กระบวนการทำวิจัย

กระบวนการทำวิจัย

อาจารย์ สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์

การทำวิจัยที่ดีจะต้องคำนึงถึงจุดมุ่งหมายในการนำไปแก้ปัญหาหรือพัฒนาหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ตลอดจนสามารถสร้างกรอบแนวคิดทฤษฎี และเกิดองค์ความรู้ใหม่ๆดังนั้น กระบวนการวิจัยจะต้อง มีการจัดลำดับวางแผนขั้นตอนก่อนหลังอย่างเป็นระบบมีระเรียบยึดถือตามระเบียบวิธีวิจัยจากข้อเท็จจริงของข้อมูลมีหลักฐานสามารถอ้างอิงตรวจสอบได้ทั้งกระบวนการวิธีและผลการวิจัยและสิ่งที่จะทำให้การทำวิจัยทำได้ง่าย สะดวกขึ้นผู้วิจัยควรเริ่มจากความคิดจากความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว หรือคิดตามทฤษฎี คิดเชิงเหตุผล แม้กระทั่งคิดตามผู้อื่นและต้องมีการทบมวนกลับไปกลับมาจนได้แนวทางในการวิจัยว่าควรจะทำอะไร อะไรคือหัวข้อที่มาตั้งชื่อเรื่อง อะไรคือประเด็นข้อสงสัยที่เป็นตัวแปรตาม อะไรคือประเด็นที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นตัวแปรหลักและอะไรคือกลุ่มเป้าหมายประชากรที่ต้องการศึกษาเมื่อคิดได้อย่างละเอียดรอบคอบได้ประเด็นที่ต้องการศึกษาแล้วจึงลงมือค้นคว้าหาข้อเท็จจริง ตาม แนวคิด ทฤษฎี ที่ได้นำมารองรับงานวิจัยตนเพราะว่า จะทำให้งานวิจัยที่ทำอยู่มีคุณค่า น่าเชื่อถือรวมถึงการนำข้อมูลที่เก็บจากการลงภาคสนามมาสนับสนุนการวิจัย ดังนั้น ข้อมูลที่ได้มาต้องมากเพียงพอ ที่จะศึกษา ค้นคว้า อ่าน จนเกิดความเข้าใจ วิเคราะห์ สรุปประเด็นที่สำคัญรวมถึงวิจารณ์ ตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องและที่เป็นข้อสงสัยว่าทฤษฎีและข้อมูลที่หามาถูกต้องหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบทั้งภายในและภายนอก จากตัวเอง จากกลุ่มหรือบุคคลที่เชี่ยวชาญและรู้ในเรื่องที่ศึกษาทำวิจัยอยู่ จากนั้นจึงลงมือเขียนตามระเบียบวิธีวิจัยให้ตรงกับหัวข้อเรื่องที่ทำการวิจัยตามขั้นตอนของการวิจัยซึ่งแบ่งได้เป็น ๑๒ ขั้นตอน คือ

๑.ต้องทำปัญหาที่ต้องการทำวิจัยให้ชัดเจน โดยตั้งคำถามว่าทำไมต้องทำวิจัยเรื่องนี้ ต้องการศึกษาอะไร แหล่งข้อมูลอยู่ที่ไหน(ตัวแปร) ทำอย่างไรเพื่อให้ได้คำตอบ

๒. มีการสำรวจเอกสารและผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากการค้นคว้าให้มากที่สุดและต้องมีเนื้อหาสัมพันธ์กับเรื่องที่เราทำการวิจัยอยู่ตั้งแต่เรื่องสภาพความเป็นมาของปัญหาการวิจัย แนวคิดและทฤษฎีที่สนับสนุนเกี่ยวข้องกับการวิจัยทั้งข้อดีและข้อจำกัดต้องศึกษาให้ชัดเจน ผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องมีใครทำไว้ที่ไหนบ้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีประเด็นใดที่ยังมีข้อสงสัยที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อให้งานวิจัยมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นและ รูปแบบที่ใช้ในการวิจัยควรเป็นแบบใดจึงเหมาะสม ถูกต้องตลอดจนเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและเทคนิควิธีที่ใช้ในการวิจัยว่าควรใช้สถิติอะไรบ้าง การนำเสนอแบบไหนทำให้งานวิจัยน่าสนใจ มีการกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมกับเรื่องการวิจัย

