วันนี้ก็เป็นอีกวันที่คิดว่า หมดไปเร็วจัง ใช้วันทั้งวันได้คุ้มค่าเสียจริงๆค่ะ ต้องพักผ่อนก่อนทำงานด้วยการมานั่งเขียน เพื่อปลดปล่อยตัวเองใน GotoKnow เสียหน่อย เพื่อเอาไว้เปรียบเทียบกับบันทึกวันก่อน ที่เป็นวันธรรมดา และตอบคำถามคุณจันทรรัตน์ ด้วยค่ะว่า วันหยุดเป็นยังไง วันนี้สลับกับวันก่อนตรงที่ว่าทำงานจนเสร็จแล้วจึงเข้ามา แต่วันนี้กะว่าจะเขียนก่อน แล้วก็ทำงานต่ออีกนิด ถ้าไม่ง่วงเสียก่อน ก็จะตามอ่านบล็อกต่างๆก่อนนอนค่ะ

วันนี้ตื่นสายกว่าปกติคือตื่น 8 โมงครึ่ง เมื่อคืนนอนอ่านคู่มือโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งซื้อมาใหม่ก่อนจะหลับไป ลุกขึ้นย้ายเสื้อผ้าที่ซักไว้เมื่อคืน (เพราะตั้งใจว่าวันนี้จะตื่นสาย) เอาไปตากระเบียงหลังซึ่งกำลังมีแดดออกสวยงามมาก อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว ชะโงกดูสมาชิกในบ้าน คุณพ่อบ้านไปตลาดมาแต่เช้า จึงมีอาหารเช้าสำหรับทุกคนเรียบร้อย เราเลยได้โอกาส ซดกาแฟ (จิบไม่ค่อยเป็นค่ะ กาแฟก็ไม่ได้ชงเอง) แล้วก็เลยนั่งอ่านและเซ็ตโทรศัพท์มือถือต่อ

ได้เรียนรู้ว่าเจ้าโทรศัพท์มือถือนี่ก็มีประโยชน์หลายประการ เป็น organizer ได้เป็นอย่างดี นี่ขนาดเลือกเอาแบบที่ถูกที่สุด เพราะตั้งใจจะใช้เพียงเพื่อโทรในกรณีฉุกเฉิน (ต้องเดินทางขึ้นกรุงเทพฯตั้ง 3 วัน แถมมีอันต้องแยกกลุ่มบ้างเป็นครั้งคราว ก็เลยกลัวว่าเดี๋ยวจะตามหาใครไม่เจอค่ะ ต้องหัดใช้มือถือเอาไว้ก่อน) เห็นว่ามันดูเหมือนจะมีประโยชน์หลายสถานนะคะ ต้องขอบคุณน้องปูสุดสวยผู้เชี่ยวชาญไปเสียทุกเรื่องที่จัดการเลือกแบบที่มีปุ่มเห็นชัด เรียบง่ายดูแล้วไม่งวยงงมาให้

เซ็ตเรียบร้อย ก็ได้เวลาเก็บกวาดเก็บล้างครัวอันเนื่องมาจากอาหารเช้า เสร็จ 9 โมงกว่าๆ วันนี้น้องฟุงตื่นเร็ว ออกมาปล่อยหนูและจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว พี่วั้นตื่นหลังคุณแม่เล็กน้อย เพราะเมื่อคืนนั่งตั้งหน้าตั้งตาทำการบ้าน 10 กว่าอย่างจะเอาให้เสร็จ คุณแม่เห็นยังมีเวลาเล็กน้อยก่อนจะออกไปจ่ายตลาดประจำสัปดาห์กับคุณพ่อบ้านและคุณย่าของเด็กๆ ก็เลยคุ้ยโน้ตบุ้คออกมานั่งเตรียม slide งาน workshop นิดนึง เพราะคุณย่ายังอาบน้ำแต่งตัวไม่เสร็จ

10 โมงพี่เหน่นออกไปสอนพิเศษน้องโอม ลูกป้าผอบ คุณแม่ฝากมือถือไปตามเก็บเบอร์นายดำ คุณศิริ ป้าๆน้าๆที่อยู่เวร (พี่เหน่นไปสอนน้องที่ที่ทำงานแม่นั่นแหละค่ะ นักเรียนคนนี้พิเศษหน่อย พี่เหน่นจึงรับสอน แต่คงไม่รับสอนใครเพิ่มอีกแล้วค่ะ) ส่วนพวกเราสามคนออกไป 10 โมงครึ่ง พี่วั้นนั่งตั้งหน้าตั้งตาทำการบ้านต่อ น้องฟุงดูหนังเคเบิลทีวีติดพัน ขออยู่บ้านกับพี่ และคุณปู่

