ปัญหาการศึกษาเด็กบ้านนอก

..........วันนี้ขอเกาะกระเเส "เพราะเป็นเด็ก จึงเจ็บปวด" ขอเล่าเเละแลกเปลี่ยนเรื่องนี้ครับ ปัญหาการศึกษาของเด็กบ้านนอก กับโรคเรื่อรังที่เเก้ไม่หาย โรคต่างๆเหล่านี้อยู่ในสังคมชนบทมานานเเล้ว เเละเป็นปัญหาสำคัญที่เเเก้ไขยากมากในทางปฏิบัติ สังคมในเมืองอาจมองไม่เห็น เเละบางอย่างอาจไม่เกิดขึ้น เเต่สังคมบ้านนอกเรามีเยอะครับ โดยเฉพาะสังคมของเด็กอีสาน หรือ เด็กที่อยู่ห่างไกลชุมชนเมือง
..........ปัญหาที่เกิดขึ้น ในการศึกษา ของเด็กในบ้านนอกคอกนาของเรานี้ มีหลายปัญหาด้วยกัน เเละอาจเป็นผลกระทบต่อประเทศโดยรวม (พอดีวันนี้ได้นั่งคุยกับ น้าดู่ เป็นช่างตัดผม ประจำตัวผม เลยได้คุยกันเรื่องนี้ด้วย)
.......... โรคเรื้อรังของสังคม................................................
..........1.ปัญหาเด็กไม่จบการศึกษา โดยเฉพาะบ้านนอกเราเกิดปัญหาเรื่องนี้ขึ้น มาก ซึ่งส่วนใหญ่ เราชี้ไปว่า "สังคมมันไม่ดี เลยพาเด็กไม่ดีตามไปดวย" ก็ถูกเหมือนๆอย่างที่ว่า ผู้ปกครองส่วนหนึ่งโทษครูว่า ทำไมถึงดูเเลลูกฉันไม่ดี" ก็สะท้อนกลับไปว่า "พ่อเเละเเม่จะมาโทษที่ครูอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะปัญหานี้มันต้องเเก้ร่วมกัน คำว่า "เพราะสังคมพาไป เรานี่ล่ะ คือ สังคมของเขา เป็นสังคมหลักเสียด้วย" เพราะเเม้ว่าเพื่อนหรือพี่จะพาไปเหลวไหล เเต่หากครู เเละผู้ปกครองดูช่วยกัน เขาอาจเรียนจบขึ้นมามากขึ้นก็ได้ ผมว่า สมาคมครูเเละผู้ปกครอง มีประโยชน์มากกว่าให้มาปัจฉิมนิเทศเเล้วจบ เเต่องค์กรนี้จะต้องกระเตื้องอยู่เรื่อยๆ เพราะปัญหานี้เเก้ครั้งเดียวไม่จบ เเละเพียงเเค่คำพูด ไม่สามารถเเก้ไขอะไรได้ เเละหลายครอบครัวที่ยากจนก็ทำให้ไม่มีกำลังพอที่จะส่งลูกเรียนหนังสือ ข้อนี้หากหลายภาคส่วนเข้ามาช่วยกัน ให้ทุนเขาที่เรียนดี เเต่ยากจน มากขึ้นเรื่อยๆ เด็กจะมีโอกาสทางการศึกษามากขึ้นครับ
..........2.ปัญหายาเสพติด คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ลูกหลานในชุมชนของเรา จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะปัญหานี้เป็นปัญหาที่สังคมโหวตเป็นอันดับ 1 ว่าเเก้ไขยากที่สุด เรื่องนี้เราก็่ว่า "สังคมพาไปอีกเเล้ว" มีหลายๆหน่วยงาน เช่น โรงพยาบาล ตำรวจ ทหาร เเละโรงเรียนเข้ามาพยายามเเก้ไข ตรวจปัสสาวะบ้าง ส่งไปอบรมบ้าง ส่งไปบวชบ้าง ผมว่า พ่อเเละเเม่เป็นคนสำคัญ บางครอบครัว เเม่เสพยาทำให้ลูกเสพด้วย พ่อสูบยาทำให้ลูกสูบด้วย เพราะเห็นเป็นตัวอย่าง เเต่อย่างไรก็ดี ข้อนี้ ก็ต้องพยายามให้ลูกหลานเราห่างไกลจากมันมากที่สุด อาจสอนเเต่เด็กๆ เเต่ส่วนใหญ่หากพ่อเเม่ให้ความอบอุ่นเเก่ลูก สอนลูก อยู่กับลูก สังคมเพื่อนที่ไม่ดี ก็จะห่างจากเขาไปเรื่อยๆ (เรื่องนี้ผมเชื่อว่า เเต่ละที่จะเเก้ไม่เหมือนกัน เพราะบริบทเเต่ละที่ไม่เหมือนกัน)