๓.การตั้งหัวข้อเรื่อง ชื่อเรื่องที่ดีควร สั้น กระชับ ได้ใจความบอกอย่างชัดเจนว่าอะไรเป็นตัวแปรตาม อะไรเป็นประชากรที่ต้องการศึกษาและต้อง มีเนื้อหาแบบเฉพาะเจาะจงว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร เช่น พฤติกรรม บุคคล หรือสถานที่สามารถกำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดกรอบแนวคิดจากชื่อเรื่อง จากปัญหาการวิจัย เพื่อวางแนวทางในการทำวิจัยไม่ให้หลงประเด็นในการหาคำตอบ มีหลักการทำ อย่างถูกต้อง คือ ตัวแปรที่ต้องการศึกษา มีข้อมูล มีกลุ่มประชากรที่ต้องการศึกษา สามารถกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมมีข้อตกลงเบื้องต้นหรือเงื่อนไขอะไรบ้าง

๕ต้องคำนึงถึงคุณค่าหัวข้อเรื่องที่ทำการวิจัย คือต้องเป็นเรื่องใหม่ไม่ทำซ้ำกับผู้อื่น มีความสำคัญมีประโยชน์ต่อหน่วยงานหรือแก้ไขหรือพัฒนา ปัญหาสังคม ทั้งยังอยู่ในความสนใจในขณะนั้น โดยเนื้อหาต้องไม่กว้างหรือแคบจนเกินไป คำนึงถึงระยะเวลาและงบประมาณในการทำวิจัยและ ถ้าเรื่องที่ทำวิจัยมีลักษณะพิเศษผู้ทำการวิจัยต้องเชี่ยวชาญหรือคลุกคลีรู้เรื่องที่ทำพอสมควรรวมถึงผู้ช่วยที่จะทำให้งานวิจัยนั้นสำเร็จได้หรือไม่

๖.เลือกรูปแบบการวิจัยได้อย่างเหมาะสมและได้ผลการวิจัยที่น่าเชื่อถือที่สุดซึ่งรูปแบบการวิจัยแบ่งตามเกณฑ์ที่ใช้ที่หลายชนิดแต่ถ้าแบ่งตามที่ยึดหลักการกระทำกับสมาชิกประชากรจะแบ่งเป็น๒แบบคือการศึกษาเชิงสังเกตคือการปล่อยสมาชิกประชากรไว้เฉยๆไม่มีการกระทำใดๆกับประชากรที่ต้องการศึกษาเพียงแต่ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างตามสภาพจริงแบ่งเป็น๔รูปแบบคือเชิงสำรวจ การศึกษาเชิงบรรยายย้อนหลัง การศึกษาการติดตามผลและการศึกษาเชิงทดลองโดยการจักกระทำกลุ่มขึ้นตามแบบมีการควบคุมและแบบกลุ่มการทดลองที่ไม่มีการควบคุม

๗.การกำหนดประชากรและเลือกกลุ่มตัวอย่างว่ามีจำนวนเท่าใดและใช้อะไรเป็นหลักเกณฑ์ในการแบ่งและการทำวิจัยแต่ละเรื่องในการกำหนดตัวแทนประชากรต้องคำนึงถึงความเสมอเหมือนกันเช่น เป็นพระสงฆ์ที่ระดับเจ้าอาวาสเหมือนกันหรือเป็นประธานชุมชนในเขตเทศบาลเดียวกัน เป็นต้น จึงต้องรู้จำนวนตัวแปรอิสระที่ต้องการศึกษาและการเก็บข้อมูลใช้วิธีอะไรเช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ กลุ่มทดลองและรู้วิธีการวิเคราะห์ที่เหมาะสม รวมถึงค่าใช้จ่าย ระยะเวลา ในการเก็บข้อมูลรวมถึงความคลาดเคลื่อนที่จะเกิดขึ้นเพราะถ้าใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวนน้อยจะทำให้งานวิจัยที่ความคลาดเคลื่อนมากจนทำให้งานวิจัยไม่มีความน่าเชื่อถือ

