วัฒนธรรมโรงพยาบาล





โรงพยาบาลเป็นปรากฎการณ์ทางสังคมอีกประการหนึ่ง เป็นสถาบันทางสังคม
ที่จัดตั้งขึ้นมาพร้อมกับโรงเรียนในระบบทุนนิยม ในยุคที่แบ่งแยกงานกันทำใน
ระบบทุนนิยมอุตสาหกรรม โดยมีความเฟื่องฟูหลังยุคแสงสว่างแห่งปัญญา (Enlightenment)
หลังการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ โดยเริ่มจาก การศึกษามนุษย์จากซากศพ หรือ
อนาโตมี่ ของวิเซเลียส ในปี 1538 การค้นพบระบบไหลเวียนโลหิตในปี 1628 การผลิตยาสลบ
ได้ ในปี 1842- 1846 การค้นพบรังสีเอ๊กส์ ในปี 1895 การสร้างทฤษฎีเชื้อโรคในปี 1800 ของ
หลุยปลาสเตอร์ รู้จักวิตามินจากสมมุติฐานโรคขาดอาหาร ก่อนปี 1900 เพาะเชื้อสร้างเพนิสซิลิน
ในปี 1920 1930 ของ เฟรมมิ่ง การค้นพบยาซัลฟา ในปี 1930 ค้นพบการปลูกฝี ในปี 1796
ค้นพบอินซูลินในปี 1920 ค้นพบยีนที่ทำให้เกิดมะเร็ง ในปี 1975 และ ค้นพบ HIV ในปี 1980

จากกระบวนการค้นพบวิทยาศาสตร์ ทำให้เกิดการควบคุมโรคระบาดที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน
สมมุติฐานของโรคอันเกิดจากทฤษฎีเชื้อโรค ทำให้วิทยาศาสตร์เริ่มเป็นคำตอบของสังคมในการ
ขจัดความเจ็บป่วยในยุคสมัยใหม่ แทนความคิดความเชือ่เดิม ๆ ซึ่งมีการดูแลสุขภาพพื้นบ้านจาก
สมมุติฐานอื่นเช่น ความสมดุล ร้อน เย็น ของจีน และยังปรากฎเรื่องราวสำคัญของของหมอฮัวโต๋
หรือหมอเทวดาที่มีความสามารถในการผ่าตัด หมอชีวกแห่งอินเดีย หมอสมุนไพรประจำตัวพระพุทธเจ้า
แม้แต่รากฐานการรักษาแบบกรีก โรมัน มุสลิม หรือยุโรป ล้วนแต่มีการคิดค้นการรักษาแบบพื้นบ้าน
แล้วจึงมาเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทุกอย่างมาเป็๋นพวก ปฎิฐานนิยมวิทยาศาสตร์ในยุคแสงสว่างแห่งปัญญา
ซึ่งมีการระบุแนวทางแบบปฎิฐานนิยมมาจากบิดาของการแพทย์คือ ฮิปโปเครติส

โรงพยาบาลในปัจจุบันเริ่มเกิดขึ้นในยุคแสงสว่างแห่งปัญญา ก่อนศตวรรษที่ 18 โรงพยาบาลที่สันนิษฐาน
ว่าเป็นโรงพยาบาลสมัยใหม่แห่งแรกคือ Wesminster Hospital หรือ Guy s Hospital ในกรุงลอนดอน
สหราชอาณาจักร จากนั้นต้นยุคศตวรรษที่ 19-20 ก็มีการฝึกหัดแพทย์และพยาบาล และขยายโรงพยายาล
ไปยังทั่วโลก เป้นสถาบันเช่นเดียวกับสถาบันการศึกษา เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ฟูโกต์กล่าวไว้ว่า
โลกสมัยใหม่ได้แบ่งแยกงานกันทำ หมอมีอำนาจวินิจฉัยในเรื่องของสุขภาพ และสามารถพูดเรื่องนี้่ได้
ในฐานะผู้เชียวชาญ ระบบทุนได้สถาปนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็น เครื่องมือแห่งอำนาจควบคุมร่างกาย
โดยเฉพาะ ผู้เชี่ยวชาญเช่นหมอ ได้สร้าง องค์ความรู้ของการรักษาขึ้น เพื่อ ให้เป็นเกณฑ์ตัดสินไม่ว่าในเรื่องใด
เช่น ความถุกผิด ความถูกต้อง ความผิดปกติ จนกลายเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยุคใหม่ที่เป็นมายาคติที่คนส่วนน้อยจะรู้จัก
หรือเข้าถึง เพราะคอยสร้าง คำศัพท์เฉพาะ วิธีการเข้มงวด เครื่องมือที่ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นจะใช้ได้ใช้เป็น

ดังนั้นในประเทศไทยจึงมีการควบคุมจำนวนคนที่จะมาเป็นหมอ เพราะหมอเป็นสถาบันที่ทรงอำนาจเฉพาะด้าน
เมื่อเข้าถึงระบบทุนนิยมเต็มที่แล้ว จึงทำการรักษาให้เป็นการค้า สร้่างสภาวิชาชีพ เพื่อปกป้องกิจการค้าค่ารักษา
ดังนั้นการทำกระบวนการของโรงพยาบาลรัฐที่ขาดแคลนแพทย์จำนวนมาก และมีค่าตอบแทนต่ำ จึงมีการทำ
ทุกอย่างให้โรงพยาบาลรัฐอ่อนแอ อัตราหมอต่อคนไข้ และการพบแพทย์อาจได้พบกับแพทย์คนละไม่ถึงหนึ่งนาที
รวมทั้งการเมืองในการอุดหนุนเงินค่าใช้จ่ายเริ่มลดน้อยลง ทำงานเอกสารประเมินมาตรฐานมากขึ้น การทำโรงพยาบาล
รัฐอ่อนแอมากขึ้น จึงเข้าทางของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งไม่ได้ควบคุมราคา หมอที่เป็นปัญญาชน ก็ไม่ได้เป็นปากเสียง
ให้กับคนไข้ ไม่ได้ใช้สติปัญญาของตนทำให้ระบบสุขภาพที่เป็นทางตันต่อสุขภาพของคนในประเทศเท่าไร การคิดเขียน
และตำหนิต่อคนในวิชาชีพเดียวกัน และการพยายามหาคำตอบเพื่อจะแก้ไขปัญหาสุขภาพเชิงระบบ มีจำนวนน้อยมาก
เช่นเดียวกันกับ แมลงบางชนิด ไม่ตอม แมลงเหมือนกัน ดังนั้นวัฒนธรรมโรงพยาบาลจึงวนเวียนไปตามหน้าหนังสือพิมพ์
คือ ญาติผู้ป่วยผลักหมอ เอามีดไล่แทง ไม่มีเพดานการรักษาสำหรับโรงพยาบาลเอกชน การฟ้องหมอรักษาผิดพลาด
ยังไม่เคยเห็นหมอที่เป็นปัญญาชนคนไดให้ทรรศนะในการแก้ไข วางระบบ แก้ไขปัญหาผลประโยชน์ทั้งที่เป็นปัญหาพื่้นฐาน
แต่ก็แปลกว่า หมอปัญญาชนหลายท่านจะไปเก่ง ด้านสังคมการเมือง การศึกษา แต่จะเงียบหลับหูหลับตา เมื่อพูดถึงปัญหา
ของโครงสร้าง และวัฒนธรรม ในระบบสาธ่ารณสุข ซึ่งตนเองรู้ดีที่สุด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ตลอดชีวิต



ความเห็น (0)