เช้าวันที่ 13 เมษายน 2558 เกือบถูกยกเค้าที่ LA

เราเดินทางจากกรุงเทพด้วยสายการบินการบินไทย ไปลง LA และพักค้างคืน 1 คืนที่โรงแรมใกล้ ๆสนามบิน เพื่อต่อเครื่องภายในประเทศไป Seattle ตอนสาย ๆ ของวันรุ่งขึ้น

ตอนเช้าประมาณ 7.45 น. ขณะที่เรา 2 คนลุกไปเลือกตักอาหารเช้า พอกลับมาที่โต๊ะก็พบว่า key card เข้าห้องพักที่มีเลขห้องติดอยู่หายไปจากโต๊ะที่วางอาหารไว้เพียงช่วงเสี้ยวนาทีที่คุณสามีลุกไปหยิบโยเกิร์ต เนื่องจากบนโต๊ะยังว่าง คุณสามีจึงสังเกตว่ากุญแจหายไปได้อย่างทันที เขาถามแม่บ้าน เจ้าหน้าที่ และแขกของโรงแรมที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งขณะนั้นมีอยู่ไม่ถึง 10 คน ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าใครหยิบไป เขาจึงไปแจ้งเจ้าหน้าที่โรงแรม ส่วนดิฉันก็นั่งรับประทานอาหารช้า ๆ รออยู่ เขาหายไปนานมาก ดิฉันจึงถามพนักงานที่ดูแลห้องอาหารที่มีอยู่ 2 คน และจะขอให้ security ค้นหาว่าใครเอาการ์ดห้องของ เราไป

สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ชายคนหนึ่งหน้าตาดีมาก จัดว่าหล่อเหลา กำลังทานอาหารอยู่ไม่ห่างนัก และนั่งฟังดิฉันพูดกับพนักงานโรงแรมด้วยความสนใจอยู่ ก็สารภาพว่าเขาหยิบไปโดยไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ ดิฉันรับการ์ดจากเขามาและขอบคุณเขาไป พอคุณสามีกลับมาดิฉันก็บอกว่าได้คืนแล้ว เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง เพราะเขากำลังมองเราอยู่ พอดิฉันลุกไปรินกาแฟ ไม่ถึงหนึ่งนาทีเขาก็ไปแล้ว เรารีบขึ้นไปสำรวจของในห้องก็พบว่ายังปกติอยู่ แต่เราคิดว่าสมควรรายงานให้โรงแรมได้รับทราบอย่างเป็นทางการ จากนั้นทางโรงแรมก็ให้เราดูกล้องวงจรปิดของโรงแรม จึงได้เห็นภาพชัดเจนว่าพอคุณสามีลุกขึ้น และหันหลังเดินออกจากโต๊ะปุ๊บ เขาก็เดินเฉียดมาที่โต๊ะเราหยิบ key card เราไปอย่างรวดเร็ว และใส่กระเป๋ากางเกงทันที จากกล้องวงจรปิด เห็นเขาพยายามติดต่อกับใครทางโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็กินอาหารไปด้วย ซึ่งดิฉันคิดว่าเขาอาจจะพยายามเปลี่ยนมือและส่งต่อให้คนอื่น ส่วนตนเองก็เฝ้าดูเราไว้ก็เป็นไปได้ ต่อมาเราจึงทราบจากโรงแรมว่าเขาเป็นแขกที่มาพักคนหนึ่งและเช็คเอาท์เมื่อสักครู่นี้เอง ดิฉันแอบถ่ายรูปเขาไว้หลายรูปเพราะมองจากหน้าต่างห้องพักชั้น 2 เป็นมุมที่เห็นเขาได้อย่างชัดเจนโดยบังเอิญ

อยากแชร์รูปที่ถ่ายไว้ แต่เห็นว่ายังไม่ควร เพราะความเสียหายยังไม่เกิด จึงขอเตือนภัยพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ และหลาน ๆ ให้ระวังตัวในเหตุการณ์เช่นนี้ด้วยค่ะ