​ค่ายธรรมศิลป์ ... ประเพณีนิยมนอกชั้นเรียนอันสร้างสรรค์ ๕ วัน ๔ คืนของนิสิตคณะบัญชีฯ


โครงการ "ธรรมศิลป์กับหลักธรรมนำชีวิต" ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๗ – ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๗ ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น เป็นกิจกรรมเชิงรุกของฝ่ายพัฒนานิสิตคณะการบัญชีและการจัดการที่ขับเคลื่อนต่อเนื่องมายาวนาน ในอีกมุมหนึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น "ประเพณีนิยม" อันสร้างสรรค์ในการบ่มเพาะนิสิตในสังกัดคณะก็ไม่ผิด ซึ่งสอดรับกับอัตลักษณ์นิสิตในสังกัดคณะ (PRIDE) ดังว่า

  • P = (Professionalism) ยึดมั่นในความเป็นมืออาชีพ
  • R = (Relationship) สัมพันธภาพที่ดี
  • I = (Innovation) สร้างนวัตกรรม
  • D = (Devotion) มุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานอย่างมีความสุข
  • E = (Ethics) มีคุณธรรมจริยธรรมในการประกอบอาชีพ




และทั้งนี้มีประเด็นการขับเคลื่อนที่น่าสนใจ ดังนี้

๑.ธรรมศิลป์ ๑ รับขวัญน้องใหม่ : เป็นค่ายที่จัดขึ้นรองรับนิสิตชั้นปีที่ ๑ ทุกคน ใช้เวลาเข้าค่ายจำนวน ๕ วัน หากนิสิตไม่เข้าร่วมจะไม่สามารถออกฝึกงานในวิชาชีพได้ เสมือนการรับน้องอย่างสร้างสรรค์ในตัวเอง เพียงแต่นิสิตมีสิทธิ์เลือกที่จะเข้าร่วมตามห้วงเวลาอันเหมาะสมของตนเอง

๒.ธรรมศิลป์ ๒ เติมพลังก่อนท่องโลกกว้าง : เป็นค่ายที่ถูกออกแบบไว้รองรับนิสิตในกลุ่มชั้นปีสุดท้ายที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาออกไปใช้ชีวิตในฐานะพลเมืองของสังคมอย่างเต็มรูปแบบ ทว่าค่ายนี้ไม่บังคับว่าทุกคนต้องเข้าร่วม เป็นการเปิดกว้างรองรับนิสิตที่สนใจและมีไฟฝันในการที่จะพัฒนาตนเองผ่านวิถีพุทธธรรม



๓.ธรรมศิลป์กับหลักธรรมนำชีวิต : มีรูปแบบกิจกรรมหลากหลายให้นิสิตได้เรียนรู้ผ่านวิทยากรในวิถีธรรมและการปฏิบัติจริงทั้งกายและใจเพื่อก่อให้เกิด "ปัญญา" โดยประเด็นหลักคือเรื่องคุณธรรมจริยธรรม หรือธรรมะที่สำคัญๆ ในการดำเนินชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ทั้งต่อตนเองและสังคม เป็นต้นว่า ความกตัญญูต่อบุพการีและครูอาจารย์ ความซื่อสัตย์สุจริต ความกตัญญูต่อสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ มุ่งสู่การปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรมสำคัญๆ เช่น การปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิ เดินจงกรม ฟังธรรม สนทนาธรรม

๔.ธรรมศิลป์กับการสืบทอดประเพณีนิยมจากรุ่นสู่รุ่น : ผลลัพธ์ของการจัดค่ายก่อเกิดมรรคผลอันน่าชื่นชมเสมอมา กล่าวคือในทุกๆ ครั้งของการจัดค่ายจะมี "นิสิตจิตอาสา" หรือ "เยาวชนจิตอาสา" จากรุ่นก่อนๆ อาสาเข้ามาช่วยงานเป็น "พี่เลี้ยง" ในค่ายอย่างล้นหลาม เสมือนการยืนยันถึงความเป็นมรดกทางสังคมในวิถีกิจกรรมนิสิตที่ถูกส่งมอบจาก "รุ่นสู่รุ่น" อย่างน่ายกย่อง เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนที่สื่อให้เห็นสายสัมพันธ์อันดีงามของนิสิตที่มีต่อกันเอง



