ชีวิตไม่แก่เกินเรียน

ชีวิตไม่แก่เกินเรียน<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" />

ผมเกิดวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๘๔ มีอายุ ๗๕ ปีเต็มบริบูรณ์ อดีตรับราชการอยู่ในต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ พิมพ์หนังสือราชการส่วนมากก็ใช้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาพิมพ์ให้ เกษียณอายุพ้นหน้าที่ราชการไหว้วานให้ลูกพิมพ์ให้ ต่อมาลูกมีธุรกิจการงานมากขึ้น ใช้ให้พิมพ์ไม่ทันใจเกิดแรงบันดาลใจว่า ตนเองก็น่าจะพิมพ์เองได้ ปรึกษาลูกให้ซื้อชุดพิมพ์ดีดคอมพิวเตอร์มาหนึ่งชุด ให้ลูกสอนการปิดเปิดเครื่อง ตั้ง FOLDER และ FILE ได้แล้ว จึงไปซื้อหนังสือ คู่มือหัดพิมพ์ดีดสำหรับมือใหม่ ภายใน ๗ วัน ฉบับสมบูรณ์ ผู้แต่งคุณเชิญศิริ รุ่งสบแสง ราคา ๑๗๙ บาทมาศึกษาดู

ท่านผู้แต่งบอกว่าใช้เวลาเพียง ๗ วัน ก็เป็น แต่ผมเองใช้เวลา ๓ เดือน เพื่อให้แต่ละบทคล่องแคล่ว นอกจากบทเรียนผมได้ไปหาหนังสือธรรมะที่น่าสนใจ ของเกจิอาจารย์หลายท่านมาพิมพ์เก็บลงไฟล์ เพื่อให้เกิดความชำนาญ และเพื่อใช้ในเวลาจำเป็นพิมพ์แจกงานต่างๆ ประโยชน์คือผมได้จัดพิมพ์หนังสือเป็นต้นฉบับส่งโรงพิมพ์ ๓-๔ เรื่อง ภารกิจประจำส่วนหนึ่งคือพิมพ์เรื่องสั้นส่ง หนังสือคู่สร้างคู่สม ด้วยตนเอง

เมื่อพิมพ์หนังสือมีความคล่องแคล่วชำนาญแล้ว ให้ลูกมาสอนวิธีเปิดอีเมล สร้างอีเมลของตนเอง และจัดส่งอีเมลด้วยตนเอง เปิดใช้เฟคบุคในหมู่เครือญาติเพื่อนฝูง ส่งเรื่องลงพิมพ์ในบลอค Gotoknowไว้ประมาณ ๔๐ เรื่อง สิ่งเหล่านี้มีรายระเอียดต้องหัดทำอยู่บ่อยเพื่อไม่ให้ลืม แต่หากมีความชำนาญแล้วคิดว่าคงไม่ลืม

ประโยชน์ในความรู้เรื่องดังกล่าวมีค่ามหาศาล เช่นเรื่องต่างที่ลงไว้ใน Google โดยวิกิพีเดีย และหน่วยงานอื่นมีค่าของขุมความรู้มหาศาล ความสะดวกส่วนหนึ่งคือการส่งจดหมาย ทางอีเมลนั้นสะดวกรวดเร็วมาก ผมว่าดีกว่าส่งแฟกซ์มาก ผู้รับสามารถเก็บลงไฟล์ใช้งานต่อไปได้เลย ต่างกับแฟกซ์เมื่อส่งแฟกซ์ไปแล้วผู้รับปลายทางอ่านได้รู้เรื่องแต่จะเก็บลงไฟล์ไว้ประโยชน์ยากต้องมาพิมพ์ลงไฟล์ใหม่

เมื่อสมัยก่อนเราส่งข้อความกันทางโทรเลข ที่สำนักงานไปรษณีย์ เดี๋ยวนี้ไปรษณีย์ไทยยกเลิกบริการรับส่งแล้ว เนื่องจากบริการโทรศัพท์มือถือเจริญก้าวหน้า แทบจะทุกคนมีโทรศัพท์มือถือหมด แม้แต่คนเก็บขยะรีไซเคิลข้างถนน หรือขอทาน

ปัจจุบันหากผมจะส่งจดหมายหรือข้อความหลายหน้ากระดาษ A4 ไปให้เพื่อนต่างจังหวัดในชนบทผมจะแนะให้ไปหาเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล ที่เขาอยู่ใกล้ มีลูกหลานทำงานอยู่

ขอ Email Address มาผมก็จัดการส่งข้อความ ที่เป็นหนังสือหรือบทความหลายหน้านั้นผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ของสำนักองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งแต่ละสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล จะขอติดตั้งระบบอินเตอร์เนตไว้ทุกแห่ง ผมคิดว่าต่อไปอีก ๑๐ ปี การสื่อสารจะไม่มีการส่งจดหมายไปรษณีย์กันอีก เพราะถ้าเป็นจดหมายธรรมดาไม่ลงทะเบียนหากไม่ส่ง EMS ต่างจังหวัดจะส่งให้ก็ช้าเป็นอาทิตย์สองอาทิตย์ ต่อไปไปรษณีย์ไทยก็จะหากินได้เพียง การรับส่งจดหมาย EMSกับพัสดุไปรษณีย์ในประเทศและต่างประเทศ เดี๋ยวนี้โทรศัพท์สามารถส่งข้อความทางไลน์คุยกัน หรือคุยกันทางไลน์ ก็ไม่ต้องเสียสตางค์ หากแต่ละฝ่ายมีสัญญาณไวไฟ 3G และ4G

ผมสอบถามเพื่อนในวัยเดียวกันมีน้อยมากที่สนใจหาความรู้ในเรื่องนี้ ดังนั้นอีกประมาณ ๒๐ ปี เป็นอย่างมากเผื่อไว้เลย หมดคนยุคผมแล้วก็จะเป็นการสื่อสารที่รวดเร็ว ของคนยุคใหม่ทุกคนจะต้องรู้ข่าวสารได้ทั่วถึงกันหมดด้วยเวลาอันรวดเร็ว จะมีทั้งข่าวจริงและข่าวลวงต่างๆ มากมาย รู้มากเรียนมากยากนาน เฮ้อจบดีกว่าเขียนถูกบ้างผิดบ้าง ขออภัยให้ผู้สูงวัยด้วย../

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สมหมาย ฉัตรทอง



ความเห็น (0)