แดดสายสาดแสงเหนือท่าเรือเขาแหลมหญ้าเป็นประกายระยิบระยับ

ลมเริ่มพัดแรง จนเส้นผมฟู่ฟ่องลอยคว้างเหนือหัว เมฆสีฟ้าอ่อนๆ สลับเข้มเบื้องบนเคลื่อนตัวรวดเร็ว

ละอองคลื่นซัดสาดละเลียดไล้ก้อนหินสีคล้ำเหมือนฝ่ามือผู้ใจดีเฝ้าขัดสีเด็กยากไร้ในอ้อมอกอุ่น

ทะเล...เกลียวคลื่น....ช่างเหมือนชีวิตของผมจัง...


ทะเล- กว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา ความลึกเบื้องล่าง มองหยุั่งลงไป เหมือนจะตื้นๆ แต่ยากเดา กับภาพความสวยงามที่ปฏิเสธความตื้นลึกหนา-บาง เหมือนใจ- เช่นกัน เหมือนผมจะรู้และกำหนดใจได้ แต่เปล่าเลย...

เกลียวคลื่น- เมื่อคราวเล่นน้ำทะเลอยู่ห่างจากฝั่งไม่ไกล ผิวน้ำสงบเงียบเรียบร้อย แต่จู่ๆ คลื่นก็ซัดใส่กระแทกมิดจนไม่ทันตั้งตัว

แต่เมื่อเรารอคอยพร้อมรับมือกับคลื่นที่จะสาดซัด คลื่นใยสงบเหมือนไม่ไหวติง

และเมื่อเผลอเรอยามใด...คลื่นกลับบ้าซัดใส่กระหน่่าท่วมตัวสองรอบ หกล้มคะเมนในทะเลไม่เป็นท่า

พอเงยหน้าขึ้น มองเบื้องหน้า เหมือนภาพเบลอๆ นึกว่า น้ำทะเลเข้าตา- แต่ไม่ใช่แว่นตาหลุดหายไปพร้อมกับเปลวคลื่น


ชีวิตก็เป็นเช่นนี้เสมอๆ ...แต่ผมก็จะพยายามตั้ง และเรียกสติกลับมาหาใจเสมอ แม้กระท่อนกระแท่นไปบ้าง

กับชีวิตที่เปี่ยมสุข- เคล้าทุกข์ก็ตาม...


ช่วงบ่ายๆ ได้ไปร้านหนังสือ แอบขโมยอ่านหนังสือของ "คุณนิ้วกลม" ชื่อเรื่องประมาณ ....เหตุผลที่เราต้องมีชีวิตอยู่

คุณนิ้วกลม เขียนหนังสือดีมาก เป็นธรรมชาติ และเขียนให้กำลังใจท่ามกลางมุมมองโลกสวยๆ ที่อยู่รอบตัว

มีบทหนึ่งที่เขียนว่า...

ชายคนร้ายแสนทรามคนหนึ่ง ตายแล้วไปในดินแดนหนึ่ง ประหนึ่งสวรรค์

นึกงงตัวเองว่า ทำชั่วแล้วทำไมจึงได้อยู่ดี กินดี มีนางฟ้ามาปรนนิบัติ สุขแสนบันเทิงใจ

ผ่านไปแต่ละวันอย่างมีความสุขเหลือล้น...ผ่านไปผ่านไป

จนกระทั่งวันหนึ่ง เบื่อ เซ็ง กับชีวิตแสนเคร็ง เริ่มไม่สนุกเริ่มทุกข์ จึงไปขอท่านผู้คุ้มครองสถานที่ว่า

ขอไปอยู่ที่ใหม่ได้ไหม จะเป็นนรกก็ได้...

ผู้ค้มครอง : ที่ท่านอยู่นั้น ไม่ใช่สวรรค์หรอกนะ แต่มันเป็นนรกนะ...


คนเราเป็นโรค-ซึมเศร้าได้เสมอๆ...

แต่จะบำบัดรักษาโรคนี้ได้หายแน่ๆ ด้วยยาแผน- ปัจจุบัน

จิตแพทย์บอกว่า คนที่มีอาการทางจิต- ใจจะจดจ่อกับเหตุการณ์ในอดีต และคิดล่วงหน้ากับเหตุการณ์อนาคตที่มาไม่ถึง

ละเลยกับสิ่งที่อยู่ใน "ปัจจุบัน"

ผม- ก็พยายามอยู่กับปัจจุบัน

ไม่ทำให้โลกรอบตัว เป็นโลก-ซึมเศร้า

เพราะกลัวเป็นโรค-ซึมเศร้า


#####

เสาร์ 9 พฤษภาคม 2558