การเรียนรู้บนฐานของปัญหา (PBL)ด้วยโครงงาน พบว่านักเรียนนอกจากจะมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น สิ่งที่ตามมาอย่างชัดเจนคือความเป็นผลเมืองดีมีจิตสาธารณะ พวกเขาจะทบทวน ตัวเองการควบคุมตนเอง พึ่งตนเอง รู้จักการก้าวถอยหลัง ความมุ่งมั่นคิดอะไรไม่ล้มเลิกความคิดง่ายๆ เป็นบุคคลที่ลงมือทำมากกว่าพูด คิดแล้วทำเลย (ททท.) เสียสละเวลาให้ส่วนร่วมข้าพเจ้าขอเสนอรูปแบบที่ใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้นี้ว่า Active Citizen_ฮักนะ โมเดล

Active Citizen_ฮักนะ โมเดล

กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะศตวรรษที่ 21 คือ3R 7Cที่ส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณธรรม ที่ดีงาม เป็นพลเมืองดีที่มีจิตอาสาเกิดขึ้นในตัวผู้เรียนด้วยโครงงาน ข้าพเจ้ามีกระบวนการ ดังต่อไปนี้

ขั้นที่1 ขั้นเปิดใจ,สร้างเสริมคุณค่าของตนเองมสร้างแรงบันดาลใจ

นักเรียนเดินเข้ามาในห้องเรียนวิชาIS บางคนยืนหันซ้าย หันขวา เมื่อครูบอกว่าเข้ามาในห้องแล้วหาที่นั่งตามสบายนะค่ะ เด็กนักเรียนแสดงสีหน้างงมีบางคนที่กล้า เขาถามว่า แล้วจะให้นั่งตรงไหนค่ะคุณครู

ห้องเรียนวิชาIS เป็นห้องที่ตรงกลางโล่ง โต๊ะเรียนชิดมุมห้องมีตู้หนังสือ มีทีวี ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ได้เลย

ก่อนนี้ห้องเรียนนี้ว่างเปล่า แต่ในปีนี้ (2557) ด้วยความอนุเคราะห์จากบริษัทซัมซุงทำให้โรงเรียนได้ห้องที่มีอุปกรณ์ในการเรียนรู้ครบวงจร ขอขอบพระคุณ ณที่นี้ด้วย
ครูกับนักเรียนทำความตกลงร่วมกันว่า
1.ทุกคนต้องมีกลุ่มตามความสมัครใจกลุ่มละ4-5 คน พร้อมทั้งตั้งกลุ่มและสัญญาลักษณ์กลุ่ม ถ้าเป็นไปได้อยู่บ้านเดียวกันยิ่งดี
2.แบ่งหน้าที่ในกลุ่มกันชัดเจน ในการนำเสนองานกลุ่มต้องแสดงสัญญาลักษณ์กลุ่มด้วย
3.ทุกครั้งที่เข้ากลุ่มทุกคนต้องเปลี่ยนหน้าที่
4.สมาชิกในกลุ่มห้ามหญิงล้วนหรือชายล้วน
5.คะแนนจะเก็บไปเรื่อยๆทุกชั่วโมงคะแนนงานจะเต็มเสมอ แต่จะหักลงตามคุณภาพของงาน
6.ทุกครั้งที่เข้ามาเรียนที่นี้เราต้องอยู่กับตัวเองก่อนด้วยการนั่งสมาธิ
ประมาณ 5 นาที(ในการนั่งสมาธิแต่ละครั้งครูจะมีคำถามไม่ซ้ำกันเช่นวันแรกให้พวกเราคิดสิว่ามาโรงเรียนทำไม)

ครูจะใช้การนั่งสมาธิให้นักเรียนทบทวนสิ่งที่เรียนในชั่วโมงก่อนหน้านี้ และสุ่มถามเมื่อออกจากสมาธิว่า นั่งสมาธิเมื่อกี้ นักเรียนเห็นอะไร

กิจกรรมเปิดใจ

"สวัสดีค่ะนักเรียนเจอกันชั่วโมงแรกนะคะ ครูยังไม่รู้จักนักเรียนแม้แต่คนเดียวเลย รามาแนะนำตัวกันดีไหมค่ะ ด้วยการให้นักเรียนแนะนำตัวเองด้วยท่าพิสดารที่สุด ท่าที่ไม่เคยมีในโลก

ท่าไม่ซ้ำกันนะคะ"เท่านั้นแหละค่ะ เสียงฮือ..ฮาๆ ดังท่วมห้องเลย

"บอกแต่ชื่อไม่ทำท่าประกอบได้ไหมค่ะ"

"หนูไม่มีท่าค่ะ หนูทำไม่เป็น"

