Digital Economy กับประเทศไทย

Digital Economy กับประเทศไทย

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดในวันแถลงนโยบายของกระทรวงต่างๆ เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมาว่า จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้อยู่บนฐานเศรษฐกิจดิจิตอลให้เป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี

มือเศรษฐกิจของรัฐบาลประยุทธ์ยอมรับว่า ภารกิจดังกล่าวยากที่สุดในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ พร้อมกันนั้นได้ อธิบายความหมายของ Digital Economy ว่า " ... ไม่ใช่เรื่องของฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์เท่านั้นแต่เป็นเศรษฐกิจฐานใหม่ ที่จะทำให้เศรษฐกิจภาคอื่นๆเติบโต ขณะที่ในส่วนของธุรกิจและอุตสาหกรรมดิจิตอลก็จะเติบโตเช่นกัน" พร้อมกับยกตัวอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลี หรือ สิงคโปร์ เดินมาบนทางสายนี้ทั้งสิ้น ฃ

รัฐมนตรีหลายคนออกมาช่วยเติมภาพการไปสู่เศรษฐกิจฐานใหม่ของรัฐบาล เช่น คุณจักรมณฑ์ ผาสุกวณิช รัฐมนตรีอุตสาหกรรมบอกว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะก้าวเข้าสู่ ดิจิตอล อีโคโนมี ที่พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับโครงสร้างพื้นฐาน ดิจิตอล อีโคโนมี ส่วน คุณพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีไอซีที บอกว่า จะผลักดันประเทศไปสู่ดิจิตอล อีโคโนมี ด้วยการส่งเสริมให้ทุกกระทรวงประยุกต์ใช้ไอซีทีให้มากที่สุด เพื่อส่งไปยังผู้ประกอบการรายใหญ่ และเอสเอ็มอีให้การใช้ไอซีทีเป็นรากฐานของธุรกิจ

ดิจิตอล อีโคโนมี มีความหมายเดียวกับ "เศรษฐกิจใหม่ (new economy)" คือระบบเศรษฐกิจที่ยืนบนฐานความรู้ อันเป็นผลผลิตจากการค้าเสรีและการปฏิวัติเทคโนโลยีสารสนเทศในช่วงที่ผ่านมา โดยระบบเศรษฐกิจใหม่ เน้นเทคโนโลยีกับความรู้ของบุคคล สามารถผลิตสินค้ามีคุณภาพกว่าระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่มุ่งลดต้นทุนเป็นสำคัญ คงไม่มีใครค้านการประกาศนำประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจฐานใหม่ของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เพราะประเทศไทย ตกอยู่ในสภาวะ ไปต่อไม่ถูกไม่รู้จะไปทางไหนดี ? ในขณะที่โฉมหน้าของเศรษฐกิจโลก(ส่วนใหญ่)กำลังเปลี่ยนไป เนื่องจาก 10 ปีที่ผ่านมา"เรา"ใช้เวลาไปกับการหาความหมายของประชาธิปไตยจนไม่ว่างพอสำหรับการมองไปอนาคต ความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ลดลง ตลาดส่งออกที่หดตัวต่อเนื่อง และสลัดไม่พ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง คือภาพสะท้อนการปรับตัวไม่ทันการเปลี่ยนแปลง ความจริงก่อนหน้านี้ อดีตนายกฯทักษิณ เคยกล่าวถึง Knowledge-based Economy เช่นเดียวกับ อดีตนายกฯอภิสิทธิ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy อย่างจริงจังมาแล้ว ทั้ง 2 คำ มีความหมายเดียวกับ"เศรษฐกิจใหม่"คือเศรษฐกิจที่ยืนบนฐานความรู้ การที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เปิดความคิดว่าจะวางรากฐานเศรษฐกิจไทยไปสู่ดิจิตอล อีโคโนมี ถือเป็นเรื่องน่ายินดี และควรสนับสนุน เพราะเป็นการเตรียมพร้อมไม่ให้ไทยตกขบวนการเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาถึง รัฐมนตรีร่วมครม.ประยุทธ์คนหนึ่ง เคยพูดบนเวทีสัมมนาว่ารัฐบาลหลังการรัฐประหารมักเข้มแข็งและสามารถวางรากฐานให้ประเทศได้ก้าวเดินไปข้างหน้าในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าข้อสรุปดังกล่าวคือความจริงแท้ที่พิสูจน์แล้ว เพราะอยากจะเห็นการเข้าสู่เศรษฐกิจใหม่ของไทยอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่คำที่บรรจุไว้ในนโยบายให้ดูเท่เท่านั้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,984 วันที่ 18 - 20 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน FINANCE



ความเห็น (0)