ชีวิตที่พอเพียง ๒๓๘๓. ให้พรตนเอง


สายวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ผมนั่งรถออกจาก มสช. ตาเหลือบไปเห็นป้าย "ไหว้พระขอพร" ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเขียนบันทึกนี้

ป้ายดังกล่าวสะกิดใจ ว่าเวลาไหว้พระ ผมไม่ได้ขอพร และผู้ที่ผมขอพร คือตนเอง

โปรดอย่าคิดว่าผมอหังการ หรือโอ้อวด ผมเพียงแต่ต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เท่านั้น เป็นการแลกเปลี่ยนความคิด ที่อยู่ลึกๆ ในใจ และในวัตรปฏิบัติในชีวิต ท่านใดอ่านแล้วอยากอ้วก ก็เชิญอ้วกตามสบายนะครับ

ผมถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก ทั้งจากปู่ และจากพ่อ ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเชื่อกันนั้น ไม่มีอยู่จริง เป็นเรื่องเหลวไหล เป็นไปไม่ได้ เช่นพระเครื่องที่ว่าศักดิ์สิทธิ์มีอิทธิฤทธิ์นั้น ปู่ของผม (นายเสี้ยง พานิช) สอนผม (ตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบ) ว่าถ้าอยากรู้ว่าศักดิ์สิทธิ์มีอิทธิฤทธิ์จริงไหม ให้จับโยนลงบ่อน้ำ แล้วอธิษฐานให้ท่านแสดงอภินิหาริย์ขึ้นมาจากบ่อ หากทำได้ จึงค่อยเชื่อ ว่ามีอิทธิฤทธิ์จริง

ปู่ของผมเป็นพุทธศาสนิกที่แน่นแฟ้นนะครับ เคยบวชอยู่หลายพรรษาที่วัดปทุมคงคา มีความรู้ด้านบาลี และพระไตรปิฎกดีมาก ในวันพระท่านจะนุ่งขาวถือศีลแปดอยู่กับบ้าน หากไปอ่านประวัติตอนเริ่มบวชของท่านพุทธทาส จะมีกล่าวถึง "อาเสี้ยง" อยู่ด้วย (ท่านถึงแก่กรรมเมื่ออายุ ๗๗ ปี ด้วยโรคไตวาย เป็นเป็นผลแทรกซ้อนจากโรคต่อมลูกหมากโต ถ้าเป็นสมัยนี้ ท่านน่าจะอายุถึง ๙๐)

แต่เมื่อผมโตขึ้น จนเดี๋ยวนี้แก่แล้ว ผมคิดว่าที่ปู่สอนผมนั้น จะว่าถูกก็ได้ จะว่าผิดก็ได้ แล้วแต่มุมมอง แต่ส่วนสร้าง "สันดาน" นี้สิครับ มันแน่นแฟ้นมาก ปู่และพ่อจารึกไว้ในตัวผมลึกมาก ดังกรณีเถียงป้ายที่กล่าวในสองย่อหน้าแรกนั่นแหละครับ ที่ผมเรียกว่า เป็นสันดานของการตรวจตราหาความหมายลึกๆ ไม่เชื่ออะไรไปตามกระแส

เวลาไปไหว้พระ แต่ละคนอธิษฐาน หรือขอพรอะไร เป็นเรื่องน่าสนใจ และน่าจะทำวิจัย ผมขอเปิดเผยว่า ผมอธิษฐานให้ผมมีความเข้มแข็งอดทนต่อความเย้ายวนที่ไม่ถูกต้องทั้งหลาย ให้มีสติ มีความเมตตาเห็นอกเห็นใจคนอื่น แม้แต่คนที่ทำผิดหรือทำชั่ว รวมทั้งขอพรให้คนอื่นมีความเห็นอกเห็นใจ มีเมตตาต่อกัน ผมไม่ได้ขอพรให้ตนเองได้ลาภ ยศ และสรรเสริญใดๆ เลย เป็นการยึดหลักการ "ไม่ขอ" ไว้ตลอดชีวิต

ทีนี้มาถึง "ให้พร" ตื่นเช้าขึ้นมาผมก็ให้พรตนเองทุกวัน แสดงความยินดีที่ยังมีชีวิตอยู่ และสุขภาพดีเสียด้วย และให้พรให้ความคิดแจ่มใส สามารถทำงานที่เป็นประโยชน์ได้ดี ให้มีสติจดจ่ออยู่กับความดีงาม ไม่ไปเกลือกกลั้ววุ่นวายอยู่กับ กิจกรรมบางประเภท ที่ยึดถืออำนาจลาภยศส่วนตัวเป็นที่ตั้ง

ผมให้พร ให้ตนเองคิดเรื่องใหญ่ๆ ออก อ่านหนังสือ ก็ให้จับประเด็นใหญ่ ที่อยู่ระหว่างบรรทัดออก ทำอะไรก็ให้จับคุณค่ายิ่งใหญ่ได้ เป็นคุณค่าที่ยิ่งใหญ่กว่าผลประโยชน์ส่วนตัว หรือส่วนวงการแคบๆ และช่วยให้ไม่หลงไปใช้ชีวิตทำสิ่งที่ไร้ความหมายที่แท้จริง

คิดใหม่ "พร" ที่ผมให้แก่ตนเอง น่าเป็น "ความมุ่งมั่น" (determination) ในชีวิต ให้ทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง รับรองว่าศักดิ์สิทธิ์ เพราะเกิดผลจริงในชีวิตครับ


วิจารณ์ พานิช

๒๖ ก.พ. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

มายกมือขออนุญาตร่วมขบวนคนไม่ขอพรให้ตัวเองกับอาจารย์ด้วยคนค่ะ ตั้งแต่จำความได้เวลาต้องขอ (เพราะผู้ใหญ่บอกให้ขอ) จะขอให้ทุกคนในโลกนี้อยู่เย็นเป็นสุขไม่ทำร้ายกัน และเป็นพุทธศาสนิกชนแบบไม่นิยมวัตถุใดๆ เอาแต่วิถีปฏิบัติ ขอบพระคุณอาจารย์ที่มาช่วยยืนยันว่าการคิดแบบนี้ไม่ประหลาดค่ะ (คิดเสมอว่าเราคงคิดประหลาด ไม่เหมือนใครค่ะ)