การที่เราทำอะไรเพื่อผู้อื่น มันเป็นความวิเศษสุดที่คนทั้งหลายยากที่จะทำมันได้ ทำมันถึง

เราปลูกต้นไม้หนึ่งต้น ด้วยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสรรพสัตว์ นั่นก็ถือว่าเป็นขั้นหนึ่งของความสำเร็จความเสียสละ ความสันโดษ ความโดดเด่นได้ทั้งหมด เมื่อผลของมันออกมาหรือเติบใหญ่ให้ร่มเงา

การทำบุญ 4 แบบ

1.แบบพระพุทธเจ้า มี ดี อิ่ม เต็มแล้วจึงให้ทำตามหน้าที่
2.แบบพระโพธิสัตว์ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีก็ให้ อิ่มก็หิว หิวก็ให้ ด้วยหัวใจที่เอื้ออาทร
3.แบบพระอริยเจ้า ให้ทุกอย่างที่มี ด้วยหัวใจที่ไม่ยึดติด และไม่คิดว่าจะได้อะไรตอบแทน
4.แบบเปรต ทำบุญโดยหลังสิ่งตอบแทน เป็นวัตถุสิ่งของ เพราะเป็นผู้ไม่พอ ไม่เต็ม ไม่อิ่มและหิวตลอด

คนดีนั้น มีของดีอยู่กับตัวอยู่แล้ว จึงไม่ต้องแสวงหาของดีที่ใดอีก

การที่เราจะช่วยเหลือคนอื่นได้นั้น ผู้นั้นต้องได้เคยช่วยเหลือผู้อื่นมาก่อน...เขาจึงมีโอกาสได้รับการช่วยเหลือจากเรา ถ้าเราไม่เคยช่วยใคร ใครก็มาช่วยเราไม่ได้ เราไม่เคยให้ใคร ใครก็มาให้เราไม่ได้ ผู้ไหว้ย่อมได้รับการไหว้ตอบ

สัจธรรมของผู้อยากดี "แรกๆ ก็รักษาอุดมการณ์ อยู่มาไม่นานก็เป็นอุดมเกิน จากอุดมเกินก็เป็นอุดมกด ทำไปทำมาเป็นอุดมหด และแล้วก็ต้องปลดจากอุดมการณ์นั้นๆ ในที่สุด"

บางครั้งตัวเองสกปรก แต่อยากให้คนอื่นมาดูความสะอาดของตน ทั้งๆที่ไม่มีอะไรให้เขาดู

ทุกคนบวชเข้ามาดีทั้งนั้น พรรษาแรกก็ไม่คิดอะไร พรรษาสองชักเริ่มมองว่าอนาคตเราจะเป็นอะไร เป็นหลวงพี่ หลวงน้า หลวงอา หลวงตา เป็นพระครู เป็นเจ้าคุณ เป็นสมเด็จ เป็นมหา เป็นบัณฑิต แล้วก็หันมาเป็นอรหันต์ เป็นเกจิ ทำไมไม่คิดจะเป็นตัวของตัวเอง ที่ไม่ต้องอาศัยใคร

จงอย่าทำดี เพื่อให้คนอื่นเขาชม จนทำดีเพื่อให้ตนเองได้ดี คนดีไม่ทาสี ระฆังดีไม่ต้องดีก็ดัง คนไม่ดีตียังไงก็ไม่ดัง คนดีไม่ต้องโฆษณาเดี๋ยวก็ดัง (ดังในหัวใจของตนเอง)

ลูกรัก....คนดีไม่ต้องมียี่ห้อ

บารมี แปลว่าเต็ม คืออิ่มทุกอย่าง คนมีบารมี คือคนที่มีจิตคิดจะให้ตลอดเวลา

การทำดีด้วยหัวใจอารีย์ตามหน้าที่ที่มี นั่นคือ ความดีที่ออกจากใจ

ทำดีเสมอๆจนชิน กลายเป็นดีธรรมชาติ หรือดีเป็นปกติ

การทำชั่ว มีผลเกิดช้าเร็ว ขึ้นอยู่กับ "ระยะเวลาในการทำ ขั้นตอนในการทำ วิธีการทำ และบุคคลที่ทำ"