เป็นเสียงต่อรองกับคุณครู แต่การต่อรองไม่ได้ผลค่ะ เมื่อเสียงต่อรองเงียบลง เสียงครูดังต่อไป "ยัง ยังไม่พอ เมื่อนักเรียนแนะนำตัวเสร็จให้บอกชื่อเพื่อนที่ตนเองชื่นชมด้วยนะคะ และบอกด้วยว่าชอบเพราะเหตุใด" อีกนั้นแหละค่ะ เขาจะรีบคว้าแขนคนที่อยู่ใกล้ทันที เลยมีกติกาตามมาว่า ไม่ให้ชอบคนที่อยู่ด้านข้างนะคะ เท่านั้นแหละค่ะ การใช้พลังจิตด้วยสายตาบังเกิดขึ้น

แนะนำตัวด้วยท่าที่ไม่เคยมีในโลก(ทักษะละคร)

เมื่อแนะนำตัวเสร็จ ครูสุ่มถามนักเรียนว่า จากกิจกรรมนักเรียนคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับนักเรียน นักเรียนสะท้อนความคิดเห็นว่า

ได้คิดค้นท่าแปลกๆกล้าแสดงออก สนุก

ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้รู้ว่าเพื่อนรัก ได้ฝึกความคิด

ไม่ยากเหมือนที่คิด ได้เฮฮา ได้หัวเราะ

เห็นหน้าเพื่อนทุกคน เห็นเพื่อนยิ้มได้แอป

กิจกรรมที่ข้าพเจ้านิยมต่อจากแนะนำตนเองคือกิจกรรมดอกไม้ 5 กลีบ มีวิธีการดังนี้

1.ให้นักเรียนวาดภาพดอกไม้ ดอกอะไรก็ได้ขอให้มี5 กลีบ

ผล : เกิดคำถามจากเด็กๆ มากเช่นดอกเข็มได้ไหมครับ ดอกบัวได้ไหมค่ะ ดอกมะเขือได้ไหม แต่ดอกที่เห็นมากคือดอกชบา ข้าพเจ้าเห็นดอกไม้ที่ไม่เคยมีในโลก ภาพวาดดอกไม้สามารถบอกคุณลักษณะเด็กได้

2.ให้นักเรียนเขียนหมายเลข 1-5 ลงในดอกไม้แต่ละกลีบ โดยมีกติกาว่า หมายเลข1ให้มองไปที่เพื่อนใครก็ได้ มองเขาให้นานที่สุด จากนั้นให้เขียนชื่อเพื่อนคนนั้นลงไปในกลีบที่1 กลีบที่2,3,4,5 เหมือนกัน

3.จากนั้นให้นักเรียนมองเพื่อนหมายเลข1 แล้วรีบไปถามรายละเอียดของเพื่อนให้ได้มากที่สุดว่าบ้านเขาอยู่ไหน จบป6.จากโรงเรียนอะไร พ่อแม่ชื่ออะไร มีพี่น้องกี่คน มาโรงเรียนอย่างไร เมื่อ ถามเสร็จแล้วให้รีบกลับมานั่งที่เดิม

ผลก็คือพอสิ้นเสียงครู เสียงดังเจี้ยวจ้าว เกิดการแย่ง ตัวกันแบ่งเพศกันชัดเจน หญิงถามหญิง ชายถามชาย แต่สิ่งที่พบคือทุกคนต่างวิ่งไปหาเป้าหมายอย่างสนุกสนาน

4.จากนั้นให้นักเรียนมองเพื่อนหมายเลข2 แล้วรีบไปถามเวลาว่างเขาชอบทำอะไร

5.จากนั้นให้นักเรียนมองเพื่อนหมายเลข3 แล้วรีบไปถามว่าเราเหมือนดาราคนไหน

6.จากนั้นให้นักเรียนมองเพื่อนหมายเลข 4 แล้วรีบไปถามรIdolของเพื่อนคือใคร ทำไมจึงเอามาเป็นIdol

7.จากนั้นให้นักเรียนมองเพื่อนหมายเลข5 แล้วรีบไปถามว่าความฝันเขาอยากเป็นอะไร เพราะอะไร

8. เมื่อจบกิจกรรมข้าพเจ้าให้นักเรียนช่วยกันตั้งชื่อกิจกรรมว่าอะไร และให้ทุกคนสรุปสิ่งตัวเองได้เรียนรู้ด้วยภาพหรือMind

mapping หรืออะไรก็ได้ที่นักเรียนถนัดมากที่สุด

กิจกรรมสร้างคุณค่าของตนเอง

ในชั่วโมงต่อมาข้าพเจ้าได้ให้นักเรียนรู้จักตัวตนของตนเองจากเกม How are you หรือสัตว์สี่ทิศ ดังนี้

1.ครูเตรียมกระดาษกรุ๊ฟ จำนวน 4 แผ่นติดรูปสัตว์ได้แก่ หมี,กระทิง,หนู และอินทรีย์ พร้อมเขียนอธิบายลักษณะของหมี,กระทิง,หนู และอินทรีย์