๘การสร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมขึ้นมาเองที่ต้องมีการทดสอบ ทดลองใช้ เครื่องมือต้องมีคุณภาพทั้งความเที่ยงและความตรงจึงนำไปใช้กับงานวิจัยที่ศึกษาอยู่ได้

๙.การเก็บรวบรวมข้อมูล จากการสำรวจ สอบถาม สัมภาษณ์ สังเกต โดยลงมือทำด้วยตัวเองหรือมีผู้ช่วยและถ้าต้องส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ควรต้องส่งไปมากกว่าจำนวนที่ต้องการเก็บข้อมูลเพราะว่าแบบสอบถามที่ส่งกลับมามักได้น้อยและเสียเวลานาน ดังนั้น ต้องวางแผนในการเก็บข้อมูลให้ดีโดยอาจส่งคนไปเก็บข้อมูลแล้วรอเก็บข้อมูลกลับมาเลยหรือใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แทนทั้งนี้ต้องทำให้เกิดความคลาดเลื่อนน้อยที่สุดได้ข้อเท็จจริงมากที่สุด

o.การวิเคราะห์ข้อมูล จากโปรแกรมสำเร็จรูปเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติแบ่งได้ ดังนี้ คือ แบบบรรยายลักษณะข้อมูลจาก การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ตาราง กราฟ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐาน เป็นต้น จากการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม แบบการหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรเป็นข้อมูลระดับกลุ่มใช้ หาจำนวนและร้อยละ ทดสอบด้วยไคสแคว์ แต่ถ้าข้อมูลเป็นปริมาณใช้สหสัมพันธ์หรือการวิเคราะห์ถดถอย เป็นต้น

๑๑.แปลผลและเขียนรายงานเป็นการนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลมานำเสนอ แปลผลและเขียนรายงานเป็นเอกสารไว้เป็นหลักฐาน

๑๒ จัดทำเอกสารอ้างอิงและภาคผนวกถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำวิจัย

จากขั้นตอนกระบวนการวิจัยที่กล่าวมา บางขั้นตอนอาจทำไปพร้อมๆกันได้ ขึ้นอยู่กับตัวผู้วิจัยว่ามีทักษะ ความรู้ความสามารถ ความชำนาญของแต่ละบุคคลแต่ถ้าเป็นนักวิจัยมือใหม่การทำตามขั้นตอนที่เรียบเรียงมาให้ในข้างต้น จะทำให้ทำวิจัยได้สะดวก ง่าย และรวดเร็วขึ้น จึงเห็นได้ว่า เรื่องของการวิจัย ต้องมีการค้นคว้าหาข้อเท็จจริงและนำสิ่งที่ได้ไปเขียนเรียบเรียงถ่ายทอดให้ผู้อื่นรู้ด้วยทักษะและความรู้จึงเป็นความเรื่องสำหรับตัวผู้วิจัยที่ต้องค้นหาแหล่งเรียนรู้จากห้องสมุด เข้าใจระบบการค้นหาการจัดเรียงหนังสือด้วยระบบใดและวิธีค้นหาจากบัตรรายการ ในห้องสมุด และค้นหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์และในการเขียนต้องมีทักษะในการเขียน ลีลา ภาษาเฉพาะตนเองที่สามารถถ่ายทอดให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจและสนใจในงานวิจัยที่นำเสนอ

ขอขอบคุณแหล่งที่มาคะ

(คู่มือการวิจัย การเขียนรายงานการวิจัยและวิทยานิพนธ์ ศ.บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ ฉบับปรับปรุงครั้งที่๑o โรงพิมพ์เรือนแก้ว ๒๕๕๓หน้า๕-๑๖)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องสั้นกระต่ายใต้เงาจันทร์



ความเห็น (0)