ลำดับขั้นตอนการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ 5

ลำดับขั้นตอนการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประการ 5


คราวที่แล้วได้กล่าวถึงการจำแนกคนที่มาเข้ารับการตรวจเลือกฯ เป็นจำพวก โดยกรรมการที่ประจำอยู่ที่โต๊ะตรวจร่างกาย อันมีกรรมการแพทย์และกรรมการสัสดีจังหวัดเป็นผู้พิจารณา ถ้าเป็นจำพวกที่ 1 ก็จะส่งตัวไปที่โต๊ะวัดขนาด ซึ่งจะต้องวัดขนาดรอบตัวและความสูง เพื่อกำหนดว่าใครจะอยู่ใครจะไป เอ้ย...ประทานโทษ เพื่อให้ทราบว่าใครอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าเป็นทหารได้หรือไม่ได้บ้าง

กฎกระทรวงฯ ฉบับที่ 37 ( พ.ศ.2516 ) กำหนดไว้ว่า คนที่เข้ารับราชการทหารกองประจำการได้นั้น ต้องมีขนาดรอบตัวตั้งแต่เจ็ดสิบหกเซนติเมตรขึ้นไปในเวลาหายใจออก และต้องมีความสูงตั้งแต่หนึ่งเมตรสี่สิบหกเซนติเมตรขึ้นไป เอาละซี คนไทยส่วนใหญ่สูงเกินเมตรสี่สิบหกทั้งนั้น หลายๆ คนอาจจะคิดอย่างนั้น แต่ช้าก่อน ในการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการนั้น เพื่อให้ได้คนที่มีท่าทีดูดี ไม่ใช่เตี้ยตะแหมะแขะเป็นคนแคระ ท่านจึงให้ คัดเอาคนที่มีขนาดสูงตั้งแต่หนึ่งเมตรหกสิบเซนติเมตรขึ้นไปก่อน ถ้ามีมากกว่าจำนวนที่ต้องการก็ให้จับสลาก

ได้ฟังดังนี้แล้ว คนที่สูงน้อยกว่าร้อยหกสิบพากันตีปีกกันใหญ่ แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจนะครับ เกิดว่าคนที่สูงร้อยหกสิบขึ้นไปไม่พอกับจำนวนที่เขาต้องการ ทีนี้ละครับ คนที่สูงร้อยห้าสิบเก้าก็จะถูกกำหนดให้เข้าจับสลากทันที (กรณีนี้พวกที่สูงร้อยหกสิบขึ้นไปหมดสิทธิจับสลากไปเลยนะครับ เรียกได้ว่าจับเป็นเลย โดยไม่ต้องวัดดวง ) หรือบังเอิญว่าคนสูงร้อยหกสิบขึ้นไปบวกกับคนสูงร้อยห้าสิบเก้าแล้วยังไม่พอ เขาก็จะเรียกคนสูงร้อยห้าสิบแปดเข้าจับสลาก ไล่ลงไปทีละเซ็นต์นะครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างนี้นะครับ สมมุติว่าคนสูงร้อยหกสิบขึ้นไปรวมกับคนสูงร้อยห้าสิบเก้าและร้อยห้าสิบแปดแล้วยังขาดอยู่อีกหนึ่งคน จะทำยังไง อ๋อ..เขาก็จะเรียกคนสูงร้อยห้าสิบเจ็ดมาจับสลากเอาหนึ่งคน เข้าใจนะครับ

การวัดขนาดนี้จะได้คน 3 กลุ่ม คือ

  • 1. กลุ่มคนที่มีขนาดรอบตัวหรือรอบอกตั้งแต่ 76 เซนติเมตรขึ้นไป และมีความสูงตั้งแต่ 160 เซนติเมตรขึ้นไป กลุ่มนี้เมื่อวัดขนาดเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่จะบอกด้วยเสียงอันดัง จนญาติๆ หรือกองเชียร์หน้าซีดทำท่าจะเป็นลมเอาทีเดียว คำบอกก็คือ " ได้ขนาด รอจับสลาก " กลุ่มนี้แหละที่ชาวบ้านมักจะเรียกว่า " ดีหนึ่ง ประเภทหนึ่ง "
  • 2.กลุ่มคนที่มีขนาดรอบตัวหรือรอบอกตั้งแต่ 76 เซนติเมตรขึ้นไป แต่มีความสูงน้อยกว่า 160 เซนติเมตร แต่ไม่น้อยกว่า 146 เซนติเมตร เรียกคนกลุ่มนี้ว่าเป็นคน " ขนาดถัดรอง " ถ้ากรรมการคะเนแล้วว่าคนที่ได้ขนาดมีพอกับจำนวนที่ต้องการ ก็จะให้คนกลุ่มนี้ไปนั่งรอที่หน้าโต๊ะประธานกรรมการเพื่อปล่อยตัว
  • 3.กลุ่มคนที่มีขนาดรอบตัวหรือรอบอกน้อยกว่า 76 เซนติเมตร หรือมีความสูงน้อยกว่า 146 เซนติเมตร อย่างหนึ่งอย่างใด คนกลุ่มนี้เป็นคน " ไม่ได้ขนาด " วัดขนาดเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็จะให้ไปรอที่หน้าโต๊ะประธานเพื่อปล่อยตัวเช่นเดียวกันกับกลุ่มที่ 2