..........3.ปัญขาดความอบอุ่นจากพ่อเเม่ โดยเฉพาะสังคมอีสานที่พ่อเเละเเม่ต้องไปทำงานเมืองกรุงปัญหานี้จึงเกิดขึ้น เพราะลูกเติบโตมา ด้วยอ้อมอกของเหล่าตาเเละยาย พ่อเเม่มีบทบาทให้เเค่เงินเเล้วจบ จึงเป็นปัญหา "เลี้ยงลูกผ่านตู้ ATM" เด็กจำนวนมากที่เกิดเรื่องราวเหล่านี้ในชีวิต หลายคนเมื่อครอบครัว ไม่ให้ความอบอุ่นเพียงพอ จึงต้องไปหาเพื่อนๆเพื่อพยายามให้ตนเองรู้สึกไม่เหงา เเละเป็นที่ยอมรับ หากคบพื่อนดีก็ดีไป เเต่หากคบเพื่อนเลว ก็เลวไป เเต่ผมเห็นอีกหลายๆครอบครัวที่ตากับยาย ให้ความอบอุ่นเพียงพอ ทำให้เขาเป็นคนดี เเละรู้จักบุญคุณของพ่อเเม่เป็นอย่างดี ทำให้เขาดำเนินชีวิตต่างๆเช่นกับเด็กปรกติ เด็กบางคนเรียนรู้จากการอยู่คนเดียว จนมีภูมิคุ้มกันในตนเอง ให้สามารถอยู่คนเดียวได้ ฯ
..........4.ปัญหาเด็กแต่งงานการวัยเเละท้องก่อนวัย ปัญหานี้ก็เป็นปัญสังคมอีกที่สำคัญ ผมเชื่อว่าปัญหานี้สังคมเมืองก็มีไม่น้อย จึงเกิดวิชานี้ในโรงเรียน ว่า วิชาเพศศึกษา ที่ 2 เเง่ 2 ง่าม อยู่ เพราะ ไม่รู้ว่าการสอนเด็กเรื่อเพศก่อนวัยจะเป็นคุณหรือโทษกันเเน่ เเต่ผมยังคงเชื่อเล็กๆว่า หากเราที่เป็นครูเเละพ่อเเม่ พยายามสอน เเละไม่ปิดกั้น เรื่องเพศจนเกินไป อาจช่วยให้เด็กๆเราดีขึ้นก็เป็นได้ เรื่องนี้ คือ สื่อพาไป เเละเพื่อนพาไป ให้เด็กๆเรียนรู้อย่างเท่าทันสื่อ โดยการเรียนเเบบใดก็ได้ เเต่ให้สอดเเทรกเข้าไปในระบบโรงเรียน จะดีมากๆ
..........5.ปัญหา ติดเกมส์ ติดเพื่อน ติดพนัน อันนี้ ก็เป็นเรื่องของสื่อเเละเพื่อนพาไปอีกเเล้ว การเรียนเเบบเก่าที่ให้เด็กไล่ตามสื่ออย่างไร้จุดหมายจึงเก่า ต้องปรับการเรียนการสอนใหม่ให้เด็กเเม้จะไล่ตามสื่อ ก็ให้รู้ว่า กำลังไล่ตาม ตามเพื่ออะไร คุ้มค่ากันไหม ให้เด็กเรียนรู้อยู่กับสื่อ อาจเป็น สื่อสังคมออนไลน์ หรือ สื่อทีวี เเต่ก่อนอื่นเราต้องบอกครูไม่ให้เล่นเฟส เล่นไลน์เวลาสอนก่อน ฯ
..........6.ปัญหา ทะเลาะวิวาท "เด็กชอบมีกันจัง" บางครั้งเราก็มองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีการตีกัน การยอกพวกตีกัน เเต่ให้เราลองมามองว่า เเล้วคนส่วนใหญ่เขาตีกันไหมล่ะ ถ้าส่วนใหญ่เขาไม่ตีกัน เเสดงว่า ปัญหาตีกันนั่นล่ะ มันไม่ใช่เรื่องปรกติหรือธรรมดา ผมว่าในรูปเเบบของโรงเรียนมัธยม ปัญหาเด็กตีกันนี้ ขั้นเเรกควรจะปรับทัศนคติเสียก่อน เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้น เราต้องเเก้ช่วยช่วยกันเเล้วล่ะพ่อเเม่ ครูคุยกับพ่อเเละเเม่ว่าจะเอาอย่างไร เพราะเด็กกลุ่มนี้ บางครั้งหากมันไม่หาย ก็ต้องย้าย ไปตามระเบียบ ส่วนหนึ่งที่เด้กมีภาวะทางอารมณ์ต่ำเเบบนี้ เพราะพ่อเเละเเม่บางคนให้ท้าย บางคนไม่มีเวลาพูดกับลูก บางคนเอาเเต่ใจลูก ทำให้ลูกเกิดความเคยชินว่า "กูเป็นใหญ่" พ่อเเม่บางคนกลัวลุกด้วยซ้ำ "เพราะรัก"
