26 มีนาคม 2558

สรณะ เทพเนาว์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ [1]

เนื่องจากสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้าประเทศไทยมีมากมาย ดังที่กล่าวแล้วเมื่อตอนก่อน ปัญหาความคาดหวังในอนาคตของการปฏิรูปประเทศไทย โดยการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อให้มีผลที่เป็น "รูปธรรม" ทำให้มีปัญหาอุปสรรคเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการปฏิบัติ ว่าจะขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้อย่างไร ผู้เขียนเห็นว่าแนวทางในการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมนั้น ควรพิจารณาจากสภาพข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ ประกอบกับข้อเสนอวิสัยทัศน์ที่ได้มีการนำเสนอกันไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ในรอบ 10 ปี หรือ 20 ปี ก็ตาม

ปริญญา หอมอเนก ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (2551) ได้นำเสนอ "หลักการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์" ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนของสังคมในยุคไอทีหรือสารสนเทศก็คือหลักการของ GRC [2] หรือ Governance, Risk Management and Compliance เป็นแนวคิดใหม่ที่พยายามผสานกำลังระหว่างการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และความระมัดระวังด้านการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance) เพื่อให้เพียงพอในการบริหารจัดการกิจการมากขึ้น [3]

ประเด็นการปฏิรูปท้องถิ่นที่เราจะเดินหน้า ความคาดหวังในทศวรรษหน้า ต้านการทุจริต ลดความเหลื่อมล้ำ ลดสีเสื้อ [4]

จากคำสรุปของ ศ.ดร.เทียนฉาย กีระนันนท์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่สรุป ในการสัมมนาระดมความเห็น (Vision Workshop) ของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อวันที่ 19-20 มกราคม 2558 ว่าต้องปฏิรูปประเทศเพื่อ 6 ประการ ได้แก่ [5]

(1) ปฏิรูปแล้วต้องมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย

(2) มีระบบการเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรม

(3) มีกลไกป้องกันขจัดการทุจริตลดการประพฤติมิชอบอย่างมีประสิทธิภาพ

(4) มีการขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

(5) มีกลไกของรัฐบริการประชาชนทั่วถึงสะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพ และ

(6) มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเป็นธรรม

ผู้เขียนขอนำมามาเป็นกรอบในการพิจารณาถึงความคาดหวังในอนาคตสิบปี (ประมาณ พ.ศ. 2568) ของประเทศไทย โดยมีแนวทางในการขับเคลื่อนตามหลักการ GRC ที่ผู้เขียนได้สรุปหลักการย่อใหม่เป็น (1) การบริหารจัดการธรรมาธิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ (Governance Management) (2) การบริหารจัดการความเสี่ยงในประเด็นหลักปัจจัยทางการบริหารทั้ง 4 (4 M) (Risk Management) และ (3) การบังคับใช้กฎหมายให้ได้และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ (Compliance) ดังมีรายละเอียด ดังนี้

(1) การบริหารจัดการธรรมาธิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ (Governance Management)

สืบเนื่องมาจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น และ ความเหลื่อมล้ำในมิติต่าง ๆ จึงเห็นควร "ปฏิรูปสังคม" อาทิเช่น (1) การลบคราบการสืบทอดอำนาจ คสช. ลง เพื่อให้เห็นว่า สปช. มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิรูปประเทศ มิได้มีการสร้างฐานการสืบทอดอำนาจ ตามที่ที่ผู้กล่าวหาแต่อย่างใด (2) การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ในทุกกลุ่มทุกสีเสื้อ (ลดสีเสื้อ) (3) การตั้งสมัชชาคุณธรรมจริยธรรมในทุกระดับ ทั้งระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับชาติ

(2) การบริหารจัดการความเสี่ยงในประเด็นหลักปัจจัยทางการบริหารทั้ง 4 (4 M) (Risk Management)

สืบเนื่องมาจากปัญหาการก้าวย่างเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) ประกอบกับปัญหาสถานภาพในทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย ที่มีปัญหาใหญ่ติดอันดับของเอเชียและอาเซียน คือ [6] (1) มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV มากที่สุดของเอเชียในปี 2009 (2) มีคุณแม่วัยใสมากที่สุดของอาเซียนในปี 2011 และ (3) ปัญหาทักษะด้านภาษาอังกฤษของเอเชียในปี 2012 (จาก 54 ประเทศ) ซึ่งมีผลกระทบถึงปัญหาการใช้แรงงานในอนาคตด้วย รวมทั้งปัญหาความขาดแคลนหรือบกพร่องต่าง ๆ ในปัจจัยการบริหาร (4 M) ของประเทศ จึงเห็นควร "ปฏิรูปเศรษฐกิจ"

โดยเฉพาะใน 7 วาระการพัฒนา (Development Agenda) [7] ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งได้แก่เรื่องดังต่อไปนี้ (1) แรงงานข้ามชาติ (2) ศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศ (Center of Excellence) ด้วยการพัฒนาด้านเกษตรและอาหาร การท่องเที่ยวคู่กับสุขภาพ และยานยนต์ (3) การวิจัยนวัตกรรม (New Growth Engine) (4) ระบบการขนส่ง (Logistics) ที่ต้องพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางขนส่งของอาเซียน (5) การพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ ด้วยการกำหนดเขตเศรษฐกิจใหม่ (6) กลไกการพัฒนาอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานภาครัฐ (7) การปรับเปลี่ยนพัฒนาระบบทักษะใหม่และความเชื่อที่มีผลต่อพฤติกรรม (Mind set & Skill set)