2.นักเรียนช่วยกันติดกระดาษกรุ๊ฟตามทิศคือ

ทิศเหนือ : กระทิง : ธาตุไฟ : นักปฏิบัติ นักต่อสู้กับอุปสรรค ชอบลุย

ทิศใต้ : หนู : ธาตุน้ำ:นักประสาน อ่อนโยน ปรับตัวง่าย

เน้นเรื่องใจ คุยเก่ง ชอบประสาน ไปไหนไปด้วย

ทิศตะวันตก : หมี : ธาตุดิน:นักคิด รอบคอบ ตรวจสอบมีกฏเกณฑ์ มีขั้นตอน ชอบควบคุม ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

ทิศตะวันออก : นกอินทรีย์ : ธาตุลม:นักวางแผน คิดนอกกรอบ เชื่อมโยง อิสระเสรี ชอบเรื่องแปลกใหม่

3.ให้ทุกคนได้อ่าน และคิดว่าตนเองตรงกับแผ่นใดมากที่สุด แล้วก็เดินไปยังมุม 4 มุมที่เรากำหนดไว้

4. ให้ทุกคนทบทวนบุคลิก ลักษณะตัวเองอีกครั้งตามกลุ่มทิศ ว่า "ใช่" จริงๆหรือไม่ หากไม่ใช่ อนุญาตให้ย้ายกลุ่มได้ เมื่อย้ายกลุ่ม ได้

5. ครูให้นักเรียนแต่ละคนเล่าเรื่องราวของตนที่แสดงว่าเป็นบุคลิกของตัวเอง

6. ทุกกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอเรื่องราวของเพื่อนที่กลุ่มประทับใจ

7.ครูป้อนคำถามว่า "เราจะนำคุณลักษณะที่เป็นไปปรับใช้ในการทำงานอย่างไร" แต่ละกลุ่มช่วยกันคิด ครูสุ่มตัวแทน แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ

และต่อด้วยกิจกรรมแปลงร่างเพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ดังนี้

1.นักเรียนจับกลุ่มกลุ่มละ 4-6 คน

2.ครูให้นักเรียนประกอบร่างเป็น.................(อะไรก็ได้ตามคำสั่ง เช่น ดอกไม้ เครื่องใช้ไฟฟ้า สัตว์ ฯลฯ)

3. บอกให้ร่างนั้นเคลื่อนไหว เช่น ดอกไม้บาน ดอกไม้หุบ ดอกไม้เปียกฝน ดอกไม้ถูกพายุ

4.เมื่อจบกิจกรรมนักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุป สิ่งตัวเองได้เรียนรู้ด้วยภาพหรือMind mapping หรืออะไรก็ได้ที่นักเรียนถนัดมากที่สุด

การสร้างแรงบันดาลใจ

เมื่อนักเรียนรู้จักตัวตนของตนเองแล้วสิ่งที่ต่อไปคือการสร้างแรงบันดาลใจ โดยใช้คลิปวีดีโอ เรื่องหิ่งห้อยของริซาโกะ

เรื่องย่อ "ฮาจิเมะ" เป็นครูที่โรงเรียนประถม ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น ในแถบย่านยามะกุชิ ประเทศญี่ปุ่น เขาพาเด็กๆ ออกไปเรียนรู้นอกโรงเรียน เด็กๆ ได้พบกับปลาที่ตายอยู่ในลำธาร และเกิดเป็นคำถามต่อสิ่งที่เห็น

"มันอาจจะมีหิ่งห้อยก็ได้" คำพูดของฮาจิเมะที่พึมพำออกมาแทนคำตอบอย่างไม่ได้ตั้งใจ และประโยคนั้นเอง ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจเรียกคืน "แสงสว่าง" จากหิ่งห้อย ซึ่งนับว่าเป็นบทเรียนทาง "ธรรมชาติ" ที่สำคัญ

ฮาจิเมะ และเด็กๆ ใช้ "ศรัทธา" ที่มีต่อทั้งสายน้ำ และแสงสว่างจากหิ่งห้อยเป็นการเริ่มต้น เรียนรู้ร่วมมือกันเริ่มต้นโครงงานประจำห้องว่าด้วยการเลี้ยงและเพาะพันธุ์หิ่งห้อยรวมทั้งการพัฒนาลำธารข้างๆ โรงเรียนให้อยู่ในสถานะใช้การได้ สำหรับหิ่งห้อยภารกิจที่ยากลำบากอยู่แล้วเป็นทุนเดิม กลับยังต้องเจอกับอุปสรรคจากคนรอบข้างจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วย ดูจะ "ไร้สาระ" ในสายตาของพวกเขา แม้อุปสรรคเหล่านั้น จะทำให้เด็กๆ ถอดใจไปหลายครั้ง แต่ครูฮาจิเมะ ก็ใช้ "ศรัทธา" ที่เขาเองมีต่อเด็กๆ และมีต่อธรรมชาติ มาจัดการกับอุปสรรคนั้น ฮาจิเมะ เด็กๆ และผู้ชมจะได้พบกับแสงสว่างจากหิ่งห้อย"