..........7.ปัญหาทัศนคติของพ่อกับเเม่เเละครูที่ต้องเน้น ให้ลูกได้ที่เรียนดีๆ ต้องติว ต้องนั่งเรียน ต้องสอน เเละต้องสอบ ใจนึงความความหวังดีจากพ่อเเม่อยู่เเล้ว ที่เห็นสังคมการศึกษาที่เเบ่งชนชั้นวรรณะ เลยต้องพยายามให้ลูกเรียน เเละสอบไปตามนโยบาล พิมพ์เดียว เขียวทั้งโรงงาน ของกระทรวงการศึกษา ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาของพ่อเเละเเม่นักเรียนที่เรียนรู้ด้วยวิธีการ PBL(problem based learning) หรือ ABL(Activity based learning) เหมือนกันว่าจะทำให้ลูกของเขาไม่ได้ดี มีเเต่พูด ? ปัญหานี้สามารถเเก้ไขโดยการพูดคุยกับผู้ปกครองให้เข้าใจเเละให้ผุ้ปกครองเห็นผลที่เกิดขึ้น ซึ่งการปฏิรูปการศึกษา ต้องเคลื่อนครู ผู้ปกครอง เเละชุมชนไปด้วยกัน ถ้าไม้เอาจริงก็จะเหมือนๆกับ ทำเล่นๆ เเล้วไม่เกิดผลอะไร
.......... โรคไม่เท่าเทียมกันของการศึกษา.............................
...........ปัญหาความไม่เท่าเทียมทางการศึกษา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเร่งเเก้ไขเป็นการด่วย เพราะที่บอกว่าจะเเจกเเทปเลตเพื่อการศึกษา บางโรงเรียนยังไม่ได้เเตะเลย โรงเรียนในเมืองมีเงินมาก โรงเรียนบ้านนอกที่ต้องการพัฒนาอีกเยอะเเยะกลับมีเงินน้อย เรื่องนี้น่าคิดนะครับ ทำไมโรงเรียนในเมืองมีอาคารเรียนดีๆ ส่วนเด็กพื้นที่ทุรกันดาล มีเเค่อาคารเดียว น่าคิดอีกนะครับ ทำไมการเรียน กศน. ผู้คนถึงดูหมิ่น เหยียดยาม ทำไม กศน. ไม่เป็นที่ยอมรับทั้งๆที่ ก็เป็นองค์กรทางการศึกษาเหมือนกันกับโรงเรียน ก็เพราะรัฐไม่ได้ให้ความเท่าเทียมทางการศึกษา ผู้คนก็เลยคิดอย่างนั้นไป
..........1. ปัญหาความยากจน ปัญนี้เป็นเป็นปัญของสังคมไทย ปัญหาที่จะให้เกิดปัญหาอีกหลายอย่าง คือ พ่อเเม่ต้องเข้าเมืองกรุงไปทำงานหาเลี้ยงลูก หรือทำงานอยู่บ้าน ภาวะความยากจนสามารถกำหนดการศึกษาของลูกได้เลย ว่าจะสามารถเรียนต่อในระดับใดได้ ซึ่งรวมไปถึงว่า พ่อเเม่ต้องบังคุบลูกให้เลือกอาชีพที่ตนเองเลือกใก้ตามทุนทรัพย์ เพราะเห็นว่า มันน่าจะหาเงินได้เร็ว ปัญหานี้เรื้อรังมานานเเล้วครับ กยศ.เป็นอีกทางที่ช่วยได้ดีฯ
..........2.ปัญหาพื้นที่ทุรกันดาน เป็นที่รูจักกันว่าพื้นที่ทุรกันดาน คือ พื้นที่ผู้คนไม่อยากไปเยือนเพราะมีความยากลำบากต่างๆนานา สถานศึกษาหลายๆเเหล่งครู หรือ อุปกรทางการศึกษาไม่เพียงพอให้เด้กๆได้มีโอกาสเรียนรู้เหมือนโรงเรียนอื่นๆเขา จึงเป็นโจทย?ให้คิดว่ารัฐบาลน่าจะทุ่มงบประมาณมาสู่โรงเรียนเหล่านี้ให้มากกว่าโรงเรียนประจำจังหวัดที่รวยเงิน รวยอุปกรณ์ รวยอาคารเรียน ...
