ความสุขที่ได้จากการทำงาน
ความสุขที่ให้กับผู้รับบริการ
ความสุขของผู้ให้บริการ
ผมอ่านเรื่องความสุขมาไม่มากนัก แต่ผมแน่ใจได้อย่างหนึ่งว่า หากตัวคนให้ไม่มีความสุขแล้วคนรับก็ย่อมยากที่จะได้ความสุขไปด้วย
ผมได้คิดชัดเจนตอนที่น้องคนหนึ่งทำหน้ามุ่ย เมื่อคนไข้แนะนำให้ยิ้มให้หน่อย สภาพตอนนั้นคือ กำลังเร่งจ่ายยาคนไข้ที่เยอะและเครียดกับการเช็ค+แนะนำคนไข้อยู่แล้ว แต่ผมถูกชะตากับคนไข้ที่ตาถึงเพราะผมเห็นน้องตอนที่เขายิ้มน่ารักมากครับ เอ...ชักออกทะเล เข้าเรื่องครับ
ถ้าคนให้บริการมีความสุข คนรับบริการก็จะได้รับความสุขเผื่อแผ่ไปด้วย + คนให้บริการคนอื่นๆ ก็จะได้รับความสุขต่อๆ กันเป็นลูกโซ่ไปด้วย
นี่คือ ทฤษฎีที่ผมคิดไว้ยังไม่ผ่านการพิสูจน์นะครับ ดังนั้นอย่าเพิ่งเชื่อ เหอๆ
ผมเคยคิดมาหลายหนแล้วเหมือนกันว่าทำยังไงแต่ยังไม่ได้ลงมือกระทำจริงจังสักที นั่นคือ จะทำยังไงให้พี่ๆ ที่ทำงานมีความสุข
ความสุขของผม คิดว่าเริ่มจากสุขภาพก่อน ถ้าร่างกายแข็งแรงจิดใจย่อมดีตามไปด้วย และเป็นผลกระทบจากการที่ผมเล่นดัมเบลล์ในช่วงพัก ทำให้พี่ๆ (บางที) ก็หันมาสนใจสุขภาพเป็นระยะๆ ผมแอบขู่ไปหลายหนสำหรับพี่ที่ผมนับถือคนหนึ่งที่น้ำหนักเยอะ ย้ำตาลก็สูงว่าหากเป็นเบาหวานแล้วจะมีโรคแทรกซ้อนตามมาได้อีกเยอะ
ซึ่งก็ได้ผลเป็นระยะครับ ผมเองก็หยุดขู่เพราะกลัวว่าพี่ท่านจะปลงชีวิตเข้าตำราว่า ไหนๆ จะตายก็ขอให้มีฟามสุขก่อนตายหน่อยเถอะ...แล้วกินเหมือนเดิมหรือหนักกว่าเดิม...
เรื่องคราวนี้ทำให้ผมคิดหนักครับ ว่า ผมจะให้คำแนะนำคนไข้เบาหวานไหวเหรอเนี่ย ขนาดพี่ที่ผมพูดบ่อยๆ เขายังไม่เชื่อผมเลย เฮ้อ...
กล่อมไม่สำเร็จ เครียด ยกน้ำหนัก




ปล. มองในแง่ดีพี่เขามีความสุขจากการกินแล้ว (เอนจอยส์อีทติ้งงง) เราอย่าไปขวางเขาเลย
ปล2. บันทึกนี้เขียนด้วยความงงนิดๆ (มาเรื่องซีเรียสไปจบเรื่องกิน) ด้วยเวลา 28 นาที
ปล3.ต้องขอบคุณท่าน ผอ.อัจฉรา ครับที่ท่านมอบหนังสือธรรมะให้ผม ทำให้เกิดดลบันดาลใจเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา

สวัสดีค่ะคุณจันทร์เมามาย
คิดได้น่ารักมากค่ะ คุณจันทร์เมามาย ยามว่างคิดว่าทำยังไงจะให้พี่ๆ ที่ทำงานมีความสุข เท่ากับว่า คุณรักผู้อื่น..รอบข้าง เข้ามาอ่าน…อ่านบันทึกของคุณทีไรพี่ได้ฝึก “การอ่านลึก” ได้ประโยชน์ไปแล้วค่ะถ้าคนให้บริการมีความสุข คนรับบริการก็จะได้รับความสุขเผื่อแผ่ไปด้วย + คนให้บริการคนอื่นๆ ก็จะได้รับความสุขต่อๆ กันเป็นลูกโซ่ไปด้วย ขอบคุณค่ะ
เข้ามาเยี่ยมค่ะ ขอให้มีความสุขกับการให้นะคะเพราะทำได้โดยไม่ต้องรอใคร
สุข + สุข = สุขจริงๆ
แวะมาฟังเพลง..และอ่านเพลินๆมีความสุขกับความคิดที่รักผู้อื่นของ จมม.มาก.