ส่วนคนที่ถูกกำหนดให้เป็นคนจำพวกที่ 2, 3 และ 4 ก็จะถูกนำตัวไปนั่งรอที่หน้าโต๊ะประธานกรรมการเพื่อรับใบรับรองผลการตรวจเลือก ฯ ( สด.43 ) ซึ่งจะต้องรอค่อนข้างนาน จนบรรดาญาติๆ ที่ตามมาให้กำลังใจกระวนกระวายเพราะไม่ทราบว่า ทำไมรอนานเหลือเกิน

ตอนที่นั่งรอรับใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ ( สด.43 ) นี่แหละครับที่เป็นโอกาสเหมาะที่เหล่ามิจฉาชีพจะเริ่มงาน มัน (ขออนุญาตใช้สรรพนามว่า " มัน " นะครับ ) จะสังเกตว่ามีญาติคนไหนกระวนกระวาย ผุดลุกผุดนั่งมีอาการวิตกทุกข์ร้อนกว่าชาวบ้านเขา มันก็จะกระแซะเข้าไปใกล้ๆ หาทางตีสนิท ชวนพูดคุยหว่านล้อมเพื่อให้เหยื่อเชื่อว่า มันสามารถช่วยเหลือไม่ต้องเป็นทหารได้ ถ้าตกหลุมพรางเมื่อไหร่เสียเงินเมื่อนั้น จำและช่วยบอกต่อๆ กันไปนะครับว่า คนที่ไปนั่งรออยู่หน้าโต๊ะประธานนั้นคือคนที่กำลังจะถูกปล่อยตัวไปทั้งสิ้น

ทำไมรอนานจัง หลายท่านอาจจะสงสัย คืออย่างนี้ครับ บัญชีเรียกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ ( สด.16 ) ที่เจ้าหน้าที่ใช้บันทึกผลการตรวจเลือกฯ นั้น จะเริมมาจากโต๊ะที่ 1 หรือโต๊ะเรียกชื่อก่อน บัญชีที่ว่านี้หนึ่งแผ่นจะมีรายชื่อทหารกองเกินอยู่ 14 รายชื่อ ( หน้าละ 7 รายชื่อ ) การบันทึกรายการต่างๆ จำเป็นจะต้องบันทึกครบทั้ง 14 คนเสียก่อน จึงจะส่งบัญชีนี้ไปยังโต๊ะถัดไปทีละแผ่น แล้วกว่าจะถึงโต๊ะประธานซึ่งเป็นโต๊ะสุดท้ายจึงต้องใช้เวลานานถึงนานมากๆ ต่างกับใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ ( สด.43 ) ซึ่งจะต้องเดินทางไปตามโต๊ะต่างๆ เหมือนกัน และไปพร้อมๆ กันกับบัญชีเรียกฯ ( สด.16 ) แต่จะต่างกันตรงที่ ถ้าคนๆ นั้นถูกกำหนดให้เป็นคนจำพวกที่ 2, 3 และ 4 ใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ ( สด.43 ) ของคนๆ นั้น จะถูกแยกออกมาให้กรรมการที่เกี่ยวข้องลงชื่อ เมื่อครบถ้วนแล้ว ใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ (สด.43 ) ก็จะไปรอบัญชีเรียกฯ ( สด.16 ) อยู่ที่โต๊ะประธาน เมื่อเอกสารทั้งสองมาจ๊ะเอ๋กันที่โต๊ะประธาน (บัญชีเรียกฯ จะมาทีละแผ่นนะครับ ไม่ได้มาทีละปึก ) ประธานหรือเจ้าหน้าที่ของประธานก็จะตรวจสอบความถูกต้อง เมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้ว ประธานก็จะลงชื่อในใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ เป็นคนสุดท้าย แล้วมอบใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ ( สด.43 ) ให้ไว้เป็นหลักฐาน