..........3.ปัญหาคนพิการ เเน่นอนว่าเราเลือกเกิดไม่ได้ เเต่เราเลือกที่จะเป็นคนดีได้ หากเลือกที่จะเป็นคนดีเเล้ว ระบบการศึกษาไม่เอื้ออำนวย ก็ทำให้เด็กๆที่พิการขาดโอกาสทางการศึกษาเช่นเดียวกัน หากเด็กพิการไม่สามารถเรียนตามระบบโรงเรียนปรกติได้ จะมีวิธีการอื่นได้ไหมที่ให้เขา ไม่ขาดการศึกษาหรือจบการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นไปโดยไม่ปิดกั้น เช่นโรงเรียนคนพิการ หรือสร้างครอบครัวให้จัดการเรียนให้ลูกของตัวเองที่บ้าน วึ่งสามารถจบการศึกษาได้เหมือนกัน โดยไม่ต้องไปง้อโรงเรียนเพียงอย่างเดียว เพราะความเป็นปมด้อย ไม่ไม่น่าขำ เเต่เราต้องพยายามให้กำลังใจเขาเเละมองโลกในเเง่ดีเสมอ
..........4.ปัญหาการขาดหลักฐานยื่นเเสดงว่า ฉันเป็นคนไทย ข้อนี้เป็นปัญหาชาติพันธุ์ที่สุดเเสนจะสำคัญ เพราะ เด้กที่เกิดมาโดยไม่มีสัญชาตินั้น ย่อมไม่ได้รับความเป็นธรรมใดๆในสังคมเท่ากับผู้อื่น รัฐบาลมองว่า หากเรารับเขาเข้ามาเยอะๆก็จะเป็นปัญหาว่าเมืองไทยมันง่ายย้ายเข้ามาเลย เเต่หากเราไม่รับเข้ามาเลยก็หาว่าเราใจดำ เเต่ผมว่าเรื่องนี้ต้องให้เเต่ละพื้นที่เขาจัดการกันเองครับ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิต่างๆทางการดำเนินชีวิต การรักษาพยาบาล เเละการศึกษา เรื่องการศึกษา อันนี้ ในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่ง ผมอยากเห็นเพื่อนๆได้มีโอกาสทางการศึกษา เหมือนๆกันกับคนไทยครับ ส่วนเรื่องการเป็นคนไทยของเขานั้น ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ เเต่การศึกษานี้ สำคัญยิ่ง
..........ปัญหาต่างๆเป็นปัญหาสังคมที่ควรเร่งเเก้ไข เเน่นอนว่าโรงเรียนไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา เเต่พ่อเเม่ ชุมชน ต้องหันมาให้ความสนใจกับเด็กๆเราด้วย เเถวบ้านผมเจอกับปัญหา สำคัญ คือ เด็กไม่จบการศึกษา เเละเป็นอันทพาล ไปวันๆ เเละผมเชื่อว่า ชุมชนอื่นๆก็คงเจอกับปัญหาเหล่านี้เหมือนๆกัน ลูกหลานใคร ใครก็รัก ที่จริงเด็กๆเขาเกิดมา ความคิดที่ว่าต้องไปหนีเรียน ต้องไปตีกัน ต้องไปติดยา ฯ มันไม่มีในหัวเขาหรอกครับ ที่เขาทำอย่างนั้นเพราะ เขาเห็นตัวอย่างจากคนรอบข้างเขานี่ล่ะ เเละเขาต้องการการยอมรับจากสังคม จึงเป็นเช่นนั้น เเละปัญหาที่เกิดขึ้นหลักๆสำคัญ คือ ความยากจน เด็กพิการ เด็กพื้นที่ห่างไกล เเละขาดหลักฐานยื่นตัวบุคคล เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่ต้องพยายามให้ความเท่าเทียมกันทางการศึกษาระหว่างเด็กในเมืองกับเด็กบ้านนอกเกิดผลเหมือนๆกันมากที่สุด พยายามให้ไม่เเบ่งชนชั้นวรรณะทางระบบการเรียนมากที่สุด
"เพราะเป็นเด็ก จึงเจ็บปวด"

.

.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกพอเพียง



ความเห็น (0)