รู้จักไหม....." กร้าว "

เอาเป็นว่า จนถึงวันนี้ คุณมะเดื่อก็ยังไม่ทราบเลยว่า รสชาติของเจ้า เผือกยาว " กร้าว " นี้เป็นอย่างไร เพราะแม่ยังไม่ยอมเอามาต้มเลย ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/dashboard/home#/posts/new


วันนี้ โฉมหน้าของด่านสิ่งขรเปลี่ยนไป จนแทบไม่เหลือเค้าหน้าเดิม

เหมือนเป็นการทำศัลยกรรมตั้งแต่หัวจรดเท้าทีเดียว



คุณมะเดื่อไปด่านสิงขรล่าสุด เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๕๘ กับพ่อบ้าน

ยายธี และลุงวอ ได้เห็น่โฉมหน้าใหม่ของด่านสิงขรแล้ว....

ให้อดหวนไปหาอดีตที่เรียบง่ายของด่านสิงขรไม่ได้...อดีตก็คือ

อดีต ผ่านไปแล้ว กลับมาอีกไม่ได้



ไปด่านสิงขรครั้งนี้ เจอ....เผือกยาว....ที่คุณมะเดื่อได้เห็นเป็นครั้งแรก

ทีแรกมองผ่าน ๆ คิดว่าเป็น "หน่อไม้ " แต่พอเข้าไปมองใกล้ ๆ

กลายเป็นเผือก...ที่...ยาว...แบบนี้ คนขายเป็นสาวเมียนมาร์ ที่พูดไทย

ได้ " เกือบชัด " บอกว่า เป็นเผือก ขายกิโลกรัมละ ๑๕ บาท คุณมะเดื่อ

จึงซื้อมา ๑ หัว ( ท่อน ) สามกิโลกรัมเศษ ๆ จึงต่อรอง ขอเป็น ๔๕ บาท

สาวเจ้าก็ยิ้มพยักหน้าว่า...ก็ได้ คนขายใส่ถุงให้ ...แต่..หิ้วลำบาก

จึงแบกไว้บนบ่าจะสบายกว่า แล้วเดินเอาไปใส่รถไว้

ยายธีเดินไปเจอ " ลูกเผือก " ที่ท่อนเล็ก ๆ จึงซื้อมาอีก

ยายธีบอกว่า เอาไปฝากให้พ่อ กับแม่ของคุณมะเดื่อปลูก



คุณมะเดื่อเอาเผือกยาว ไปให้พ่อกับแม่ น้อง ๆ หลาน ๆ และคนอื่น ๆ ที่อยู่บ้านแม่

ทุกคนมองดูอย่างแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็น คุณมะเดื่อบอกว่า หัว ( ท่อน ) ใหญ่

ให้ต้ม ส่วนหัวเล็ก ๆ ยายธีฝากให้แม่ปลูกด้วย



พี่น้อยนังดู นอนดู ด้วยความแปลกตา ประหลาดใจ แล้ว ทุก ๆ คนก็ลงความเห็นว่า

" ไม่กล้าต้ม " ไม่รู้ว่ากินได้ไหม....เป็นงั้นไป


....


พอดีมี,,,,,,ผู้คุ้นเคย..แถว ๆ เมียนมาร์ ที่มาทำงานอยู่ละแวกนั้น ผ่านมา ที่บ้านแม่

คุณมะเดื่อจึงได้โอกาสถามไถ่ เรื่องเจ้าเผือกยาวนี้ซะเลย จึงได้ความว่า

เจ้าหัวยาว ๆ นี้ ภาษาพื้นบ้านย่านเมียนมาร์เรียกว่า " กร้าว " ปลูกกันมากแถว ๆ

ชายแดนไทย เอาไว้ทำเป็นอาหารหลักแทนข้าว เพราะยามยาก...ต้องกินแต่

" ต้นกล้วย " จึงต้องใช้ " กร้าว " ปนลงไปแทนข้าวในเวลาต้มหรือแกง

วิธีปลูกก็ต้องพิถีพิถัน เวลาทอดยอดต้องหาไม้ค้ำให้หัวมันตั้งตรง จะได้หัวยาว

ทำให้นึกถึง " เหง้าสับปะรด " บ้านคุณมะเดื่อเลย



เอาเป็นว่า จนถึงวันนี้ คุณมะเดื่อก็ยังไม่ทราบเลยว่า รสชาติของเจ้า เผือกยาว

" กร้าว " นี้เป็นอย่างไร เพราะแม่ยังไม่ยอมเอามาต้มเลย บอกว่าเอาไว้หลาย ๆ วัน

ก่อน มันจะได้รสชาติดี (แม่รู้ได้ไง ).....หรือคงคิดว่า ให้เหมือนเผือกหรือ มัน

หรือผลไม้ ที่หากเก็บมาใหม่ ๆ แล้วทำอาหารทันทีจะไม่อร่อย

ต้องทิ้งไว้หลาย ๆ วัน เรียกภาษาชาวบ้านว่า " ให้มันลืมต้นก่อน" แต่เจ้ากร้าวนี่

จะเป็นแบบนั้นหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้นะ แต่แม่ก็ยังทิ้งไว้ก่อน....สงสัยต้องให้มัน

" ลืม...ประเทศ " ก่อนน่ะแหละ......อิ อิ




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ใต้ฟ้าเมืองไทย



ความเห็น (7)

กร้าว มาจากด่านสิงขรหลายวันแล้ว

ได้มาอยู่เมืองสามอ่าว ต้องลืมประเทศแน่ๆ

เขียนเมื่อ 

เห็นขนาดมันพี่ก็ไม่กล้ากินนะ (น่ากลัว มากกว่าน่กิน)

คุณแม่น้องครูก็คงคิดแบบนี้แหละ ไม่ใช่รอให้ลืมต้นหรอกนะ 555

เขียนเมื่อ 

ก็ยังไม่แน่ใจนะลุงวอ มูด่อง กับด่านสิงขร มันห่างกัน 2 กม.

คงต้องใช้เวลาหลายวันนักที่จะลืมชาติได้ อิ อิ

เขียนเมื่อ 

ใช่เลยจ้ะพี่นุ้ย แม่ก็คิดแบบที่พี่ว่าแหละจ้ะ จนวันนี้ยังไม่กล้าต้มเผือกยาวเลยจ้ะ ๕๕๕๕๕๕๕

-สวัสดีครับครู

-เผือกยาวๆ ๆ ๆ

-น่านำมาต้ม 55

-ด่านนี้น่าไปเยือนสักครา 55

-ด้วยความระลึกถึงครับ

เขียนเมื่อ 

หัวใหญ่มากๆเลยนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณมะเดื่อ...ยายธี..คิดว่า..เราน่าจะกิน..อะไรๆปนๆกันไป..ไม่ใช่ว่า..จะกินข้าวๆๆๆๆเป็นอาหารหลักอย่างในสมัย..ทุนยิยม..เผือกมัน..มีคุณประโยชน์..น่าฟื้นฟู..ให้เด็กๆคิดเป็นทำเป็นในสิ่งที่ตนคิด...แอๆๆเอๆๆเกี่ยวกันไหมเนี่ยะ..อิอิ