.อยากลปรร.ในประเด็นของการที่ จมม.จะได้มีโอกาสฝึกกระบวนยุทธ์ในการให้ความรู้เกี่ยวกับเบาหวานว่า
หนึ่ง..อย่าเพิ่งเครียด-ยกน้ำหนักเพลินจนกล้ามเนื้ออักเสบก่อนล่ะ
สอง..คาดว่าน้องท่านอาจต้องประยุกต์ศาสตร์แห่งดูโหวเฮ้งก่อนให้ข้อมูล..เอ้ย!ไม่ใช่...ต้องใช้เรื่องวงจรการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคล(Behavior Change)มาจับควบคู่ไปกับเทคนิคการเสริมแรงหรือสร้างแรงจูงใจ(Motivational Technique)สองเรื่องนี้มีหนังสือของกรมสุขภาพจิตเขียนไว้อยู่หากสนใจมายืมที่แนะแนวฯได้จ๊ะ
สาม..เราคงต้องยอมรับว่ามีบางคนเจอปัญหาแต่ไม่อยากแก้ปัญหาหรือทำการเคลื่อนไหวใดๆเพื่อให้ปัญหานั้นๆผ่านไป..อาจเป็นเพราะเรายังไม่สามารถเปิดใจหรือกระตุ้นเขาได้อย่างตรงจุด..บางทีสำหรับคนที่เสี่ยงสูงกับโรคเบาหวาน เช่น คนอ้วนนี่ไม่ใช่ไม่รู้นะว่าควรทำตัวเช่นไรแต่การฝืนรั้นต่อคำแนะนำจากคนอื่นที่เป็นข้อเท็จจริงและประโยชน์ต่อสุขภาพของตนบางอย่างนั้น..บางทีมันก็มาจากการที่เขายังมีความเครียดและกดดันเกี่ยวกับตัวเขาเองอยู่และเขาก็เลยเลือกที่จะปฏิเสธหรือรับรู้ประเด็นต่างๆที่จะทำให้ตนต้องมารู้สึกว่ามีปัญหาเพิ่มเติมขึ้นมาอีก..ดังนั้นอาจใช้วิธีการติดตามถามไถ่และคอยชื่นชมเมื่อเขาได้เริ่มทำในสิ่งที่เราอยากให้เขาทำอยู่(Discard to Negative reward,concern &provide only Positive reward)""อิอิ..เก็บกดขอแต่งภาษาอังกฤษผิดๆถูกๆกะเขาหน่อยนึงนะ
สี่..จบจ๊ะ..เดี๋ยวจะเครียดเกินไป.. m(*O*)m....
ขอขอบคุณอาจารย์จันทร์เมามาย...
ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจและลปรร.ครับ
พี่อ้อย
ผมคิดว่าทุกคนอยากให้คนอื่นมีความสุขละครับ เพียงแต่กำลังทุกข์อยู่ในเรื่องตนเอง เลยกลายเป็นมองข้ามไป ผมเองก็เห็นว่า พี่อ้อยเป็นตัวอย่างที่ทำให้คนอารมณ์ดีคนหนึ่งครับ
หมายเหตุ เมามายในพระจันทร์ ครับ ไม่ใช่แค่วันจันทร์ อิอิ
seangja
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ ข้อสามตรงอังกฤษนี่ผมไม่แน่ใจเข้าใจถูกไหม
ยกเว้นการให้รางวัลเมื่อไม่ทำตัวไม่ดี แต่ให้รางวัลเมื่อทำสำเร็จใช่ไหมครับ
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
ขอบคุณมากครับผม
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ยังดีที่เป็นสุขนะขอรับ ไม่ช่าย
สุก+สุก = เกรียม เอิ้กๆ
เมตตา
ขอบคุณพี่เมตตาเช่นกันครับ หวังว่าคนรอบๆ พี่จะเต็มไปด้วยความสุขครับ
Dr. อัจฉรา เชาวะวณิช
ขอบคุณครับผม
"ยกเว้นการให้รางวัลเมื่อไม่ทำตัวไม่ดี แต่ให้รางวัลเมื่อทำสำเร็จใช่ไหมครับ"
ไม่คิดว่าจะใช่ทั้งหมดนะ...การให้รางวัลทางลบนี่ตัวอย่างเช่น การติ ,บ่น,ให้ความใส่ใจหรือเพ่งเล็งต่อบุคคลหรือพฤติกรรมที่บุคคลเป้าหมายกระทำอยู่เมื่อเห็นว่ายังคงมีนิสัยหรือพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์นั้นๆอยู่แทนที่จะหยุดหรือยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้น..แต่กลับทำให้ยังมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์นั้นๆอยู่ซึ่งหากเจอหรือพบลักษณะเช่นนี้..เขาให้ใช้วิธีเพิกเฉยต่อพฤติกรรมลบที่เราต้องการจะลดแต่เมื่อใดที่บุคคล/เคสของเราทำพฤติกรรมเชิงบวกให้รีบเสริมแรงเพื่อกระตุ้นหรือดึงให้เกิดพฤติกรรมด้านบวกออกมาเรื่อยๆ
ตัวอย่างเช่นถ้าพี่แก(เคส)ยังอดไม่ได้ที่จะชอบกินไก่ย่างห้าดาว..ก็หยุดที่จะไปบอกเขาว่า"กินทำไมเดี๋ยวไขมันจะจุกอกตายทำให้เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานและอัมพฤกษ์อัมพาตได้นะ"ทำแค่เพียงมองๆไม่ต้องพูดบวกหรือลบใดๆทั้งนั้นแต่เมื่อใดที่พี่แก(เคส)เริ่มขยับกายสบายชีวา..ให้แสดงความชื่นชมและไถ่ถามว่า"โห!ท่าบิดขวาไปซ้ายของพี่นี่เจ๋งจริงๆพี่มาทำบ่อยๆนะครับผมจะได้ดูต้นแบบจากพี่เอาไปทดลองทำมั่ง"..ขอยกตัวอย่างแต่เพียงเท่านี้ก่อนเน้อหากยังไม่เข้าใจหรือสงสัยอะไร..มาพบตัวๆเลยดีกว่าที่แดนสนธยาของพี่(ออฟฟิศ)หรือทักถามยามเจอกันก็ได้ค่ะ
seangja
พัฒนาคุณภาพ
ศุภลักษณ์ หิริวัฒนวงศ์