เราเดินทางไปยังห้างใหญ่ที่ไปเป็นประจำ เพื่อซื้อผักปลาอาหารมาเก็บตู้เย็นไว้ เพื่อทำทั้งสัปดาห์ โดยมีคุณย่าเป็นผู้อำนวยการ วันนี้ซื้อผักน้อย เพราะคุณแม่กับพี่เหน่นไปซื้อมาตุนไว้ให้ตั้งแต่วันก่อนจากตลาดเกษตรใกล้บ้าน ซื้อปลากับหมูและไก่ วันนี้คุณพ่อบ้านยึดเมนูเย็นจากผู้อำนวยการว่า เราจะทำก๋วยเตี๋ยวราดหน้ากัน ก็เลยยิ่งมีของให้ซื้อน้อยลงไปอีก มีเวลาเลยชวนคุณย่าเลือกเสื้อและรองเท้าแตะใหม่ ก่อนจะกลับมาบ้านตอนเที่ยง

คุณพ่อบ้านทำข้าวต้มกินกลางวัน เสร็จการกินก็เป็นงานคุณแม่ล้างเก็บ มีลูกมือช่วยด้วย (แบบยุ่งๆ) รวมทั้งจัดการแบ่งสรรปันส่วน จัดการหมักเกลือใส่ปลา หั่นกระดูกหมูแยกเก็บเข้าช่องแข็ง แบ่งแยกข้าวของที่ซื้อมาเก็บเข้าที่เข้าทาง เตรียมหั่นไก่และหมู รวมทั้งผักคะน้าสำหรับราดหน้ามื้อเย็นเอาไว้เลย กว่าจะเรียบร้อยก็บ่าย 2 เรามีโปรแกรมว่าวันนี้จะพาพี่เหน่นไปเลือกซื้อกางเกงยีนส์ (กำลังลดราคากระหน่ำ) พอคุณแม่เสร็จ พี่เหน่นเข้าห้องน้ำทำธุระ คุณพ่องีบเล็กๆ คุณแม่เลยแอบใช้เน็ตนิดหน่อยเพื่ออ่านเมล ที่มีข่าว Medscape update ที่คุณแม่อ่านไม่ทันในสัปดาห์นี้ ถ้าจนถึงพรุ่งนี้ยังไม่มีเวลาอ่านก็จะลบทิ้งแล้วค่ะ

บ่าย 3 คุณแม่ คุณพ่อ พี่เหน่น น้องฟุงออกไปเลือกซื้อกางเกงยีนส์กัน สามหนุ่มน่ารักมาก เพราะใส่อะไรก็ได้ ไม่เคยตามแฟชั่น ใช้ของตามที่เราเห็นสมควร คือราคาสมเหตุสมผลและยี่ห้อเชื่อถือได้ ไม่จำเป็นต้องดัง เราจะเลือกซื้อของเมื่อลดราคา มากกว่าซื้อเมื่อไม่มี เพราะเราเห็นว่า เรารู้แล้วว่าเราจะใช้อะไร เพราะฉะนั้นเราซื้อเตรียมไว้ได้เลย เมื่อมีการลดราคาของนั้นๆ เราจึงซื้อของได้อย่างประหยัดเสมอ วิธีการนี้ใช้ได้ดีมาก เวลาอยู่เมืองนอก ทำให้เราติดนำกลับมาใช้ที่บ้านเราไปด้วย ระหว่างซื้อของ ก็ได้พูดคุยกับลูกๆไปด้วย

