สมดุลชีวิตระหว่างความคิดกับการกระทำ

ใครก็ตามที่สามารถสร้างสมดุลชีวิต ระหว่างความคิดกับการกระทำ และระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริง ให้ใกล้เคียงกันมากเท่าไร ก็จะมีความสุขอย่างยั่งยืนมากเท่านั้น ปัจจัยหลักที่มีผลต่อสมดุลดังกล่าว ก็คือ การรู้จักตัวเอง การประเมินความสามารถของตัวเองอย่างถูกต้อง รู้จักวางแผนการดำเนินชีวิต และต้องอยู่ภายใต้หลักศาสนา หลักคุณธรรม จริยธรรม เพราะการคิดหรือการมีความต้องการในสิ่งที่ผิดหลักคุณธรรม หรือผิดหลักศาสนา ถึงแม้ว่าจะทำได้ตามนั้น แต่ความสุขที่ได้มานั้นเป็นความสุข และความพอใจเฉพาะคนๆ นั้นในระยะสั้น ไม่ใช่ความสุขที่ยั่งยืนในระยะยาว

การเคลื่อนไปในวิถีชีวิตที่สมดุล ระหว่างความคิดกับการกระทำ และระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริง เป็นเรื่องที่สำคัญมาก คนเราจะไม่มีความสุข หากมีความแตกต่างระหว่างความคิดกับการกระทำ หรือระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริงของตัวเอง เพราะเมื่อเรามีความต้องการหรือคาดหวังอย่างหนึ่ง แต่การกระทำ หรือความเป็นจริง เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ไม่สอดคล้องกัน ก็จะต้องมีวิธีการที่จะเพิ่มการกระทำ นั่นหมายถึงเราต้องทำงานหนักมากขึ้น ใช้วิธีการมากขึ้น เพื่อให้ใกล้เคียงกับความต้องการให้มากที่สุด ถามว่า เราต้องทำอย่างไรล่ะ ที่จะให้ความต้องการสมดุลกับการกระทำให้มากที่สุด หรือทำให้ความคาดหวังใกล้เคียงกับความเป็นจริงให้มากที่สุด ในขณะนั้นๆ ของการใช้ชีวิต

ปัจจัยหลักๆ ที่มีผลต่อสมดุลดังกล่าว อันดับแรก คือการรู้จักตัวเอง ซึ่งการรู้จักตัวเอง เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับทุกๆ คน คนเรามักจะรู้จักคนอื่นแต่ไม่รู้จักตัวเอง การศึกษาตัวเอง การประเมินความสามารถของตัวเอง เป็นสิ่งที่ทำยากที่สุด เพราะคนที่มองตัวเอง อย่างไม่อคติ หรือไม่เข้าข้างตัวเอง นั้นมีไม่มากนัก เพราะตัวเองมักจะดี เก่ง ฉลาด และถูกต้องเสมอ แต่การประเมินตัวเองจะเป็นจริงและถูกต้องหรือไม่ ต้องดูที่ผลของการกระทำ หรือผลของความสำเร็จของตัวเองที่เกิดขึ้น ในแต่ละเหตุ และแต่ละปัจจัยที่ใช้ชีวิตในทุกๆ วัน

การวางแผนการในใช้ชีวิต วางแผนในการทำงาน จึงสำคัญมาก เพราะแผน หรือวิธีการนี่แหละ ที่จะเป็นตัวช่วยสำคัญในที่ทำให้ความฝันเป็นจริง หรือทำให้ความคาดหวังใกล้เคียงกับความเป็นจริง หรือทำให้ชีวิตเข้าใกล้จุดสมดุล และเราต้องรักษาจุดสมดุลชีวิตเราให้คงที่ให้มากที่สุด ให้สูญเสียแรงหรือพลังงานให้น้อยที่สุด เกิดความเครียดน้อยที่สุด แล้วเราจะมีความสุขมากที่สุด นอกจากนี้แล้วยังมีตัวขัดขวางสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เป็นแรงเสียดทาน ก็คือ ความขี้เกียจ กิเลส ความอยากตามอารมณ์ของตัวเอง เพราะเมื่อใดที่เราทำตามอารมณ์หรือความอยากของตัวเอง แผนการทำงานจะควบคุมไม่ได้ เราต้องเติมพลังเข้าไปเพิ่ม ทำให้เราสูญเสียพลังงานเพิ่ม เพื่อรักษาสมดุล เราก็จะเหนื่อยเพิ่มขึ้น และเครียดขึ้นตามลำดับ

จริงๆ หลักสมดุลชีวิต ก็คล้ายๆ กับหลักการสมดุลพลังงานทางฟิสิกส์นั่นแหละ เพราะเมื่อใดที่วัตถุอยู่ในสภาพสมดุล ก็จะมีเสถียรภาพสูง และเมื่อใดที่สภาพสมดุลเปลี่ยน ก็ต้องมีการเพิ่มหรือลดพลังงาน เพื่อไปรักษาให้สมดุลเหมือนเดิม ซึ่งวัตถุทุกชนิด ก็ต้องพยายามรักษาสมดุลให้มากที่สุด วิถีชีวิตมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ต้องหาจุดสมดุลของชีวิตให้เจอ และต้องพยายามรักษาสภาพสมดุลให้คงที่ และมีเสถียรภาพที่สุด แล้วเราจะพบว่า …. ความสำเร็จ และความสุขที่ยั่งยืน มันมีอยู่จริง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขในชีวิต



ความเห็น (2)

ชีวิตมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ต้องหาจุดสมดุลของชีวิตให้เจอ และต้องพยายามรักษาสภาพสมดุลให้คงที่ และมีเสถียรภาพที่สุด แล้วเราจะพบว่า …. ความสำเร็จ และความสุขที่ยั่งยืน มันมีอยู่จริง

...

ชอบครับ

ขอบคุณมากนะครับ

ขอบคุณมากๆ เช่นกัน สำหรับกำลังใจนะคะ คุณ แสงแห่งความดี แม้เวลาที่ดิฉันเขียน ห่างกันเกือบ 7-8 ปี เมื่อย้อนมาอ่านใหม่ จะเห็นการพัฒนาและการเติบโตทางความคิดอย่างชัดเจนคะ แต่ฐานรากของความคิดยังแทบจะเหมือนเดิมเลยคะ