่าวๆ ดังนี้

วันแรก: เครื่องลงที่ Rome จองโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆ Train Station ไว้ 1 คืน เพราะวันรุ่งขึ้นต้องเดินทางด้วยรถไฟลงใต้ เพื่อไปเที่ยวเมือง Pompei เกาะ Capri และชายหาด Amalfi

วันที่สอง: นั่งรถไฟความเร็วสูงไป Naples แล้วเปลี่ยน Local Train ไป Pompei แพลนไว้ว่าจะฝากกระเป๋าที่สถานีรถไฟแล้วเข้าไปเที่ยวใน Pompei (แต่ในที่สุดเปลี่ยนแผนเอากระเป๋าไปไว้ที่ที่พักก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาเที่ยวปอมเปอี) เที่ยวเสร็จก็นั่งรถไฟไป Sorrento จอง Seven Hostel ไว้สองคืน

วันที่สาม: ไปเที่ยว Capri , Anacapri , Blue Grotto กลับ Sorrento พักที่เดิม

วันที่สี่: Check-out ที่พัก ฝากกระเป๋าใกล้ๆ คิวรถบัส ขึ้นรถบัสหน้าสถานีรถไฟไปเที่ยว Positano และ Amalfi (ตกลงไม่ได้ไป Amalfi เพราะมีเวลาไม่พอ) ตอนเย็นกลับมาเอากระเป๋า แล้วขึ้นรถไฟกลับไปที่ Rome พัก Rome 2 คืน เลือกโรงแรมที่สะดวกต่อการเดินทางเที่ยวใน Rome

วันที่ห้า: เที่ยวในวาติกัน และในโรม

วันที่หก: ออกจาก Rome นั่งรถไฟความเร็วสูงไป Florence เช็คอินที่ Hostel Archi Rossi (ใกล้สถานีรถไฟ)

วันที่เจ็ด: ซื้อ One-Day ทัวร์ "Best of Tuscany" พาไปเมือง Siena, San Gimignano และ Pisa พักที่เดิม

วันที่แปด: เดินเที่ยวในฟลอเรนซ์ หรือไม่ก็ไปหมู่บ้านชาวประมง Cinque Terre (ตกลงเลือกเดินในเมือง) กลับมาพักที่เดิม

วันที่เก้า: เที่ยวชมพิพิธภัณพ์ Academia Gallery และ Uffizi Galleri พักที่เดิม

วันที่สิบ: ออกจาก Florence นั่งรถไฟความเร็วสูงไป Venice จองอพาร์เม้นท์ในเวนิสไว้ 2 คืน

วันที่สิบเอ็ด: นั่งเรือไปเที่ยวเกาะบูราโน่ และเกาะมูราโน่

วันที่สิบสอง: เที่ยว / ซื้อของใน Venice ตอนค่ำ 21:55 น. บินออกจาก Venice กลับประเทศไทย

พยายามหาภาพ (แผนที่) มาแสดงให้เห็นว่าทริปนี้เดินทางไปไหนบ้าง ภาพข้างล่างนี้น่าจะใกล้เคียงกับเส้นทางที่ไปมา เพียงแต่ว่าบินเข้าที่ Rome และบินออกที่ Venice (ตรงกันข้ามกับในภาพ) และการเดินทางส่วนใหญ่ก็เป็นการเดินทางด้วยรถไฟ (ไม่ใช่รถยนต์อย่างในภาพ) เมืองในภาพที่ไม่ได้แวะก็คือ Assisi แต่ก็มีเมืองใน Tuscany ที่ไปมาแต่ไม่ได้โชว์ในภาพ และเมือง Pompei เกาะ Capri ที่อยู่ไม่ไกลจาก Sorrento ถ้าดูคร่าวๆ ก็เที่ยวครอบคลุมเกินครึ่งประเทศ แต่ก็เจาะลึกได้เพียงไม่กี่เมืองเพราะมีเวลาจำกัดแค่สิบสองวัน

บทเรียนสิบสองข้อที่สรุปได้:

