๖ พ.ย.๔๙  ช่วงเช้าวันนี้ผมเดินทางจากบ้านเข้าพื้นที่ไปเลย  เนื่องจากต้องเดินลงในทุ่งนาเพื่อดูความเรียบร้อยของโครงการส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันทดแทนพลังงาน  ที่สถานีพัฒนาที่ดินได้รับสมัครเกษตรกรไว้  แล้วเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเอามามอบให้ สนง.เกษตรอำเภอดำเนินการต่อ  เหตุผลทางเราไม่ถามสั่งมาก็ทำครับ  และต้องเดินทางไปเช้าเพราะเที่ยงอากาศจะร้อนมาก 

       ได้รับโทรศัพท์จากท่านเกษตรอำเภอว่า  ช่วงบ่ายของวันนี้มีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ  ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ "พระพรหมเกษตรอินทรีย์ " และแต่ละหน่วยงานจะนำเสนอยกร่างโครงการ ปี ๕๐ เพื่อช่วยกันพิจารณาความเป็นไปได้  ซึ่งโครงการมี ๔ ยุทธศาสตร์

        ในส่วนของยุทธศาสตร์ส่งเสริมการผลิต  ซึ่งสำนักงานเกษตรอำเภอ เป็นผู้ดำเนินการ  และได้ยกร่างโครงการแล้วโดยใช้ข้อมูลจากผลการของการจัดกระบวนการ KM ที่ ทางสำนักงานเกษตรอำเภอได้จัด  กับเกษตรกรผู้ร่วมโครงการปี ๔๙   (ซึ่งผมได้บันทึกในบล็อค ไว้ด้วยแล้วครับ บันทึก ๑ บันทึก ๒  บันทึก ๓  บันทึก ๔ บันทึก ๕)   และในเรื่องของกระบวนการ KM  นั้นต้องการให้ผมเป็นผู้นำเสนอประกอบโครงการในที่ประชุม ว่าดำเนินการมาอย่างไร  และได้ผล องค์ความรู้จากเกษตรกร อะไรบ้าง  เกษตรสะท้อนให้เห็นอย่างไร  และมาเกี่ยวข้องกับการยกร่างโครงการอย่างไร 

        ผมกลับเข้ามาอำเภอถึง ช่วงบ่ายโมง ก็เข้าห้องประชุมเลย  ก็ไม่ต้องเตรียมการอะไรมากนักครับ  เพียงก่อนนำเสนอก็เอาสมุดบันทึกมาดู  นึกถึงบันทึกใน GotoKnow  ซึ่งก็เพิ่งผ่านไปไม่ได้นาน  ภาพของจริงยังนึกเห็นอยู่

        วันนี้ท่านนายอำเภอ เป็นประธานที่ประชุม  ผมสังเกตว่าเมื่อท่านนายอำเภอ  พูดว่าสักครู่ทาง สนง.เกษตรอำเภอ จะได้เล่าการจัดกระบวนการ  KM  ของโครงการปี ๔๙ ก่อนยกร่างโครงการ  ทุกคนสนใจที่อยากจะฟัง ผมก็ไม่ทราบว่าทำไม  ผมตั้งใจไว้ว่าจะพยายามเล่าให้เห็นภาพการจัดให้มากที่สุด  เพื่อเป็นการให้ที่ประชุมเห็นว่า KM  ไม่ใช่งานแต่เป็นเครื่องมือ

         เมื่อถึงช่วงที่ผมต้องนำเสนอการจัดกระบวนการ KM  (หลังจากที่ท่านเกษตรอำเภอนำเสนอผลการปฏิบัติโครงการ ปี ๔๙ แล้ว)  
โดยเล่าเหตุการณ์ของจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด   และพยายามให้มองเห็นภาพกระบวนการให้มากที่สุด  ผมสังเกตว่าหลายคนเหลียวหลังมามอง เพราะผมนั่งอยู่ส่วนหลังห้องประชุม  (จงใจ)   หลังจากเล่าเรื่องกระบวนการ แล้ว  เข้าเรื่องการแชร์ความรู้  และ การถอดองค์ความรู้  การทำ AAR   และโยงเข้าไปถึงเหตุผลที่ยกร่างโครงการออกมาของปี ๕๐ ว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างไร  

         การเล่าของผมวันนี้ดูได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง  และอาจจะมีใครหลายคนก็เป็นได้ที่เห็นว่า KM เป็นเครื่องมือ  แต่ไม่ถามว่าใครรู้สึกอย่างไรกับกระบวนการ เพียงทิ้งย้ำว่า "KM เป็นเครื่องมือนะครับ"