มีเรื่องเล่าความหลังครั้งอดีต
จากมุมคิดชาวประมงคนหนึ่งหนา
ตอนเป็นเด็กได้เจ็ดปีที่เกิดมา
ปีศูนย์ห้าวาตภัยเข้าแหลมเรา
ท้องฟ้าแดงแสงระยิบระยับทั่ว
ผู้คนกลัววาตภัยทั้งเราเขา
ราวสองทุ่มพายุหมุนคนมึนเมา
บ้างตัวเบาลอยละลิ่วปลิวตามลม
หลายชีวิตต้องดับดิ้นสิ้นชีวิต
ลมลิขิตพรากกายใจให้ขื่นขม
มากมายร่างไร้วิญญาณนอนในตม
ฝนถล่มลงมาซ้ำอาบน้ำตา
ได้ฝาเรินแผ่นเดียวให้เกาะเกี่ยว
อยู่คนเดียวเปลี่ยวกายใจให้หวนหา
ผองพี่น้องทั้งพี่ป้าแลน้าอา
อนิจจาลมมาพรากจากกันไป
ทั้งพร้าวสนคนนอนตายอยู่เกะกะ
ไร้เณรพระวัดจมเลแล้วเห็นไหม
สิ้นวัดแหลมแล้วเราเหมือนสิ้นใจ
ยันร่างไปปากผนังขอข้าวกิน
ระหว่างทางดื่มน้ำพร้าวที่หักล้ม
ฝ่าเลนตมห่มผ้าขาดไร้ทรัพย์สิน
เสียงร้องขอช่วยชีวิตมากได้ยิน
บ้างหมดสิ้นหนทางไปใจอาวรณ์
อยู่ปากนังตั้งสองเดือนคลาดเคลื่อนแล้ว
ไร้วี่แววญาติวงศ์เผ่าพงศา
ตกระกำลำบากแล้วละแก้วตา
ได้วัดวาอารามอาศัยนอน
ได้บวชเรียนเขียนอ่านใบลานวัด
พระฝึกหัดดัดนิสัยให้คำสอน
จึงเป็นคนเติบโตมาอยู่เขตคอน
อาศัยนอนเมืองหัวไทรริมเล...เอย
กลอนตลาด...แหลมตะลุมพุก
4 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ชายชาญ วงศ์ชิดวรรณ · 12 เม.ย. 2558
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์ · 12 เม.ย. 2558
พล.ต. มารวย ส่งทานินทร์ · 12 เม.ย. 2558
สมหมาย ฉัตรทอง · 12 เม.ย. 2558
ดร. บัญชา วิชยานุวัติ · 12 เม.ย. 2558