ผลของความดี ยากที่จะหาสิ่งตอบแทนทางวัตถุสิ่งของ

องคุลีมารตั้งใจบวชแต่ไม่ได้ตั้งใจฆ่า การบรรลุธรรมนั้น จึงเป็นผลของการตั้งใจทำกรรมดี

คนหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย อาจยังไม่ใช่คนดีแท้ก็ได้

จะดีแท้ก็ต่อเมื่อ ต้องมีลักษณะนิสัย ที่เป็นตัวของตัวเองด้วย

เป็นคนจริง ทำเรื่องจริง ยอมรับความจริง รู้จริงในสิ่งที่เป็นรื่องจริง นั่นแหละดีจริง....

พ่อไม่รู้ว่าเจ้าจักจะเป็นเช่นนี้หรือเปล่าว่า คนเดี๋ยวนี้เขาถือกันว่า
พระจะดี ต้องอยู่ที่วัตถุ
ถ้าวัตถุไม่ดีแสดงว่า พระไม่ดัง
ถ้าวัตถุพังแสดงว่า พระดังไม่ดี
ตั้งแต่หลวงปู่อยู่ที่นี่มา
ถามว่าได้เคยทำอะไรให้ตัวเองบ้าง....มีคำตอบว่าไม่เคยทำอะไรให้ตัวเอง
ถามว่าได้เคยทำอะไรให้กับใคร....มีคำตอบว่าไม่ได้ทำอะไรให้กับใคร
และถ้าถามต่อว่าได้ทำอะไรเพื่ออะไร....ก็ต้องตอบว่า ได้ทำอะไรหลายๆอย่างเพื่ออะไรๆที่อยู่ในหัวใจของใครๆ ได้ทุกคน อย่างน้อยก็น้อยสร้างพฤติกรรมนำเสนอ ให้พวกเราได้รวมเป็นหมู่เป็นกลุ่ม เพราะเรามีหัวใจดวงเดียวกันคือ เป็นผู้คิดจะให้ แล้วร่วมทำกิจกรรม อันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อแผ่นดิน ต่อประเทศชาติ ศาสนา ยังผลให้ความโลภ ความอิจฉา ความตระหนี่และอะไรๆ ที่ไม่ดีในตัวเราถูกทำลายลงไป
เจ้าจงอย่าคิดว่าการไม่ทำชั่วทางกาย ไม่ทำชั่วทางวาจาและใจ รวมทั้งไม่ประกอบอาชีพชั่วนั่นถือว่าดีอยู่แล้วปู่ของเจ้าสอนพ่อว่า ยังไม่จัดว่าเป็นผู้เลิศ ยังไม่ถือว่าเป็นผู้ชนะในโลก เพราะเด็กที่นอนแบเบาะยังเป็นอยู่เช่นนี้ได้
เจ้าคงไม่ฟั่นเฟือนจนถึงขนาดปลูกตะขบ แล้วอยากให้มันออกมาเป็นตัวตะขาบหรอกนะเช่นเดียวกัน ทำชั่ว แล้วจะให้ผลมันออกมาดี มันคงจะยากพอดูทีเดียวหละ

ลูกรัก
ถ้าเจ้าจักทำดี เพื่อความสบายใจ นั่น....ไม่ใช่ดี
ถ้าเจ้าจักทำดี เพื่ออยากได้สิ่งดีๆนั่น....หมดดี
ถ้าเจ้าจักทำดี เพื่อให้เขาชมนั่น....จมดี
ถ้าเจ้าจักทำดี เพื่อทำลายความอัปรีย์นั่น....กำลังดี
ถ้าเจ้าจักทำดี เพื่อหัวใจดีดี นั่นแหละ....ดีจริง