1. สุขภาพร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ต้องมีความพร้อมการเดินทางจึงจะสนุก ก่อนมาอิตาลีสองสัปดาห์ภรรยาผมป่วยเป็นหวัด ไปหาหมอเปลี่ยนยาปฏิชีวนะสองสามครั้งก็ยังไม่หายดี ก่อนเดินทางหนึ่งสัปดาห์ผมก็ตามมาด้วยอาการคล้ายๆ กัน รีบหาหมอและกินยา วันก่อนเดินผมอาการดีขึ้นแต่ลูกชายคนโตเริ่มเป็น และระหว่างเดินทางลูกชายคนเล็กก็เป็นเช่นกัน ทำให้สภาพร่างกายไม่เต็มร้อยเท่าไหร่

2. การวางแผนอยู่โรมหนึ่งคืน ลงไปเที่ยวใต้แล้วกลับมาอยู่ในโรมใหม่อีกสองคืน ผมว่าถ้าเอาไว้รวมกันเลยจะดีกว่า ไม่ควรแยกการพักและการเที่ยวในโรมเป็นสองช่วง จะได้ไม่ต้องย้ายโรงแรม ไม่ต้องหาโรงแรมหรือทำความรู้จักกับเส้นทางเดินรอบๆ บริเวณนั้นใหม่

3. ทริปนี้วางแผนใช้รถไฟเป็นส่วนใหญ่ การเลือกโรงแรมใกล้สถานีรถไฟน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ต้องเสียแรงเสียเวลาลากกระเป๋าไกล

4. การเลือกที่พักที่มีอาหารเช้านั้นสะดวกดี ไม่เสียเวลาในการเตรียมอาหารหรือเดินหาร้าน แต่ก็ต้องทำใจเหมือนกันเพราะอาหารเช้าบางที่ไม่มีอะไรมากนัก (แค่กาแฟกับครัวซองค์หนึ่งชิ้น)

5. จากประสบการณ์ตรงสรุปได้ว่าพวกมิจฉาชีพ (ล้วงกระเป๋า) จะคอยมองหาโอกาสที่สำคัญสองอย่างด้วยกัน คือ หนึ่ง เมื่อเห็นเราเผลอไม่ระวังตัว ยิ่งถ้าเราละหลวมเก็บของมีค่าไว้ไม่มิดชิด ล่อตาพวกเขา นั่นก็คือจุดดึงดูดให้เขาพุ่งเป้าหมายมาที่เรา สอง คนพวกนี้มักจะถือโอกาสตอนที่ชุลมุนวุ่นวาย เช่น ตอนที่แย่งกันขึ้นหรือลงรถไฟ / รภไฟใต้ดิน ข้อแนะนำคือ เก็บของไว้ให้มิดชิดที่สุด และตื่นตัวอยู่เสมออย่าเผลอเป็นอันขาด

6. ในกลุ่มที่ไปหากจำเป็นต้องแยกกันบางช่วงบางเวลา ถ้าเอาโทรศัพท์ไปการซื้อซิมแบบเติมเงินก็ไม่ได้แพงอะไรมาก แต่ก็ทำให้สะดวกดีในการติดต่อสื่อสารกัน

7. ตั๋วรถไฟจอง (ซื้อ) ไปก่อนตั้งแต่อยู่เมืองไทย ราคาถูกกว่าไปซื้อก่อนจะเดินทางค่อนข้างมาก ส่วนตั๋วเข้าจุดท่องเที่ยวที่สำคัญก็ควรซื้อไว้ล่วงหน้า ประหยัดเวลาไม่ต้องต่อคิวนานเป็นชั่วโมง

8. หากมีรถสาธารณะก็ควรใช้บริการบ้าง สงสารขาสองข้างอย่าใช้มากเกินไป หลายเมืองมีตั๋ววันจำหน่ายจะใช้ขึ้นรถเมล์หรือรถใต้ดินก็ได้

