ได้มะม่วงกล่องใหญ่ขนกลับกรุงเทพฯ แจกญาติพี่น้องและผู้ใหญ่ที่กรุงเทพฯ แล้ว คัดเลือกบางส่วนขนไปฝากคนที่นครศรีธรรมราชต่อ

ช่วงเดือนมีนาคมดิฉันมีภารกิจยุ่งเหยิงจึงไม่ได้ไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายก สามีและพี่สาวของดิฉันไปเยี่ยมแทน พี่สาวเล่าว่าอากาศที่บ้านแม่ร้อน บางวันมีฝนตกลมแรง สภาพบ้านของแม่ที่เก่ามากแล้ว ดูไม่ค่อยปลอดภัย เราจึงคุยกันว่าถึงเวลาที่จะต้องรื้อบ้านหลังนี้แล้วปลูกใหม่ให้มีขนาดเล็กลงแต่ให้มีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ความคิดที่จะปลูกบ้านหลังใหม่ให้แม่มีมานานแล้ว ติดอยู่ที่ไม่รู้จะหาช่างที่ไหนที่สามารถจะรื้อบ้านหลังเดิมแล้วเอาไม้พื้นและส่วนอื่นมาใช้ใหม่ได้ ไม้พื้นที่บ้านแม่เป็นไม้แผ่นยาว แม้จะแช่น้ำอยู่นานนับเดือนในปีที่น้ำท่วมใหญ่ แต่ก็ยังคงสภาพดีอยู่ พี่สาวเจอช่างที่กรุงเทพฯ ที่พอจะเข้าใจงาน จึงวางแผนจะรื้อบ้านแม่แล้วปลูกใหม่หลังหน้าฝนปีนี้

ปีนี้มะม่วงน้ำดอกไม้ต้นเดียวในสวนออกลูกดก เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2558 สามีและพี่สาวของดิฉันไปเก็บมะม่วงต้นนี้มาได้นับร้อยลูก แจกจ่ายไปบ้าง ที่เหลือก็บ่มเอาไว้ ลูกๆ ที่บ้านกรุงเทพฯ ได้กินมะม่วงสุกกันทุกวัน เมื่อดิฉันขึ้นไปตอนต้นเดือนเมษายนและกลับนครศรีธรรมราชเมื่อเช้าวันที่ 7 เมษายน 2558 ก็ยังได้หิ้วมะม่วงสุกพร้อมกับข้าวเหนียวมูนกลับมาด้วย ได้กินเมนูข้าวเหนียวมะม่วงกันหลายคน

เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 น้องสาวโทรศัพท์มาบอกว่ามะม่วงที่เหลืออยู่บนต้นแก่จัดแล้ว จะรอไปเก็บช่วงสงกรานต์ไม่ไหว เกรงว่ากระรอกจะกินและลมจะพัดร่วงเสียก่อน วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2558 ดิฉันและพี่สาวจึงพากันไปที่บ้านแม่

อากาศที่บ้านแม่ร้อนจริงๆ ดีที่แม่อยู่ในห้องแอร์ไม่อย่างนั้นอาจจะร้อนและขาดน้ำ เพราะแม่ดื่มน้ำน้อย ไม่เคยบ่นหิวน้ำเลย วันนี้แม่อารมณ์ดี พูดคุย ถาม-ตอบได้ตรงเรื่อง มีเหตุผล ลุกนั่งและกินอาหารได้ดี ไม่สับสน

น้องสาวสอยมะม่วงเอาไว้ให้จำนวนมาก แต่ยังเหลือบนต้นเอาไว้ให้เราได้สอยเองบ้าง ดิฉันสอยเองได้ลูกสองลูกก็หมดแรง (แขน) น้องสาวต้องจัดการต่อให้ ได้มะม่วงอีกเกือบ 20 ลูก รวมกับที่สอยไว้แล้ว ก็ได้มะม่วงกล่องใหญ่ขนกลับกรุงเทพฯ แจกญาติพี่น้องและผู้ใหญ่ที่กรุงเทพฯ แล้ว คัดเลือกบางส่วนขนไปฝากคนที่นครศรีธรรมราชต่อ


มะม่วงที่น้องสาวสอยเอาไว้ให้


มะม่วงน้ำดอกไม้ต้นเก่งที่รอดตายจากน้ำท่วม


กระรอกทำรังอยู่บนต้นมะม่วงเลย


มะม่วงน้ำดอกไม้ ตอนที่ยังอยู่บนต้น


สาว (น้อย) สอยมะม่วง


สวนที่บ้านแม่


เก็บมะม่วงเสร็จ เราก็เก็บผักที่น้องสาวปลูกไว้มาทำกับข้าวมื้อกลางวันบวกเย็น ได้น้ำเต้า ถั่วฝักยาว ดอกแค มาทำแกงส้ม เอาหัวปลีมาต้มจิ้มน้ำพริก แค่นี้ก็กินข้าวกันเกือบหมดหม้อ อิ่มไปจนถึงเย็น

วันนี้เราเดินทางออกจากบ้านแม่ประมาณ 16.30 น. ยังไม่เย็นมาก ระหว่างทางจากดงละครไปตัวเมืองนครนายก แวะซื้อข้าวโพดดิบที่ชาวบ้านปลูกแถวริมคลอง มีทั้งข้าวโพดขาวและเหลือง กิโลกรัมละ 20 บาท ข้าวโพดสดมากเมื่อเอามาเข้าไมโครเวฟทั้งเปลือก ก็เป็นข้าวโพดต้มที่หวานอร่อย

มะม่วงที่เก็บมาแก่จัดจริงๆ วันที่ 8 เมษายน ก็เริ่มจะสุกแล้ว


วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2558