"ตลาดนัดความรู้และ CQI สถาบันบำราศนราดูร" ระหว่าง 31 ต.ค. 3 พ.ย. 2549 ได้กำหนดประเด็นหลักของการจัดงานว่าเป็น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานจริง

 

โดยมุ่งหวังให้เกิดการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้ปฏิบัติ (Interactive learning) ทำให้การออกแบบตลาดนัดครั้งนี้ มีทั้ง

  • 1. การนำเสนอผลงานพัฒนาคุณภาพในรูปแบบของ CQI ที่เกิดจากการจัดการความรู้ของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งสิ้นถึง 19 เรื่อง  เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและกัน มีเจ้าหน้าที่ให้ความสนใจการนำเสนอผลงานทุกวัน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าพอในช่วงหลัง 15.30 น. ผู้คนก็จะทยอยออกจากห้อง ซึ่งก็เป็นความท้าทายของคณะกรรมการต่อไปว่าจะต้องหากลยุทธ์เพื่อดึงดูดให้เจ้าหน้าที่อยู่ร่วมในงานจนจบ

  • 2. การจัดนิทรรศการนำผลงานเด่นมาจัดเป็นบูทต่าง ๆ ถึงเกือบ 40 บูท ซึ่งบรรยากาศระหว่างผู้ชมกับเจ้าของนิทรรศการแต่ละบูทเป็นไปอย่างดี สนุกสนาน ครึกครื้นดี ทั้งการสะสมข้อมูล (Knowledge Based) เช่น ขอเอกสาร ถ่ายภาพ การซักถามรายละเอียดของผลงาน ข้อเสนอแนะต่าง ๆ 

  • 3. เวทีเสวนาการจัดการความรู้ เรื่องเล่าเร้าพลัง : จาก KM สู่ Best Practice โดยมีการนำเสนอรูปแบบการจัดการความรู้ของหน่วยงานที่แตกต่างกัน 3 หน่วยงานใหญ่ ๆ ได้แก่

  •  กรมอนามัย ซึ่งมีแพทย์หญิงนันทา อ่วมกุลเป็นผู้เล่าถึง "ประสบการณ์ในการจัดการความรู้ในคน ที่เริ่มต้นจากการไม่บังคับแต่หน่วยงานไหนที่สนใจก็ให้ทำไปก่อนแล้วค่อย ๆ นำความสำเร็จมาขยายผล ถ่ายทอดเล่าเรื่องที่ทำสำเร็จให้ผู้อื่น เก็บบันทึกความสำเร็จเป็น Blog ผลจากที่เริ่มนำKMมาใช้คือการเปลี่ยนแปลงในทางบวกที่เกิดขึ้น"
  •  กรมควบคุมโรค ซึ่งนพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ เป็นผู้เล่าก่อน ประเด็นคือ " ....KM...ผู้ใดทำผู้นั้นได้และให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะการทำ KM แบบต่างๆรวมถึงธรรมชาติของ Best Practice ว่ามันไม่หยุดนิ่งหรือคงที่ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ผู้นำไปใช้ต่อก็จะต้องมีการวิเคราะห์เพื่อประยุกต์ใช้และรวมถึงวงจรในการทดลองใช้และพัฒนาในเวอร์ชันที่เป็นของตนเอง ด้วยเช่นกัน.." 
ต่อจาก นพ.ธนรักษ์ เป็นท่านนพ. ศุภมิตร ชุณห์สุทธิ์วัฒน์ " ท่านเล่าเรื่องการจัดการความรุ้โดยใช้ Model ปลาทู โดยอาจารย์ได้ยกตัวอย่างการทำงานของกรมที่ผ่านมาสองเรื่องมาประกอบคือ

1. การนำวัคซีนมาใช้ป้องกันและลดจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ

2. การป้องกันไข้หวัดนกเพื่อเตรียมรับมือไข้หวัดใหญ่

  • สถาบันบำราศนราดูร โดยผอ. อัจฉรา เชาวะวณิช ได้เล่าถึงการจัดการความรู้ของสถาบันฯ ที่เริ่มต้นคล้ายกับอ. นันทาคือการไม่บังคับและให้หน่วยงานที่สนใจเรื่อง KM ทำเองก่อนเพื่อเพิ่มคุณค่าในการทำงาน ซึ่งผอ.ได้มองเห็นว่างานเรานั้นมีอยู่แล้ว แต่ต้องค่อย ๆ อาศัยการขัดเกลางานหรือความรู้ให้ดียิ่งขึ้น...ให้หน่วยงานได้ลองปฏิบัติจริงและปรับใช้จนมีประสิทธิภาพ การพัฒนาศักยภาพของคนทำงานควบคู่ไปกับขุมความรู้และเผยแพร่ความรู้ เมื่อพัฒนาไประยะหนึ่งก็เกิดเป็นชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice : CoP) เช่น ทีมนำทางคลินิกต่าง ๆ ที่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรุ้ข้ามกลุ่ม ข้ามหน่วยงานทำให้เกิดการยกระดับความรู้ให้สูงขึ้น

ในวันสุดท้ายคือวันที่ 3 พ.ย. 2549 หลังจบการนำเสนอผลงาน CQI  เรื่องสุดท้าย ก็ได้มีการมอบของที่ระลึกแก่หน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้ความร่วมมือในการจัดนิทรรศการความรู้และการมอบรางวัลบูทขวัญใจมหาชน ซึ่งได้แก่ 

  • หน่วยงานศัลยกรรม 5/4
  • หน่วยงานการเงิน
  • หน่วยงานควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อ
  • วิสัญญี
  • ศูนย์เปล

สำหรับการประกาศผลรางวัลCQI และข้อเสนอแนะจะประกาศและมอบรางวัลในวันขึ้นปีใหม่ 2550 หลังจากนั้นท่านผ.อได้เป็นประธานปิดตลาดนัดความรู้และ CQI  

"ตลาดนัดความรู้และ CQI สถาบันบำราศนราดูร" ปิดแล้วแต่การขับเคลื่อนความรู้ ยังไม่จบค่ะ การจัดการความรู้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ความรู้เชิงประสบการณ์มีบทบาทสำคัญในการจะพัฒนาทั้งคน งานและองค์กร แต่ก็ต้องไม่ลืมคุณค่าของคนด้วย หวังว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้หลายท่านคงจะ ปิ๊ง..!! กับสิ่งที่ได้พบได้เห็น ซึ่งดิฉันคิดว่าคณะกรรมการคงจะชื่นใจและเป็นปลื้มกับประโยชน์ที่มีต่อท่านเป็นแน่...