กลับมาบ้านบ่าย 4 โมงครึ่ง คุณแม่เริ่มเปิดมหกรรมรีดผ้า ชุดนักเรียนเมืองไทยเนี่ย สุดๆไปเลย คิดถึงชุดนักเรียนเมือง Perth มาก เพราะถึงจะเป็นเครื่องแบบก็เป็นแบบเสื้อโปโลเชิ้ตที่ไม่ต้องรีด กางเกงก็เป็นแนวกางเกงกีฬา เพื่อให้เหมาะกับวัยซนของเด็กๆ ทำให้ไม่เป็นภาระกับผู้ปกครองเลย ระหว่างนี้ก็มีพี่เหน่นมานั่งคุยไปด้วย คุณแม่รีดผ้าไปคุยกันไป บอกลูกว่าวันนี้แม่เก่งจังรีดเสร็จเร็วกว่าอาทิตย์ก่อน เพราะเหน่นมานั่งคุย พี่เหน่นพูดให้ประทับใจว่า เหน่นว่าแม่เก่งทุกวันแหละ กว่าจะเสร็จก็ 6 โมง คุณพ่อทำราดหน้าเสร็จเรียบร้อย ได้เวลาอาหารเย็น

ทุ่มกว่าทานเสร็จ ก็ได้เวลาเก็บล้างตามเคย แล้วก็ชวนพี่เหน่นไปเดินเล่นย่อยอาหารเล็กน้อย กลับมาปอกสาลี่ให้ทานกัน เด็กๆมีไอติมเป็นของพิเศษวันนี้ (ลดราคา อีกตามเคยค่ะ) อาบน้ำอาบท่าเสร็จก็ได้นั่งถักถุงใส่มือถือ พี่เหน่นถามว่านานไหมแม่ แม่บอกว่าครึ่งชั่วโมงน่าจะเสร็จ ระหว่างนั้นคุณย่าชะโงกมาถามว่าทำอะไร พอทราบก็บอกว่า ไปซื้อเอาได้ มีเยอะแยะไปถูกๆ (คงด้วยความหวังดี เห็นเรายุ่งหลายเรื่องแล้ว) พี่เหน่นตอบแทนได้ถูกใจคุณแม่มากว่า "แม่อยากทำ แล้วก็อันนี้ไม่ใช่ถูกนะอาโผ่ว ฟรีเลยไม่เสียตังค์" ทำเสร็จภายในเวลาที่คุณแม่บอก แต่พี่เหน่นมีการออกแบบเพิ่มเติมให้สามารถสอดเก็บไว้กับเข็มขัดก็ได้ หรือให้ห้อยคอก็ได้ คุณแม่เลยต้องทำต่อตามข้อเสนอ เสร็จตอน 3 ทุ่มครึ่ง ได้เวลาหนังจบ เด็กๆเข้านอน คุณแม่จึงมาเริ่มพักผ่อนนี่แหละค่ะ

ยังค่ะ...ยังไม่จบ...พี่วั้นยังไม่ยอมนอน เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด และพี่วั้นได้รับสิทธิพิเศษ ไม่จำเป็นต้องนอนเร็ว คุณแม่ก็เลยต้องช่วยอ่านภาษาไทยที่พี่วั้นถอดความจากบทประพันธ์เรื่องอิเหนา นั่งทำมาทั้งวัน โดยมีพจนานุกรม 2-3 เล่มเป็นอาวุธ ต้องยกนิ้วให้กับความพยายามจริงๆค่ะ คุณแม่ถึงจะเหนื่อยแล้วก็เลยต้องช่วยดูให้เสียหน่อย พี่เหน่นก็หิ้วกางเกงนอนออกมา บอกว่าแม่ช่วยเย็บหน่อย เป้ามันขาด ต้องจัดการให้ก่อนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะได้หันมาเขียนบันทึกนี้แหละค่ะ พี่วั้นมาชะโงกอ่านตอนต้นๆ หัวเราะชอบใจตอนที่แม่เล่าว่า วันก่อนแม่เขียนของวันธรรมดาไปแล้ว วันนี้จะเขียนของวันหยุดบ้าง เขามาขออ่านความคิดเห็นต่างๆของวันก่อน อย่างสนุกสนาน

จบเสียทีค่ะ ยังมีแรงทำงานต่อ และอาจจะได้กลับมาอ่านอีกทีด้วย

ขอบคุณกัลยาณมิตรทั้งหลายใน GotoKnow เป็นอย่างยิ่ง สำหรับความเป็นมิตรที่เข้าใจ ให้กำลังใจกันอยู่เสมอนะคะ หวังว่าจะได้อ่านกิจวัตรของญาติมิตรท่านอื่นๆใน GotoKnow บ้างนะคะ เชื่อว่าหากเรานำมา เผื่อแผ่ เล่าสู่กันฟัง เราจะได้อะไรๆจากกันและกันแน่นอนค่ะ