เมื่อเราต้องการจะนำเสนอภาษาใหม่ให้กับผู้เรียนอย่างชัดแจ้ง จะมีแนวทางอยู่ 2 แนวทางในการนำเสนอ นั่นคือ การนิรนัย (deductive) และ อุปนัย (inductive) บทความนี้จะเปรียบเทียบระหว่างนิรนัยกับอุปนัย พรรณนาว่าทั้งสองวิธีทำงานอย่างไร ทั้งสองวิธีการมีลักษณะเหมือนอะไร อะไรคือประโยชน์ที่เราจะได้จากทั้งสองวิธี เมื่อเราต้องการจะนำเสนอภาษาใหม่ๆกับผู้เรียน

อุปนัย หรือ นิรนัย? (Inductive or deductive?)

การเรียนรู้แบบอุปนัย ก็คือการค้นพบหลักการที่เป็นสากล (general principle) จากข้อเท็จจริงต่างๆ ในห้องเรียนภาษา แนวทางแบบอุปนัยเกี่ยวข้องกับการให้ผู้เรียนได้ค้นพบกฎ และวิธีการใช้ โดยให้ดูจากตัวอย่าง บทบาทของครู คือ การนำเสนอภาษา ที่ผู้เรียนต้องการ จนสามารถค้นพบกฎ, ให้คำแนะนำจนพวกเขาค้นสามารถค้นพบ หากจำเป็น, และต่อด้วยให้โอกาสพวกเขาได้ฝึกปฏิบัติ

มักจะมีการคิดว่าแนวทางอุปนัยเป็นการสอนสมัยใหม่ แนวทางนี้เกี่ยวข้องกับเทคนิคการค้นพบ (discovery techniques), ยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับภาษา (acquisition process), ยังมีการใช้สื่อที่คล้ายกับสภาพจริง, ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และเน้นไปที่การใช้มากกว่ากฎ

การเรียนรู้แบบนิรนัย คือ กระบวนการในการนำหลักการทั่วไป ไปใช้ในสถานการณ์จริง ในห้องเรียน แนวทางแบบนิรนัยคือการสอนผู้เรียนในเรื่องกฎ และให้พวกเขามีโอกาสที่จะนำกฎเหล่านั้นไปสู่การปฏิบัติ บทบาทของครูก็คือ นำเสนอกฎและจัดแจงให้เกิดการฝึกปฏิบัติ

แนวทางแบบนิรนัยจะถูกคิดว่าเป็นแบบการสอนโบราณ เป็นครูเป็นศูนย์กลางและครูเป็นผู้นำ อย่างน้อยก็คือในขั้นนำเสนอ เริ่มต้นที่กฎและการฝึกปฏิบัติ โดยมากจะใช้ภาษาที่เป็นตัวป้อน (input language) ซึ่งปรับปรุงให้เข้ากับผู้เรียน และไม่มีสภาพเหมือนภาษาที่ใช้จริง อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็ไม่ได้จะเป็นแบบการสอนโบราณ แต่ผู้คนมักจะมาองว่าเป็นแบบโบราณ

หนังสืออ้างอิง

Paul Kaye.(2015). Presenting new language. http://www.teachingenglish.org.uk/article/presenting-new-language?utm_source=facebook-teachingenglish&utm_medium=wallpost&utm_campaign=bc-teachingenglish-facebook