สำหรับ นักสู้..ความกล้า กับ ความกลัว..ใช้ให้เป็น ใช้ให้ถูกกาละเทศะ..

เจ็บแล้วต้องจำ..อย่าให้มันซ้ำรอย....

...เพื่อนๆที่ชอบฝึกศิลปะการต่อสู้ ครับ..เชื่อเหอะ..

..ความกล้าเผชิญกับการบาดเจ็บขณะฝึกซ้อม จะสร้างความพร้อมและนิ่งเมื่อสถานการณ์จริง มาถึง..ครับ..

..กล้าบ้าบิ่นตอนฝึกซ้อม จะให้ผลที่ดี คือ เจ็บแล้วจำ..เจ็บแล้วเข้าใจและพัฒนา..

..ต่างกันกับ..พวกกล้าบ้าบิ่นตอนต่อสู้..

..พวกนั้นส่วนใหญ่ตอนฝึกจะกลัวเจ็บมากๆ..

..และ พอเจอสถานการณ์คับขันเข้าจริงๆ มักเตลิดจนคุมอารมณ์ไม่อยู่..จากกลัว..ก็กลายเป็นบ้าบิ่นขาดสติ..ครับ..

..เค้าว่า..ครูที่ดีๆมักมีวิธีทำให้เจ็บได้น่าจดจำ..จนไม่ต้องเจ็บซ้ำรอย..555.. ตอนซ้อม จึงไม่ควรกลัวเจ็บแล้ว..เพราะซ้อมกับเพื่อน ซ้อมกับครู..ซ้อมโดยวัสดุที่ช่วยให้ไม่เจ็บมาก..ยังจะกลัวอีกรึ..

..ถ้ายังกลัวอีกก็ไม่ก้าวหน้า..หรือว่า ยังไม่เคยเจ็บใช่ไหม?..หรือว่าเจ็บแล้วไม่จำ?...

..จำไว้ เจ็บจากการฝึกซ้อมเนี่ยะ มันโง่ชัดๆ..คนบางคน อาจชอบทำอะไรโง่ๆซ้ำแล้ว ซ้ำอีก..

..ครูคงปวดหัวกับศิษย์แบบนี้มากๆ...5555..

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มวยไทย มรดกไทย มรดกโลก



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

I like that motto for training -- getting pains in training is better than getting hurt and defeated in fighting. When we can't train then we have to accept that we can fail before we succeed.

เขียนเมื่อ 

ไม่ได้คุยกันนานเลยนะครับ อ.

ความเจ็บเป็นกลไกสัญชาตญาณของร่างกายที่มีไว้เพื่อป้องกันชีวิตให้ปลอดภัยเช่นเดียวกันกับความเหนื่อยและเมื่อยล้าในขณะที่ฝึกซ้อม ดังนั้นผู้ที่แสวงหาความเป็นเลิศโดยเฉพาะในหมู่ของนักกีฬาจึงจำเป็นต้องฝึกเพื่อก้าวข้ามให้พ้นธรณีของสัญชาตญาณนี้ให้ได้ จึงจะก้าวหน้าไปต่อได้

ผมจึงอยากแสดงความเห็นว่าครูที่ดีจำเป็นต้องสอนให้ศิษย์เข้าใจ จะได้ไม่โง่ไงครับ...ฮา

ขอบคุณ คุณ Sr และ คุณ Rojfitness ครับ...คนโง่ที่สอนได้..ย่อมมีคุณค่ากว่า คนฉลาดที่สอนยาก...ศิษย์ที่โง่ต่อหน้าครู จะกลายเป็นผู้ฉลาดต่อหน้าคนอื่น..ครับ..