นางสิริมา หญิงคณิกาผู้เลื่อมใสในพระพุทธองค์

นางสาลวดีมีลูกสาวคนหนึ่งชื่อ สิริมา เธอเป็นสาวงามชื่อกระฉ่อนยิ่งกว่าแม่สาลวดี แต่ก็ดำเนินชีวิตเป็นนางคณิกาอย่างแม่

สิริมาเป็นหญิงคณิกาอยู่ได้ไม่นาน วันหนึ่งนางได้ฟังพระธรรมเทศนา จึงได้เลิกอาชีพเป็นหญิงคณิกา นางได้เงินจำนวนมาก ภายหลังจากเลิกอาชีพหญิงคณิกาแล้ว นางได้ปลูกบ้านอยู่อย่างสุขสบาย มีข้าทาสบริวาร

นางสิริมาภายหลังได้เลิกอาชีพหญิงคณิกา นางได้ตั้งหน้าทำบุญ นางได้นิมนต์พระภิกษุให้มาบิณฑบาตที่บ้านวันละ ๗ รูป ทุกวันเป็นประจำมิได้ขาด นางได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ในกรุงราชคฤห์

นางสิริมานับญาติกับชีวกโกมารภัจจ์ ก็เป็นน้องสาว แต่ก็ไม่ปรากฏว่าทั้งสองนับญาติกันแต่ประการใด

วันหนึ่ง นางสิริมาป่วย นางจึงได้ให้หญิงรับใช้ทำหน้าที่ตักบาตรแทนนาง แต่นางก็เป็นห่วงว่าหญิงรับใช้จะทำไม่ถูกต้อง นางจึงได้ลุกลงมาดู ทั้งที่นางแต่งกายไม่สู้จะเรียบร้อย ผมเผ้าของนางดูเป็นกระเซิง ผ้านุ่งก็ดูหลวมๆ

ขณะนั้น ได้ถึงวาระบิณฑบาตรของภิกษุหนุ่มรูปหนึ่ง ที่มารับบิณฑบาตรที่บ้านของนางได้เห็นเข้า ภิกษุหนุ่มถึงกับตะลึงในความงามของนางสิริมา ภิกษุหนุ่มรับบิณฑบาตรเดินรำลึกถึงนางสิริมาตลอดทาง รำพึงในใจว่า "ขนาดไม่สบาย ยังงามถึงเพียงนี้"

ภิกษุกลับถึงวัดเวฬุวัน เข้ากุฏิปิดประตูไม่ยอมฉันจังหัน และไม่ยอมพบใครเป็นเวลาหลายวัน เพื่อนภิกษุเห็นผิดปกติ จึงได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสอะไรแต่ประการใด

อยู่มาไม่ช้าไม่นาน นางสิริมาได้ถึงแก่กรรมลง พระผู้มีพระภาคทรงทราบ จึงได้ตรัสกับภิกษุให้แจ้งแก่ญาติของนางสิริมา พระองค์จะเสด็จร่วมในการฌาปณกิจศพนางสิริมาด้วยพระองค์เอง

พวกญาตินางสิริมาก็รอพระพุทธเจ้าเสด็จ ล่วงถึง ๗ วัน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้เสด็จพร้อมด้วยภิกษุหมู่หนึ่ง มีภิกษุหนุ่มผู้หลงรักนางสิริมาตามเสด็จไปด้วย

เมื่อไปถึงฌาปนสถาน

ญาติของนางสิริมาเมื่อทราบว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จ ก็ได้มาประชุมพร้อมกันเป็นจำนวนมาก สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรม ให้เห็นความผันแปรไม่แน่นอนของชีวิต เมื่อแสดงพระธรรมเทศนาจบ พระผู้มีพระภาคได้ทรงพิจารณาศพ พระองค์ได้นำภิกษุหนุ่มไปด้วย

ด้วยซากศพของนางสิริมาได้ล่วงมาถึง ๗ วัน ศพเน่าเฟะ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าโชยมา พิจารณาเสร็จ พระองค์ทรงจุดไฟฌาปนกิจศพนางสิริมา ประชาชนและญาติได้เข้าจุดไฟตามลำดับ บางคนค้องถึงกับเบือนหน้าหนี เพราะกลิ่นเหม็นเน่าของศพโชยมา

พระผู้มีพระภาคทรงฌาปนกิจศพแล้ว ทรงเสด็จกลับพร้อมด้วยภิกษุหนุ่ม โดยมิได้ทรงตรัสอะไรแต่ประการใด

ปรากฏว่า อาการป่วยเพราะโรครักของภิกษุหนุ่มหายเป็นปลิดทิ้ง กลายเป็นผู้ร่าเริงในธรรม ขยันขันแข็งในการปฏิบัติธรรม และต่อมาได้ดวงตาเห็นธรรม.


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่ไม่หยุดยั้ง



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

There! Is a teaching of the Three Characters: anica, dukkha and anatta.

And in a way, dead bodies have been used to achieve certain goals for a long long time! Even today!