เมื่อเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะเรียกชื่อ เรียกชื่อทหารกองเกินที่มาเข้ารับการตรวจเลือกครบทุกตำบลแล้ว ก็จะมาเอาบัญชีเรียกที่โต๊ะประธานไปเรียกใหม่อีกรอบ เฉพาะคนที่มาไม่ทันในรอบแรก คนที่พลาดรอบแรกต้องเงี่ยหูฟังให้ดีนะครับ ถ้ามัวแต่เมาหรือมัวแต่ไปจีบสาวอยู่ ถ้าไม่ทันรอบนี้โอกาสติดคุกมีค่อนข้างสูงนะครับ เจ้าหน้าที่จะเรียกชื่อสองครั้ง ถ้าไม่มาเจ้าหน้าที่ก็จะเขียนตัวหนังสือสีแดงตัวเท่าหม้อแกงตรงรายชื่อคนที่เรียกแล้วไม่มาว่า " ขาด "จากนั้นไม่เกินเดือนก็จะมีชายแปลกหน้าไปด้อมๆ มองๆ แถวบ้านเพื่อเชิญไปกินข้าวแดง

จากนั้นก็จะเรียกคนผ่อนผันตามมาตร 27 คือคนที่อยู่ในระหว่างการศึกษาและขอผ่อนผันการเข้ารับการตรวจเลือกเพื่อเข้ารับราชการทหารไว้ ซึ่งไม่มีอะไรยุ่งยาก เพราะไม่ต้องตรวจร่างกาย ไม่ต้องวัดขนาด เรียกชื่อแล้วไปนั่งรอรับใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ ( สด.43 ) ได้เลย ก่อนกลับบ้านก็ขอรับหมายเรียกฯ (สด.35 ) จากคุณพี่สัสดีอำเภอเสียก่อน จะได้ไม่ต้องมาอีกหนในวันหลัง

จากนั้นก็จะเป็นการจับสลากใบดำใบแดงวัดดวงกัน เจ้าหน้าที่จะเชิญตัวแทนแต่ละตำบลไปจับสลากกันก่อน เพื่อจัดลำดับว่าตำบลไหนจะได้จับก่อนจับหลัง ต่อไปเจ้าหน้าที่ก็จะเรียกชื่อเข้าไปนั่งรอจับสลากทีละตำบล ตามลำดับที่ตัวแทนจับสลากได้

เมื่อทุกอย่างพร้อม กรรมการสัสดีจังหวัดก็จะชี้แจงวิธีการจับสลาก ตลอดจนการปฏิบัติต่างๆ จนเสร็จสิ้นกระบวนการ จากนั้นการจับสลากก็จะเริ่มขึ้น เจ้าหน้าที่จะขานชื่อผู้ที่จะเข้าจับสลากทีละคน ตอนที่ล้วงสลากออกมายื่นให้กรรมการ เสียงเพื่อนๆ ที่รอจับสลากต่างก็ตะโกนแข่งกับญาติๆ ที่อยู่รายรอบ ข้างเพื่อนว่า " แดงๆๆๆ " ข้างญาติก็จะตะโกนกลับมาว่า " ดำๆๆๆ " เมื่อกรรมการคลี่สลากออก กรรมการอีกคนก็จะประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง ว่า " ทหารบก ผลัดที่ 1 " ทีนี้แหละเสียงไชโยโห่ฮิ้วของบรรดาเพื่อนๆ ที่รอจับสลากก็ดังกลบเสียงหวีดร้องของญาติที่ใจเต้นระทึกอยู่ข้างนอก บางทีก็มีเสียงร้องไห้ตามมาอีกเป็นที่โกลาหลยิ่งนัก

เมื่อการจับสลากดำเนินมาจนเหลือคนที่รอจับสลากอยู่ราว 15 - 20 คน ประธานก็จะสั่งให้หยุดตรวจสอบสลากกับจำนวนคนว่าถูกต้องตรงกันหรือใบ ใบดำใบแดงเหลืออย่างละเท่าไหร่ ใบแดงที่ออกไปแล้วมีเท่าไหร่ เมื่อถูกต้องตรงกันแล้วการจับสลากก็จะดำเนินต่อไป

ใครอยากรู้อยากเห็นชัดๆ จะๆ ว่าการวัดดวงเป็นอย่างไร ไปดูเขาจับสลากใบดำใบแดงกันเถอะครับ ผมเคยเจออยู่บ่อยครั้งที่ตรวจสอบขั้นสุดท้ายแล้วเหลือใบแดงอยู่เพียงใบเดียว และคนที่ 20 ซึ่งเป็นคนสุดท้ายได้ใบแดงใบนั้น คน 19 คนที่จับสลากไปก่อนนั้นไม่มีใครจับได้ใบแดงเลย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่แหละคือการวัดดวงขนานแท้ ไปดูเถอะครับ หลายรสหรือเกิน ตลกขบขัน เศร้า คละเคล้ากันไป รับรองว่าสนุกครับ

----------------------------------------------

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชายไทยกับการรับราชการทหาร



ความเห็น (0)