..........กลุ่มเยาวชนฮักนะเชียงยืนปีที่ 3 ในโครงการสองวัย ใส่ใจสิ่งเเวดล้อม เดินทางมาถึงปลายทางของระยะเวลาโครงการที่ทางโครงการปลูกใจรักษ์โลกกำหนด ซึ่งผมเองในฐานะพี่คนหนึ่งที่คอย Coach น้อง เเละกำจากจะวางจากงานตรงนี้ไป เพราะจะไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ผมเองเป็นกลุ่มบุกเบิกรุ่นเเรก เมื่อครั้ง อยู่ ม.4 จากวันนั้นถึงวันนี้ 3 ปีเเล้ว เเม้ว่าเป้าหมาย คือ ชาวบ้านสว่นใหญ่จะยังคงไม่มีผลใดๆ เเต่ชาวบ้านบางส่วนก็เริ่มตื่นตัว มากยิ่งขึ้น กับปัญหาสารเคมีในการเกษตร โครงการปีเเรกเน้นที่สร้างเยาวชน ปีสองเน้นที่การคุยกับชุมชน ปีสามเน้นเอาเยาวชนเเละชาวบ้านในชุมชนมาเรียนรู้ร่วมกัน
..........กิจกรรมที่ฮักนะเชียงยืนปีที่ 3 ทำ คือ การชวนชาวบ้านปลูกผัก การจัดค่ายสองวัย หัวใจสีเขียว เเละการสรุปผลประเมินงาน จัดขึ้น ณ วันที่ 27 พ.ค. 2558 (ซึ่งในปีที่ 3 นี้ผมไม่ค่อยได้ถอดบทเรียนเเละเขียนไว้) กิจกรรมที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ตั้งเเต่ผมจนมาถึงรุ่นเด็กทำงานนั้น เห็นผลที่เกิดขึ้นที่ทำให้ผมเอง รู้สึกปิติใจเล็กๆจากระยะทาง 3 ปีมานี้ (สะท้อนให้หันกลับมามองว่าเกิดอะไรกับใครบ้าง ในโครงการทั้งหมด)
..........ผลที่เกิดขึ้น ที่ผมรู้สึกปิติ (รวมโครงการต่างๆ) ได้เเก่
- พี่ๆในโครงการ อย่างน้อย 5 คนรู้เเล้วว่าการเรียนรู้นั้น สำคัญ คือ ผู้เรียน
- เด็ก 2 คนเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง จากไม่ค่อยสนใจการปลูกผักปลอดภัยกินเอง หันมาสนใจในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น เเละเป็นนักเรียนรู้ที่คอยเเสวงหาความรู้อยู่เสมอ
- เด็ก 6 คนเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง จากเป็นคน "ไม่ค่อยฟังใคร สมาธิสั้น" เมื่อผ่านกระบวนการทางละคร เขานิ่งขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น สนใจงานของพี่ๆมากยิ่งขึ้น
- เด็ก 2 คนจากที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องการเลี้ยงปลา เล้ยงกบเลย เมื่อผ่านกระบวนการทางโครงการ ทำให้เขาหันมาสนใจเรื่องการเลี้ยงปลา เเละมีความรับผิดชอบ โดยการเฝ้าดูเเลปลาของเขาที่เขาเลี้ยงเองที่โรงเรียน
- เด็กในโครงการละครทั้งหมด 40 คน เกิดความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงชุมชนของตนเองไปในทิศทางที่ดี
- เด็กในโครงการลดมลพิษฟื้นชีวิตดิน อย่างน้อย 40 คนเกิดความคิดจะักษาบ้านตนเอง
- ผู้ปกครอง อย่างน้อย 7 คนที่ให้ความสำคัญ เเละส่งเสริมกิจกรรมที่เด็กๆทำ เเละอยากให้ทำต่อไป
- ผู้ปกครองอย่างน้อย 20 คนให้ความสนใจกับกิจกรรมของเด็กเเละเข้าร่วมกิจกรรม เสมอๆ
..........ระยะทางจากนี้ไป เเม้ว่าสว่นใหญ่ผมเองเเละพี่คนอื่นๆจะไม่ได้อยู่ได้ทุกกระบวนการ เเต่ก็จะพยายามหาวิธีการในอีกบริบทหนึ่งที่ส่งเสริมเขาอยู่ห่างๆ หากกระบวนกระบวนการของครู ของพี่ ของเพื่อน ของน้องๆ สามารถปลูกความยั่งินในตัวเขาได้จริง ผมเชื่อว่าไม่นานก็จะเห็นเขาลุกขึ้นมาทำงานเเบบนี้ ต่อไป เเม้ไม่มีพี่ เเละไม่มีครู
.
.

เห็นผลลัพธ์ในลักษณะ "ฟันธง" ชัดเลยครับ....