เดินวิ่ง..ออกกำลังกาย..ในสวน

บ้านในสวน..ทุ่งดินดำรีสอร์ท บริเวณนั้นกว่าร้อยไร่ มีบ้านใกล้กัน ไม่ถึงสิบหลัง.เงียบเหงา จนผมไม่อยากวิ่งไกล เอาแค่ ระยะทางรวม ๒ ซอยเนื้อที่ ๑๐ ไร่ วิ่ง ๒ รอบได้ระยะ ๑ กิโลเมตรพอดี เดินวิ่งวันละเท่านี้เพียงพอแล้ว

ในช่วงนี้..มีแต่งานเอกสารข้อมูล ที่ต้องกรอกอย่างรีบเร่ง..เพื่อส่งให้ต้นสังกัด..ในท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้สมองหมุนติ้ว มึนงง..ต้องคอยเอาน้ำลูบหน้าลูบตา กระตุ้นให้สดชื่น หาเวลาพูดคุยกับเพื่อนๆที่รู้ใจ..บางคน..ก็แนะนำดี..ให้ใส่ทอง..มาทำงาน จะได้รู้สึกผ่อนคลาย ตอนแรกก็สงสัย มันจะเกี่ยวกันตรงไหน...อ๋อ..ทองไม่รู้ร้อน..แต่..งานมันร้อน จนลืมทานข้าวมื้อกลางวัน ปิดเทอม..จึงเหมือนจะปิดไม่ค่อยสนิท นี่ล่ะ..ชีวิตครูยุคนี้

ถึงบ้านต้องรีบออกกำลังกาย ตามมาตรฐานของเวลาและแรงกาย..ที่พอจะรับได้ ในช่วงแดดร่มลมตก เวลาจะออกวิ่งทุกครั้ง เป็นต้องนึกถึงอดีต..และยิ่งช่วงอาทิตย์ตกดินด้วยแล้ว..เหมือนกันเลยไม่มีผิด แดดสีเหลืองอมส้ม ส่องแสงจ้า เป็นประกาย...แล้วค่อยๆวูบไหว หายไป ในเหลี่ยมเขาที่สลับซับซ้อน

คิดถึง..ครั้งหนึ่ง..เคยวิ่งออกกำลังกายแบบระมัดระวังมากๆ บนเขา..บริเวณที่ตั้งสำนักงานการประถมฯ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ จึงมองเห็นอ่างเก็บน้ำของเขื่อนได้อย่างเต็มตา เวลาวิ่งต้องมองซ้ายมองขวา ที่มีแต่ป่าทึบ ซึ่งเมื่่อเกือบ ๒๐ ปี มีเรื่องเล่า...ข้าราชการวิ่งออกกำลังกาย..ไม่ทันระวังตัว ปรากฎว่า งูเห่า..กระโจนใส่ งูจงอาง..เลื้อยตาม ใครที่ใช้จักรยาน ก็ทิ้งจักรยาน ให้งูจงอางฉกและพันรอบรถเล่นอยู่พักใหญ่...สมันนั้นงูชุกชุมจริงๆ

ปิดเทอม..ผมมีเวลาวิ่งในสวน วิ่งบ้าง เดินบ้าง ตามเรื่องตามราว ไม่หักโหมแต่ก็ได้เหงื่อมากมายทุกครั้ง อาจเป็นเพราะความอบอ้าวที่มีอยู่เป็นทุนอยู่แล้ว พอได้ขยับขับเคลื่อนกายเข้าหน่อย เหงื่อก็ไหลหลั่งจนเสื้อเปียกชื้นได้ทุกวัน

บ้านในสวน..ทุ่งดินดำรีสอร์ท บริเวณนั้นกว่าร้อยไร่ มีบ้านใกล้กัน ไม่ถึงสิบหลัง.เงียบเหงา จนผมไม่อยากวิ่งไกล เอาแค่ ระยะทางรวม ๒ ซอยเนื้อที่ ๑๐ ไร่ วิ่ง ๒ รอบได้ระยะ ๑ กิโลเมตรพอดี เดินวิ่งวันละเท่านี้เพียงพอแล้ว

คราวนี้..เวลาวิ่งออกกำลังกาย ต้องคอยมองรอบๆ หูไวตาไวหน่อย เพราะข้างถนนรกมาก บางช่วงบางตอนเป็นป่าทึบภายในป่ามีมะขามกับลำไย ปกคลุมด้วยเถาวัลย์มองดูน่ากลัว โดยมากเป็นที่ทางของคนกรุงเทพ ที่ซื้อไว้เมื่อตอนเป็นหนุ่มเป็นสาว พอแก่ตัวขับรถมาดูแลไม่ไหวก็ปล่อยรกร้าง ให้ไก่ป่านับร้อยได้อาศัยอยู่

ผมยังดีที่มีเพื่อนวิ่งด้วย ๓ ตัว แบบไปไหนไปกัน ผมเดินเขาก็เดิน ผมวิ่งเขาก็วิ่ง รอบแรกผ่านไป ผมเริ่มหอบ แต่ยังไหว แต่เพื่อนผม..รอบเดียวก็ขี้เกียจแล้ว ..แวะเข้าบ้านเฉยเลย

๒ รอบผ่านไปตามปกติ..ผมจะผ่อนคลายให้หายเหนื่อยด้วยการหยิบไม้กวาด ทำความสะอาดใบไม้หน้าบ้านให้โล่งเตียน..ทำอย่างนี้แค่ ๑๐ นาที ก็ถึงเวลาอาบน้ำทานข้าว แต่วันนี้...ผมกวาดไม่ถึง ๕ นาที ก็ต้องรีบขึ้นบ้าน...อากาศยามเย็น มีแสงมัวๆ.. เริ่มโพล้เพล้...ได้ยินเสียงลูกสมุนของผมทั้ง ๓ ตัว เห่าแบบกรรโชกแรง และดังขี้นเรื่อยๆแบบเอาจริงเอาจัง..แบบนี้ล่ะก็..ไม่มีอะไรนอกจาก...เขาเจอ...งู...แน่นอน...ไปดีกว่า

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๗ เมษายน ๒๕๕๘

</span></strong>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

ชอบองครักษ์สี่ขาทั้งสามจังค่ะ