๕.ธรรมศิลป์กับการสร้างผู้นำสู่เวทีสาธารณะ : ผลพวงการเรียนรู้ (Learning Outcomes) ที่เกิดจากการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เป็นระบบ ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ก่อเกิดเป็นพลังหรือแรงบันดาลใจให้นิสิตปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างสร้างสรรค์จากรุ่นสู่รุ่น หลายต่อหลายคนเติบโตเป็น "ผู้นำนิสิต" ทั้งในระบบองค์กรนิสิตและในระบบชั้นเรียนของสาขา รวมถึงเกิดการรวมกลุ่มจิตอาสาจัดทำกิจกรรมสร้างสรรค์ต่อสังคมมาเป็นระยะๆ จนในที่สุดนิสิตที่เติบโตจากค่ายธรรมศิลป์ฯ ก็ชนะเลิศการประกวดโครงงานคุณธรรมจริยธรรม เฉลิมพระเกียรติฯ ระดับอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในหัวข้อ "เยาวชนไทยร่วมใจ ทำดีความดี ถวายในหลวง" ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ อันเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหาสารคามกับมูลนิธิเปรมติณสูลานนท์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๗-๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี



ในทำนองเดียวกันค่ายธรรมศิลป์ฯ ยังมีจุดเด่นอีกประการหนึ่งคือ "ความเป็นหนึ่งเดียวของบุคลากรกับนิสิต" กล่าวคือ ค่ายธรรมศิลป์มิได้จำกัดกลุ่มเป้าหมายอยู่แต่เฉพาะที่เป็นนิสิตเท่านั้น หากแต่ครอบคลุมถึงกลุ่มอาจารย์และเจ้าหน้าที่ในสังกัดคณะด้วยเช่นกัน

การจัดค่ายแต่ละครั้งจะมีอาจารย์และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมปฏิบัติธรรมอย่างใกล้ชิดและเป็นหนึ่งเดียวกับกับนิสิต ทั้งในฐานะของ "พี่เลี้ยง" และ "ชาวค่าย" (ผู้ปฏิบัติธรรม)

การฝังตัวเป็นหนึ่งเดียวในกิจกรรมเช่นนั้น ช่วยให้นิสิตเกิดการเรียนรู้และตระหนักถึงความเป็น "ต้นแบบที่ดี" ที่มีค่ามากกว่า "คำสอน" สอดคล้องกับหลักคิดในวิถีการพัฒนานิสิตว่า "พูดให้ฟัง ทำให้ดู อยู่เป็นเพื่อน" ไปโดยปริยาย



หมายเหตุ ภาพจากคณะการบัญชีและการจัดการ

หมายเลขบันทึก: 588387เขียนเมื่อ 3 เมษายน 2015 08:10 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 พฤษภาคม 2015 18:20 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (3)

น่าเคารพชื่นชมค่ะ อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

ขอบพระคุณมากๆ ครับ พี่Sila Phu-Chaya

ผมมองว่าโครงการในทำนองนี้ เป็นการรับน้องสร้างสรรค์ในอีกมิติหนึ่ง และผมชอบตรงที่เป็นกระบวนการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การพัฒนานิสิตเท่านั้น หากแต่หมายถึงการพัฒนาอาจารย์และเจ้าหน้าที่ควบคู่กันไป และนั่นยังหมายถึงการเสริมสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างนิสิตกับนิสิต นิสิตกับอาจารย์และเจ้าหน้าที่ ด้วย...

และที่ชอบอีกเรื่องคือ ทำแล้ เกิดมรรคผล เกิดคนที่จะเดินทางต่ออย่างมีพลัง...ครับ



เป็นมิติใหม่เลยนะครับ

มีกระบวนการที่ดีมาก

รออ่านอีกครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี