ชีวิตที่พอเพียง : ๒๓๗๕. เป็นปากเสียงให้แก่คนจน


ก่อนเที่ยงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ผมควงสาวน้อยนั่งรถแท็กซี่ออกจากบ้านไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อนั่งเครื่องบินไปเชียงราย โชเฟอร์เป็นผู้มีอายุ คือกลางๆ ห้าสิบ และช่างคุยแกมบ่น เขาคงจะเห็นว่าผมเป็นผู้ใหญ่ หากบอกเล่าเรื่องความเดือดร้อนของเขา ผมอาจหาทางทำให้ทุกข์ของคนจน ที่เป็นคนขับแท็กซี่อย่างเขา ลดลงได้บ้าง

ผมจึงนำเรื่องของเขามาเล่าต่อ ทุกเรื่องเกี่ยวข้องกับการโดนตำรวจจับทั้งสิ้น และผมไม่รับรองว่าเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเรื่องที่เขากุขึ้น

เรื่องแรก เป็นเรื่องพื้นๆ คือเขารอให้รถไฟผ่าน แล้วเลี้ยวซ้ายโดยไม่รอสัญญาณไฟเขียว ตอนตีสี่ และตรงนั้นไม่มีป้ายบอกว่าเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด พอเลี้ยวก็มีตำรวจดักอยู่ เจรจากันได้ว่า "ขอกะทิงแดง ๓ ขวด" (จ่ายไป ๓๐ บาท)

เรื่องที่สอง มีคนมาเรียกหน้าหมู่บ้าน ให้ไปเอาของที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง เป็นกระป๋องสีจำนวนหนึ่ง เอาใส่ในที่เก็บของ ท้ายรถ พอรถจะแล่นออกผ่านป้อมยามก็มีผู้อาศัยในหมู่บ้านและยามจำนวนหนึ่งดักรอและจับ ว่าเป็นคนขโมยสี โชคดีที่รอดมาได้ ไม่โดนกล่าวหาว่าร่วมสมคบกับโจร แต่ก็เกือบไป

เรื่องที่สาม เป็นเรื่องที่น่าจะมีการแก้ไขอย่างเป็นระบบ คือผู้โดยสารเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย (แรงงานนอกกฎหมาย) จากพม่าบ้าง เขมรบ้าง เรียกแท็กซี่จากสนามบิน หรือสถานีรถโดยสาร ให้ไปส่งปลายทาง เมื่อมากลางทางก็มีตำรวจดักเรียกตรวจ เมื่อไม่มีบัตรประชาชน/หนังสือเดินทาง/บัตรอนุญาตเข้าเมือง ก็เรียกเงิน จากผู้โดยสาร มีอยู่คราวหนึ่ง ผู้โดยสารมาคนเดียว และทั้งเนื้อทั้งตัวเขามีเงินเพียง ๕๐๐ บาท ตำรวจจึงหันมาเอาเรื่องกับโชเฟอร์แท็กซี่ในข้อหา นำผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย และไถเงินไปจนได้ ๑,๐๐๐ บาท กรณีนี้ตำรวจร่วมือกันหลายคน ลงท้ายโชเฟอร์ได้ค่าโดยสาร ๕๐๐ บาท แต่เสียเงินให้ตำรวจไป ๑,๐๐๐ บาท

เขาบอกว่า มีกรณีคนต่างด้าวว่าจ้างแท็กซี่ และมีตำรวจรอดักจับในบางพื้นที่ โดยที่คนขับแท็กซี่ก็ไม่สามารถขอดูบัตร ก่อนรับขึ้นรถได้ เมื่อตำรวจจับ คนขับรถก็จะโดนหางเลขไปด้วย (หางเลขในที่นี้คือโดนไถ) ทำให้ผมคิดว่าเรื่องนี้หากดำเนินการ แบบตรงไปตรงมาก็ง่ายนิดเดียว คือตำรวจประกาศให้ทราบกันทั่วไปว่ามีคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมาก ผู้ขับรถรับจ้าง สาธารณะหากมีผู้โดยสารที่หลบหนีเข้าเมือง ก็อาจต้องโทษด้วย จึงขอให้ผู้ขับรถโดยสารรับจ้างขอดูบัตรผู้โดยสารเสียก่อน โดยทางการให้สิทธิแก่ผู้ขับรถ รับจ้าง ที่จะปฏิเสธไม่รับผู้ไม่มีบัตรประชาชนไทย หนังสือเดินทาง หรือบัตรอนุญาตเข้าเมือง และผู้โดยสารต้องให้ความร่วมมือ แสดงบัตรแก่ผู้ขับรถโดยสารด้วย

หากดำเนินการในทำนองนี้ บ้านเมืองเราก็จะสะอาดจากคอร์รัปชั่น อีกชั้นหนึ่งด้วย


วิจารณ์ พานิช

๒๐ ก.พ. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ส่วนใหญ่การรับผู้โดยสารประเภทนี้...แท้กซี่มักจะรับส่งผู้โดยสารประเภทนี้เป็นประจำอยู่แล้ว..รู้จักหน้าค่าตากันเป็นส่วนใหญ่..

การขอดูบัตรประชาชนผู้โดยสารนี่น่าจะยากนะครับ ถ้าเป็นที่อเมริกาก็จะกลายเป็นกรณี racial discrimination ไปครับ

สำหรับเมืองไทย ถ้าเจอคนไทยกลุ่มอนุรักษ์นิยมก็จะกลายเป็นว่าดูถูกเขาที่ไปเห็นว่าเขาหน้าตาเหมือนกับชาวต่างชาติที่เขาไม่ชื่นชมหรือหน้าไปเหมือนคนไทยกลุ่มที่เขาคิดว่าด้อยกว่า เสียลูกค้าไปอีกครับ

หรือไม่ก็ก่อนขอดูบัตรก็ต้องบอกก่อน "พี่ๆ หน้าพี่เหมือนเกาหลีมากเลย ขอผมดูบัตรประชาชนหน่อยนะ" (ฮา)

ผมว่าการรับผู้โดยสารที่หนีเข้าเมืองมาไม่น่าจะเป็นความผิดของคนขับแท็กซี่นะครับ เรื่องนี้น่าจะไปแก้กันที่ตำรวจมากกว่าว่าทำยังไงไม่ให้เขารีดไถครับ

อ่านบันทึกนี้เผินๆ เหมือนอาจารย์เสนอทางออกที่คนขับแท็กซี่ต้องลำบาก แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ของบันทึกทำให้เราได้รู้ว่าตำรวจไทยหารายได้พิเศษอย่างไรครับ