9. การจอง Hostel ถ้าต้องการห้องเฉพาะกลุ่มของเรา ต้องเน้นคำว่า "Private Room" ตอนผมจอง Seven Hostel คณะผมมีห้าคน ชายสาม หญิงสอง เขาก็เลยจองห้องทางฝั่งที่เรียกว่า Mixed Dorm ให้ คือเป็นฝั่งที่ชายหญิงอยู่รวมกัน อีกฝั่งหนึ่งเป็นหอหญิงล้วน เขาให้ห้อง 6 เตียงกับคณะของเรา โดยเราไม่รู้เลยว่าเขาสามารถเอาใครก็ได้ใส่มาอีกหนึ่งคน (เพราะมีเตียงว่างอีกหนึ่งเตียง) เพียงเพราะผมลืมย้ำว่าเราต้องการ "Private Room"

10. Seven Hostel เป็น Hostel ที่ดีมาก (เท่าที่เคยพักมา) เมื่อมีปัญหาเขาก็พยายามแก้ปัญหาให้ ผมเองประทับใจในเรื่องสถานที่และพนักงานเขามาก แต่สิ่งเดียวที่ผมเห็นว่าเป็นจุดอ่อนก็คือทำเลที่ตั้ง เพราะเขาอยู่ห่างจากตัวเมือง Sorrento 1 สถานีรถไฟ ซึ่งทำให้ไม่ค่อยสะดวกเวลาจะไปไหน เพราะส่วนใหญ่มักใช้ Sorrento เป็นศูนย์กลาง เช่น นั่งเรือไปเกาะคาปรี หรือนั่งบัสไปอัลมาฟี่ / Positano นอกจากนั้น Hostel ยังอยู่ค่อนข้างไกลจากสถานีรถไฟอีกด้วย น่าจะประมาณกิโลกว่าซึ่งถ้าต้องลากกระเป๋าก็เสียเวลาเหมือนกันนะ

11. Hostel Archi Rossi (ที่เมืองฟลอเรนซ์) เป็นที่พักอีกที่ที่ผมอยากพูดถึง ผมชอบทำเลที่ตั้งเพราะใกล้สถานีรถไฟและก็อยู่ไม่ไกลจากจุดท่องเที่ยว ห้องก็โอเคเรียบๆ ง่ายๆ เทียบกับราคาที่จ่ายแล้วก็ถือว่าใช้ได้เลย แถมอาหารเช้ายังจัดเต็มกว่าทุกๆที่ที่เคยพักมา เสียอย่างเดียวตรงที่ว่าถ้าโชค (ไม่) ดี ไปเจอกลุ่มเด็กหรือวัยรุ่นที่ครู (โรงเรียน) พามาก็จะเสียงดังหน่อย เพราะเด็กๆ มักจะวิ่งเล่นเข้าห้องนี้ออกห้องนั้นปิดประตูเสียงดังหน่อย ผมพักอยู่ที่นี่สี่คืน มีเสียงดังสองคืน

12. การวางแผนการเที่ยวว่าต้องการจะไปที่ไหนบ้างเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อตรงนั้นนิ่งแล้วจึงค่อยจองที่พักและรถไฟ ควรจะศึกษาจุดที่ต้องการจะไปว่าตัวเราอยากไปจริงไหม อย่าตัดสินใจไปตามกระแสคือเห็นคนอื่นเขาไปแล้วเราก็ไปบ้างทั้งๆ ที่เราอาจจะเฉยๆ กับที่นั้นๆ อย่างกรณีผมและภรรยาตอนนี้รู้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าเราเป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบชมพิพิธภัณฑ์หรืองานศิลปะมากนัก มักจะชอบดูวิถีชีวิตผู้คนหรือชมวิวทิวทัศน์มากกว่า

สรุปว่าบันทึกทริปอิตาลีสิบสองวันก็มีอันต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้นนะครับ หากมีโอกาสได้เดินทางไปไหนอีก ก็จะนำประสบการณ์ที่ได้มาถ่ายทอดให้ทุกท่านได้อ่านเช่นเคยครับ . . จนกว่าจะพบกันใหม่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Beyond "KM"



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

590303

เขียน

17 May 2015 @ 12:43
()

แก้ไข

18 May 2015 @ 09:25
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 3, อ่าน: คลิก