(3) การบังคับใช้กฎหมายให้ได้และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ (Compliance)

สืบเนื่องมาจากปัญหาความเสื่อมประสิทธิภาพในการใช้กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย จึงเห็นควร "ปฏิรูปองค์กรราชการ" หรือ "การปฏิรูประบบราชการ" ไม่ว่าจะเป็นในด้านใด คือ (1) ด้านโครงสร้าง (2) ด้านการบริหารงาน (3) ด้านระบบบริหารงานบุคคลและบุคลากร และ (4) ด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพราะ "ระบบราชการ" ซึ่งมี "ข้าราชการ" เป็นบุคคลากรถือเป็น "ตัวจักร" สำคัญในการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานใน 2 ระดับ คือ (1) ระดับหน่วยงานที่ปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ทั้งหมด และ (2) ระดับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งหน่วยกำกับตรวจสอบ ได้แก่ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ อัยการ ศาล ผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ป.ป.ช.ก.ก.ต. เป็นต้น ซึ่งต้องให้หน่วยงานสองระดับนี้คือ หน่วยงานระดับปฏิบัติการ และหน่วยงานระดับบังคับใช้กฎหมาย ต้องประสานสอดคล้องสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างจิตสำนึก และความรับผิดชอบ (Responsibility & Accountability) ต่อหน้าที่แก่องค์กรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ให้ยึดประโยชน์โดยรวมของสังคมเป็นสำคัญ

ผู้เขียนเสนอแนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาหลักทั้งสามนี้คงมิใช่เรื่องง่ายนัก หากมีผู้ปฏิบัติที่เต็มใจแก้ไขที่ไม่ประสานสอดคล้องกัน ก็อาจแก้ไขได้เพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง หรืออาจแก้ไขไม่ได้เลย รังแต่จะเกิดปมประเด็นปัญหาขึ้นมาใหม่ที่ยากแก่การแก้ไขมากยิ่งขึ้นไปอีกก็เป็นได้ฉะนั้น ความร่วมมือร่วมแรงอย่างแข็งขันในการแก้ไขปัญหาของชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญในห้วงเวลาวิกฤติของประเทศเช่นนี้ท่านและเพื่อน ๆ มีความพร้อมหรือยังที่จะก้าวเข้ามาร่วมมือผนึกกำลังกันในการแก้ไขวิกฤติของชาติในครั้งนี้


[1]สยามรัฐวันที่ 26 มีนาคม 2558 ปีที่ 65 ฉบับที่ 22613 หน้า 10 บทความพิเศษ, ข้อเสนอการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยสรณะ เทพเนาว์ สมาชิสภาปฏิรูปแห่งชาติ

[2] ปริญญา หอมอเนก, The New Trend : "GRC" (Governance, Risk and Compliance) ทิศทางใหม่สำหรับผู้บริหารระบบสารสนเทศวันนี้และอนาคต, by A.Pinya Hom-anek, หนังสือ eEnterprise (Thailand) ปักษ์แรก ประจำ เดือนกุมภาพันธ์ 2551, 30 มกราคม 2551, http://www.acisonline.net/?p=1867

[3] ปริญญา หอมอเนก, 2551, อ้างแล้ว. &จิรพร สุเมธีประสิทธิ์, Governance Risk Management and Compliance เรื่องที่ 106 GRC, https://chirapon.wordpress.com/2011/02/12/เรื่องที่-106-grc-–-governance-risk-management-and-compliance/

[4]"สมคิด" ชี้ 3 ปัจจัยหลักกำหนดอนาคตประเทศ, Nation TV, 19 พฤศจิกายน 2557, http://www.nationtv.tv/main/content/politics/378433301/

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เสนอไว้คือ (1) นโยบายเศรษฐกิจ (2) แก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน (3) การปฏิรูปประเทศ

[5] สปช.ออกแบบปฏิรูป 6 เป้าหมาย สู่อนาคตประเทศไทย 2575, isranews, 19 มกราคม 2558,

http://isranews.org/isra-news/item/35935-reform_580120.html

[6] "วาระการปฏิรูปที่สำคัญและแนวทางการบริหารจัดการของสปช.", 2558, อ้างแล้ว.

[7] "วาระการปฏิรูปที่สำคัญและแนวทางการบริหารจัดการของสปช.", อ้างแล้ว.

การเปลี่ยนผ่านจากยุคอุตสาหกรรมสู่ยุคดิจิตอล

คลื่นลูกที่หนึ่ง Industrial Revolution 1789-1815

คลื่นลูกที่สอง The Great railroad expansion ปลาย 1840-ต้น 1870

คลื่นลูกที่สาม Basic technology growth of telephony and electrification 1890-1920s

คลื่นลูกที่สี่ Massive industrialization and economic reconstruction หลัง WWII-1993

คลื่นลูกที่ห้า Communication Technology and globalization 1993-2020

Source : Roger Cass